|
บล.เคจีไอ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 19/07/53
|
|
|
Monday, 19 July 2010 10:05 |
|
ซื้อกลุ่มบ้าน-กลุ่มแบงก์ ช่วงตลาดย่อ KGI คาดว่าตลาดหุ้นไทยวันจันทร์จะเปิดอ่อนตัวลง รับปัจจัยลบจากข้อมูลเศรษฐกิจ สหรัฐฯ โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นของสหรัฐฯ เดือน ก.ค. ร่วงต่ำสุดรอบ 1 ปี อยู่ที่ 66.5 จุด (ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 74.5 จุด) ซึ่งเรื่องนี้กดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ และยังจะ ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ในช่วงย่ำแย่กว่าตลาดหุ้นอื่นๆ ต่อไป เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาข้อมูลใน ภาคแรงงานและภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลงหลังหมดโปรแกรมสนับสนุนต่างๆ จากภาครัฐฯ ตัวเลขการบริโภคซึ่งคิดเป็น 65-70% ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ จึงเป็นที่จับตาเป็นอย่างมาก อย่าง ไรก็ดีสำหรับ SET เชื่อว่าจะลงน้อยและน่าจะรีบาวด์ในวัน (แนวรับ 820 จุด) เนื่องจาก 1-2 เดือน ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติมีบทบาทน้อยมากในตลาดหุ้นไทย ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งอ่อนไหวต่อประเด็นภายนอกเหล่านี้ก็แทบไม่ขยับเลย จึงเชื่อ ได้ว่าแรงขายจะน้อยและแรงเก็งกำไรในหุ้นในประเทศอย่างธนาคารและที่ดินจะยันตลาดได้บ้าง เช้าวันนี้ KBANK รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2553 ที่ 4.76 พันล้านบาท สูงกว่าที่ตลาดคาด การณ์ที่ 4.46 พันล้านบาท อยู่ 7% ซึ่งจะส่งผลให้หุ้นแบงก์ทั้งกลุ่มยังอยู่ในการเก็งกำไรไตรมาส สองไปถึงวันที่ 21 ก.ค. สำหรับปัจจัยในประเทศ ให้ติดตาม i) การประชุม ครม. เศรษฐกิจใน วันนี้ ซึ่งจะมีการหารือระหว่างคลังไอซีที ในประเด็นของการแก้ไขสัญญาสัมปทานมือถือและแนว ทางของการประมูลใบอนุญาต 3 จี ซึ่งแนวทางที่ยังไม่ชัดเจนในเรื่องนี้จะทำให้หุ้นกลุ่มสื่อสาร ชะลอตัวรอข่าวนี้ และ ii) ผลประชุมของ ศอฉ. ซึ่งน่าจะมีคำแนะนำไปยังที่ประชุม ครม. ราย สัปดาห์ในวันพรุ่งนี้ ว่าจะมีการยกเลิก พรก. ฉุกเฉินหรือไม่ ช่วงสุดสัปดาห์นายกฯ ได้กล่าวว่าอาจ มีการยกเลิก พรก. ในบางจังหวัดจากที่เหลืออยู่ 19 จังหวัด ณ ปัจจุบัน กลยุทธ์: ให้ซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารช่วงอ่อนตัวลงตาม SET เนื่องจากแรงหนุนจากผล ประกอบการยังอยู่ในระยะ 3 วันข้างหน้า แนะซื้อ BBL, KTB และ KBANK และแนะนำซื้อหุ้น กลุ่มบ้านและที่ดินซึ่งน่าจะโดดเด่นต่อไปด้วยแนวโน้มที่แข็งแกร่งในครึ่งปีหลัง หุ้นเด่นคือ PS, LPN และ AP ส่วนกลุ่มพลังงานยังให้ชะลอการลงทุนเช่นเดิม
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าข่ายมีความผิด กรณีที่ให้กระทรวง การคลัง เข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ TPI ซึ่งปัจจุบัน TPI เปลี่ยนชื่อเป็น IRPC โดยหลังจากนี้จะส่ง เรื่องให้อัยการพิจารณา ซึ่งหากมีความเห็นที่แตกต่างกัน ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมขึ้นมา พิจารณาว่า กรณีดังกล่าวจะส่งเรื่องไปยังศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการ เมืองหรือไม่ ขณะที่ ป.ป.ช. ระบุว่าคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟู TPI ไม่ได้ร่วมกระทำผิด ในการ ยินยอมให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูทีพีไอ โดยทำหน้าที่ตามที่ได้รับการแต่งตั้ง เท่านั้น ประเด็นข่าวนี้ถือเป็นความเสี่ยงในการพิจารณาแผนการควบรวมในกลุ่ม PTT ระหว่าง IRPC และ PTTAR ที่อาจจะต้องมีความล่าช้าออกไปจากความไม่แน่นอนดังกล่าว CPF คาดว่าธุรกิจในต่างประเทศโดยเฉพาะตุรกีและอินเดียจะเป็นปัจจัยหนุนหลักที่ ผลักดันการเติบโตของรายได้ของกลุ่ม เนื่องจากอุปสงค์ที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งกำลัง ประสบปัญหาขาดแคลนเนื้อสัตว์และราคาเนื้อสัตว์มีราคาแพง ประกอบกับความต้องการเนื้อไก่ใน ตลาดรัสเซีย ในส่วนของตลาดอินเดียก็มีผลประกอบที่ดีเช่นเดียวกัน ปัจจุบัน CPF เป็นผู้นำเบอร์ 1 ในตลาดสัตว์น้ำของอินเดีย ทั้งนี้บริษัทยังมีโอกาสที่จะขยายธุรกิจสัตว์บกในอินเดียอีกด้วย การ เจริญเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจในต่างประเทศนั้นได้รวมอยู่ในประการของเราแล้ว แต่ราคา เนื้อสัตว์ที่อยู่ในระดับสูงในแถบตะวันออกกลาง จะเป็นส่วนเพิ่มของประมาณการได้เล็กน้อย เนื่องจากผลประกอบการของตุรกีคิดเป็นเพียง 8.1% ของรายได้รวม คงคำแนะนำ ถือ
|
Comments