|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 15/07/53
|
|
|
Thursday, 15 July 2010 10:06 |
|
Market Recap and Trend: กนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด... คาด SET เคลื่อนไหวแบบ Sideways โดยมีระดับแนวต้านหลักที่ 820-825 จุด SET ปรับสูงขึ้นทดสอบแนวต้านที่บริเวณ 825 จุดอีกครั้งเมื่อวานนี้ แต่แรงขายที่มีเข้ามา ในช่วงก่อนปิดตลาดส่งผลให้ SET ปิดตลาดปรับสูงขึ้นเพียง 0.27% ที่ 819.54 จุด นำโดยหุ้น กลุ่มธนาคาร และอสังหาฯ ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 25,709 ล้านบาท โดยนักลงทุนขาย หุ้นสุทธิ 652 ล้านบาท สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้คาดว่าจะเคลื่อนไหวแบบ Sideways โดยแนวต้านหลักของ SET ยังอยู่ที่บริเวณ 820-825 จุด เหมือนเดิม ทั้งนี้ SET ปรับสูงขึ้น ตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาจากระดับ 725 จุด มาอยู่ที่ระดับ 820 จุดในปัจจุบัน หรือปรับสูง ขึ้นมาแล้ว 13% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1.สถานการณ์ทางการเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ 2. เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และ 3.ผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียน คาดว่าจะขยายตัวดี ซึ่งเรามองว่า SET ได้ปรับสูงขึ้นมาถึงเป้าหมายการปรับสูงขึ้นแรกของเราที่ บริเวณ 820-825 จุด แล้ว และจำเป็นต้องระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้นๆ ขณะที่กนง.ปรับขึ้น อัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 1.50% ตามที่ตลาดคาดไว้ ซึ่งมองว่าจะส่งผลดีต่อหุ้นใน กลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะ KBANK ทั้งนี้ล่าสุด SCB ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำทุก ประเภท 0.10-0.55% แล้วมีผลวันนี้
Investment Strategy: ถือหุ้นในสัดส่วน 80% ของพอร์ตต่อเนื่อง...กลับมา แนะนำใช้กลยุทธ์ Trailing Stop เพื่อจำกัดความเสี่ยงด้านขาลงอีกครั้ง เนื่องจาก SET ได้ปรับขึ้นมาที่เป้าหมายแรกบริเวณ 820 จุด แล้วทำให้จำเป็นต้องระวังแรงขายทำกำไร ระยะสั้นๆ มากขึ้น โดยเราแนะนำนักลงทุนกลับไปใช้กลยุทธ์ Trailing Stop อีกครั้ง โดยเรา เลื่อนจุด Trailing Stop มาที่ 810 จุด ทั้งนี้ในกรณีที่ SET ปิดตลาดต่ำกว่า 810 จุด เราแนะนำ นักลงทุนลดสัดส่วนหุ้นในพอร์ตจากปัจจุบันที่ 80% เหลือ 60% เพื่อจำกัดความเสี่ยง ด้านขาลง ไว้ก่อน...สำหรับกลุ่มหุ้นน่าสนใจช่วงนี้เรายังเน้นไปที่กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่อย่างกลุ่มสถาบันการเงิน (BBL, KBANK, TCAP, KTB, TISCO) ที่คาดว่าจะได้รับผลดีจากการขยายตัวเศรษฐกิจ และ แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น รวมไปถึงหุ้นกลุ่มพลังงาน (PTT, PTTEP, BANPU)ที่ยัง Laggard ตลาดอยู่มาก...สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่... • THAI – คาดตัวเลขผู้โดยสาร 3Q53 จะกลับมาขยายตัวอีกครั้ง ยังมีประเด็นเก็ง กำไรการเพิ่มทุน...แนะนำ เก็งกำไร มูลค่าพื้นฐาน 29.0 บาท • ADVANC – ทยอยสะสม เมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว เพื่อรับเงินปันผลระหว่างกาล 3 บาท/ หุ้น (ทั้งปีคาด 6.30 บาท) คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลทั้งปี 7.3%
AUTO : Top Pick - KBANK
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.04% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.02% โดยความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการเริ่มต้นฤดูการเปิดเผยผลประกอบการ เพิ่มขึ้น หลังอินเทล คอร์ปรายงานผลประกอบการดีเกินคาดจากสัญญาณการใช้จ่ายครั้งใหม่ของ ภาคธุรกิจ อย่างไรก็ตามตลาดปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย หลังรายงานการประชุมเฟดเดือนมิ.ย.บ่งชี้ ว่า เจ้าหน้าที่เฟดมีความวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับอัตราการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งเพิ่มความวิตกให้ กับตลาดหลังได้รับผลกระทบจากรายงานยอดค้าปลีกที่อ่อนแอในเดือนมิ.ย. ทั้งนี้ กระทรวง พาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย.ลดลง 0.5% มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ว่าจะ ลดลง 0.2% ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดลดลง ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. ปิดลดลง 11 เซนต์ หรือ 0.14% มาปิดที่ 77.04 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันปรับตัว ลดลงช่วงท้ายตลาด หลังรายงานการประชุมครั้งล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงถึง แนวโน้มเศรษฐกิจที่สดใสน้อยลง ทั้งนี้ รายงานของเฟดมีอิทธิพลมากกว่าข้อมูลสต็อกน้ำมัน รายสัปดาห์ของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงาน (EIA) ซึ่งรายงานว่าในรอบสัปดาห์สิ้นสุด วันที่ 9 ก.ค.สต็อกน้ำมันดิบลดลง 5.1 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 353.1 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมัน เบนซินเพิ่มขึ้น 1.6 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 221.0 ล้านบาร์เรล ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบเยน และยูโร ดอลลาร์ร่วงลง จากการเปิดเผยข้อมูลที่บ่งชี้ว่า ยอดค้าปลีกของสหรัฐลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ประกอบกับ รายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมา ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่า ผู้กำหนดนโยบายวิตกว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจชะลอลง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เฟดได้ปรับลดแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจลงเล็กน้อยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ขณะที่รายงานการประชุมระบุว่า คณะกรรมการจำเป็นต้องพิจารณาว่าการใช้นโยบายกระตุ้น เศรษฐกิจต่อไปอาจจะเหมาะสมหรือไม่ หากแนวโน้มเศรษฐกิจย่ำแย่ลงอย่างมาก ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดลดลง 81 จุดมาที่ 1709 จุด ความต้องการขนส่งสินค้า เกษตรลดลงตามปัจจัยฤดูกาล กอปรกับกองเริ่มใหม่เพิ่มเข้ามา ยังคงกดดันให้ค่าระวางเรือมี แนวโน้มอ่อนตัวลงในระยะนี้ โดยภาพรวมทิศทางค่าระวางเรือจนถึงสิ้นปีนี้ยังคงถูกกดดันโดยอุป ทานกองเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้มีกองเรือใหม่เพิ่มขึ้นแล้วกว่า 12% ของ DWT เรือทั้งหมดที่มีกำหนดส่งมอบ ซึ่งหากมีการส่งมอบตามกำหนดการ จะมีจำนวน กองเรือที่เพิ่มขึ้นจนถึงปี 55คิดเป็น DWT เพิ่มขึ้นกว่า 57% ของกองเรือที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน
|
Comments