|
บล.ธนชาต : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 25/06/53
|
|
|
Friday, 25 June 2010 13:48 |
|
วันนี้ SET เสี่ยงที่จะลงต่อ (รับ 786) เพราะปัจจัยแวดล้อมเป็นลบ โดยเฉพาะตัวเลข เศรษฐกิจจากทางฝั่งอเมริกา & ยุโรป นอกจากนั้นสัญญาณทางเทคนิคในระยะสั้นดูไม่ดีหลัง หลุด 800 และปิดที่ Low ของวัน นักลงทุนส่วนหนึ่งอาจเลือกที่จะลดความเสี่ยงโดยขายหุ้น ใหญ่ (แบงก์ & พลังงาน) ออกมาก่อนที่จะทราบผลการประชุมกลุ่ม G20 ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โฟกัสยังอยู่ที่หุ้นเล็ก วันนี้เลือก SVI
ประเด็นสำคัญวันนี้และสัปดาห์หน้า SET Index movement SVI (ปิด 2.72, เป้า 3.20, Upside 18%) “ซื้อ” จาก 6 เหตุผล (ดูรายละเอียดหน้า 6) คาดกำไร 2Q10 สวย โต 19% q-q & 12% y-y เป็น 173 ลบ. เพราะมีออร์เดอร์เพิ่ม ไม่กระทบจากวิกฤติ EU เพราะลูกค้าหลักคือสแกนดิเนเวีย (60%) & เอเชีย (30%) ช่วงเวลาที่เหลือของปี กำไรอาจดีกว่าคาด โดยเฉพาะ 3Q ที่จะมีโรงงานใหม่จะเริ่มผลิต ปรับประมาณการเพิ่ม ดันเป้าสิ้นปี (DCF) ขึ้นเป็น 3.20 บาท (Upside 18%) เด่นกว่าเพื่อนตรง ROE สูงสุด (36% vs. 20%) แต่เทรดที่ PE เกือบต่ำสุด (6x vs. 9x) เทคนิคสวย “Sideway Up” ประเมินแนวต้าน 2.86 บาท (vs. ปิด 2.72 บาท) AP “ขายก่อน” ที่ลูกหุ้นต้นทุนต่ำ (5.3 ล้านหุ้น @ 3 บาท) จะเข้าเทรดจันทร์หน้า ซึ่งลูก หุ้นดังกล่าวเกิดจากการแปลงสภาพ ESOP-W2 แม้จำนวนหุ้นจะไม่มาก (5.3 ล้านหุ้น คิดเป็น 16% ของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน และแค่ 0.2% ของทุนจดทะเบียนฯที่เรียกชำระแล้ว) แต่ต้นทุน (3 บาท) มีส่วนต่างจากราคาตลาด (5.15 บาท) กว่า 70% ระยะสั้นอาจมีแรงขาย ทำกำไรออกมา แต่ในเชิงปัจจัยพื้นฐานเรายังให้ “ซื้อ” เป้าสิ้นปี 6.50 บาท (Upside 26%) 4 เรื่องเด่นสัปดาห์หน้า ผลประชุม G20 การเมือง เศรษฐกิจ และหุ้นรายตัว 1) สุดสัปดาห์นี้ประเทศกลุ่ม G20 จะประชุมร่วมกันที่แคนาดา เพื่อหาทางออกในการแก้วิกฤติ EU และอาจรวมไปถึงการกดดันให้จีนเร่งปฏิรูปค่าเงินหยวน 2) ในการประชุมครม.อังคาร หน้า อาจพิจารณายกเลิกการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในบางพื้นที่ (จากทั้งหมด 24 จังหวัด) แต่กทม.คงต้องใช้ต่อไป (ทั้งนี้พ.ร.ก.ฉุกเฉินถูกใช้ตั้งแต่ 7 เม.ย. ครบกำหนด 7 ก.ค.) 3) ตัวเลข เศรษฐกิจเดือน พ.ค. ที่แบงก์ชาติจะประกาศในวันพุธหน้า (30) อาจไม่ได้เลวร้ายอย่าง ที่คิดจากพิษการเมือง ส่วนวันถัดไป กระทรวงพาณิชย์จะแถลงตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) เดือนมิ.ย. ไม่มีอะไรน่าห่วง ปิดท้ายด้วย 4) ข่าวหุ้นรายตัว “TRUBB” ที่จันทร์หน้า (28) เทรดพาร์ใหม่ 1 บาท ราคาหุ้นจะถูกลง 10 เท่า (จาก 117 เหลือ 11.70 บาท) ส่วนวันถัดไป (29) ขึ้น XD เพื่อจ่ายปันผลพิเศษ (จากปกติปีละครั้ง) ทั้งในรูปเงินสด (0.067 บาท) & หุ้นปันผล (5:3) รวมเป็นเงิน 0.667 บาท คิดเป็น Yield 6%
สรุปภาพตลาดวานนี้ SET เช้าทรง บ่ายทรุด สุดท้ายปิดต่ำสุดของวัน @ 793.19 ลบ 13 จุด (1.7%) 2 ข่าว ที่เข้ามากระทบ คือ อนาคตอาจออกกฎคุมเข้มเรื่องการเทรดหุ้นในบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์ เอง (Proprietary Trading) เพื่อป้องกันการเก็งกำไร & ความกังวลใจที่เพิ่มขึ้นเรื่องวิกฤติ EU ส่งผลให้พอร์ตโบรกเกอร์ & กองทุนในประเทศ ขายสุทธิออกมา ~400 ลบ. & ~1 พันลบ. ตามลำดับ ส่วนฝรั่งแม้ซื้อสุทธิใน Spot แต่เวลาเดียวกันก็ขายสุทธิ Futures ออกมา ตลาดหุ้นทั้ง DJ & ยุโรป ลงเฉลี่ย 1.5% จาก 3 ประเด็นหลัก 1) ผิดหวังกับตัวเลข เศรษฐกิจของสหรัฐฯที่ประกาศออกมา ทั้งยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน พ.ค.ที่ลดลง & จำนวนผู้ ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลงน้อยกว่าคาด 2) วิตกว่ามาตรการยกเครื่องระบบ การเงินของสหรัฐฯให้เข้มงวดขึ้นหลังเจอพิษซัพไพร์ม จะกระทบกำไรกลุ่มแบงก์ และ 3) วิกฤติการณ์ใน EU ยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น
|
Comments