Error
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 20/07/53
Print
Tuesday, 20 July 2010 09:17

Market Recap and Trend: แม้ว่า SET จะแข็งแกร่งกว่าที่เราคาดการณ์ไว้...แต่ยังต้องระวัง
แรงขายทำกำไรระยะสั้นๆ
แม้ว่า SET จะปรับลดลงตามตลาดหุ้นต่างประเทศในช่วงเปิดตลาด แต่แรงซื้อหุ้น
ขนาดใหญ่และขนาดกลางที่คาดว่าผลการดำเนินงานจะออกมาดีที่มีเข้ามาเกือบตลอดวัน ส่งผล
ให้ SET ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง 0.35% ปิดตลาดที่ 830.40 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น
30,138 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นสุทธิ 889 ล้านบาท แม้ว่า SET จะแข็งแกร่งกว่า
ที่เราคาดการณ์ไว้เมื่อวานนี้ แต่นักลงทุนยังจำเป็นต้องระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้นๆ หลังจากที่
ปรับสูงขึ้นแรงในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ SET ปรับสูงขึ้นแล้วกว่า 15% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่าน
มา นำโดยหุ้นกลุ่มสถาบันการเงิน สื่อสาร ปิโตรเคมี อสังหาฯ และวัสดุก่อสร้างเป็นหลัก ขณะที่
กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่อย่างหุ้นกลุ่มพลังงานกลับมีแนวโน้มอ่อนแอกว่าตลาดมาก และแม้ว่าเราคาด
ว่า SET จะมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นแบบ Sideways Up ในระยะกลาง โดยมีเป้าหมาย Bottom-
Up ที่ 920 จุด เราคงแนะนำให้นักลงทุนระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้นๆ ด้วย เนื่องจากหุ้น
หลายๆ ตัวราคาปรับสูงขึ้นแรง และเริ่มมี Upside ที่จำกัดแล้ว ขณะที่ความกังวลต่อผลการทำ
Street Test ของธนาคารฯในยุโรป จะเป็นปัจจัยกดดันระยะสั้น

Investment Strategy: แม้ SET ดูเหมือนจะ Sideways Up ขึ้นไปต่อ แต่ยังต้องระวัง
ความเสี่ยงด้านขาลง และเลื่อน Trailing Stop มาที่ 816 จุด
แม้ว่า SET จะแข็งแกร่งกว่าที่เราคาดการณ์ไว้เมื่อวานนี้ และดูเหมือนว่าจะเคลื่อนไหว
ในรูปแบบ Sideways Up ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามสำหรับภาพ SET เรายังแนะนำให้นักลงทุนใช้
ความระมัดระวังมากขึ้น และคงกลยุทธ์ Trailing Stop ไว้ต่อเนื่อง โดยเลื่อนจุด Trailing Stop
มาที่ 816 จุด (ในกรณีที่ SET ปิดต่ำกว่า 816 จุด เราแนะนำนักลงทุนลดสัดส่วนหุ้นในพอร์ต
ลงเหลือ 60% จากปัจจุบันที่ 80%) เพื่อจำกัดความเสี่ยงจากการพักฐานของ SET ระยะสั้นๆ
ขณะที่ถ้าพิจารณาการปรับสูงขึ้นของหุ้นขนาดกลางหลายๆ ตัวจะเห็นว่ามีการปรับสูงขึ้นเข้าใกล้
มูลค่าพื้นฐาน หรือหุ้นบางตัวได้ปรับสูงขึ้นเหนือมูลค่าพื้นฐานมากขึ้น (มีจำนวนหุ้น 37% ภายใต้
AYS Coverage ที่ราคาปัจจุบันสูงกว่ามูลค่าพื้นฐานไปแล้ว) ทั้งนี้หุ้นที่เรามองว่ายังมี Upside
น่าสนใจ ผลการดำเนินงาน 2Q53 ออกมาดี ได้แก่ ADVANC, TCAP, BBL, KTB,SAT,
และ STANLY
TCAP – ซื้อ คาดผลการดำเนินงาน 2Q53 ขยายตัว 86% YoY เป็น 1.38 พันล้าน
บาท
ADVANC – ทยอยสะสม รับเงินปันผลระหว่างกาล 3.0 บาท/หุ้น

Futures Strategy :
แนะนำ Trading ในกรอบ 554-560 จุด...ยังต้องระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้น (ดูราย
ละเอียดใน Derivative Strategy)

AUTO :
เพิ่ม DELTA เข้ามาในกลุ่มหุ้น Top Picks

Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน -0.6% ต่ำกว่าอัตราผลตอบแทน
SET ที่ +0.8% (Update วันที่ 19 ก.ค. 53)
พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน -0.6% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ SET มีอัตรา
ผลตอบแทน +0.8% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนต่ำกว่า SET อยู่ 1.4% ในขณะที่
ถ้าพิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +193% ดีกว่าตลาดที่ให้
อัตราผลตอบแทน +18% อยู่ 148% โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา CPALL เป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบ
แทนสูงที่สุดในพอร์ตหรือมีอัตราผลตอบแทน +2.6%…สำหรับสัปดาห์นี้ถือหุ้นทั้ง 4 ตัวต่อเนื่องจาก
สัปดาห์ก่อน ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว) CPALL (การขยาย
สาขา และเพิ่มกำไรขั้นต้นส่งผลดีต่อผลการดำเนินงาน) BBL (คาดผลการดำเนินงาน 2Q53
ออกมาดีตามเศรษฐกิจที่ขยายตัว และบันทึกกำไรจากการขายหุ้น ACL ประมาณ 2 พันล้าน
บาท) และ PTTCH (กำไรขยายตัวสูง 100% ปี 53 และ 50% ปี 54 และมีลุ้นข่าวดีจากการ
ปลดล็อกโครงการโรงแยกก๊าซ 6 จากโครงการที่มีอันตรายในเขตมาบตาพุด) ขณะที่เราเพิ่ม
ADVANC เข้ามาพอร์ต (คาดรับปันผลระหว่างกาล 3 บาท/หุ้น) นำ TUF และ TICON
ออกจากพอร์ต เนื่องราคาหุ้นปรับสูงขึ้นเข้าใกล้มูลค่าพื้นฐานแล้ว

ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้น ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.56% ขณะที่ดัชนี S&P 500
ปิดเพิ่มขึ้น 0.60% โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นโบอิ้งปรับเพิ่มขึ้น 2.1% หลังประกาศยอดสั่งซื้อ
เครื่องบิน 30 ลำจากดูไบ และคาดว่าจะมียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะจากบริษัท
เช่าซื้อเครื่องบิน ประกอบกับนักลงทุนคาดการณ์การเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
จากบริษัทไอบีเอ็ม และเท็กซัส อินสตรูเมนต์ส โดยหวังว่าทั้งสองบริษัทจะรายงานผลประกอบการ
ที่แข็งแกร่งเหมือนกับอินเทลในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผลประกอบการที่สูงเกินคาดของอินเทล
บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี
ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ส.ค.
ปิดเพิ่มขึ้น 53 เซนต์ หรือ 0.70% มาปิดที่ 76.54 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่บริษัท
บางแห่งเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยหนุนตลาดหุ้นวอลล์สตรีทและ
ทำให้นักลงทุนคาดหวังในทางบวกต่ออุปสงค์น้ำมันในอนาคต อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันปรับขึ้น
ได้ไม่มากนัก เนื่องจากมีรายงานว่าความเชื่อมั่นของบริษัทก่อสร้างบ้านในสหรัฐดิ่งลงอย่างรุนแรง
เกินคาดในเดือนก.ค. โดยลงไปสู่จุดต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งปี
ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบยูโร ความต้องการดอลลาร์ร่วงลงหลังดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยของ
สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB)/เวลส์ ฟาร์โกร่วงลงมากเกินคาดในเดือนก.ค.สู่ระดับต่ำสุด
นับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2009 หลังการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ซื้อบ้านหมดอายุในเดือนเม.ย. ทั้งนี้
รายงานดังกล่าวเตือนถึงภาวะเศรษฐกิจสหรัฐและทำลายความหวังที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 12 จุดมาที่ 1732 จุด ความต้องการขนส่งสินค้า
เกษตรลดลงตามปัจจัยฤดูกาล กอปรกับกองเริ่มใหม่เพิ่มเข้ามา ยังคงกดดันให้ค่าระวางเรือมี
แนวโน้มอ่อนตัวลงในระยะนี้ โดยภาพรวมทิศทางค่าระวางเรือจนถึงสิ้นปีนี้ยังคงถูกกดดัน
โดยอุปทานกองเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้มีกองเรือใหม่เพิ่มขึ้น
แล้วกว่า 12% ของ DWT เรือทั้งหมดที่มีกำหนดส่งมอบ ซึ่งหากมีการส่งมอบตามกำหนดการ จะ
มีจำนวนกองเรือที่เพิ่มขึ้นจนถึงปี 55คิดเป็น DWT เพิ่มขึ้นกว่า 57% ของกองเรือที่มีอยู่ ณ
ปัจจุบัน                

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment