|
บล.เคจีไอ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 21/07/53
|
|
|
Wednesday, 21 July 2010 09:28 |
|
เด้งสั้นก่อนทรงตัว KGI ประเมินดัชนีฯ ในวันพุธรีบาวด์ก่อนไซด์เวย์ หลังเผชิญแรงขายทำกำไรเร็วเมื่อวาน นี้ ปัจจัยภายนอกยกระดับขึ้นในทางดี เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่าประธานเฟด เบน เบอร์นานกี จะแถลงมาตรการทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งกำลังเผชิญกับตลาดแรงงานและ ตลาดการบริโภคที่อึมครึม โดยตลาดคาดว่าในการแถลงต่อคองเกรสในคืนนี้ นายเบนจะประกาศ การยกเลิกจ่ายดอกเบี้ยบนเงินสำรองที่ธนาคารฝากไว้ที่เฟด เพื่อกระตุ้นให้ธนาคารปล่อยกู้มาก ขึ้น นอกจากนี้หลังตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการ บ.แอปเปิลรายงานกำไรไตรมาส 2/53 แข็งแกร่งกว่า ที่ตลาดคาด (เป็นผลดีต่อหุ้น HANA) ทั้งนี้ประเด็นต่างๆ ข้างต้นมีน้ำหนักช่วยให้ดาวโจนส์รีบาวด์ กลับในช่วงท้าย หลังจากร่วงหนักในช่วงเปิดตลาดตามผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาดของโกลด์ แมน แซค รวมทั้งตัวเลขเริ่มสร้างบ้านเดือน มิ.ย. ที่แย่กว่าคาดการณ์ วันนี้มอง SET รีบาวด์ไม่ เกินแนวต้าน 830 และ 835 จุด ทั้งนี้เรายังไม่แน่ใจว่ามาตรการสหรัฐฯ ข้างต้นจะกระตุ้นสินเชื่อ ได้จริงหรือไม่ เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังไม่ดี แต่ข่าวดังกล่าวก็เพียงพอหนุน ตลาดทุนได้ในระยะสั้นๆ กลยุทธ์: แนะนำถือ/ซื้อหุ้นในกลุ่มในประเทศต่อไป สำหรับกลุ่มแบงก์จะสิ้นสุดการ รายงานกำไรไตรมาส 2 ในเช้าวันพรุ่งนี้ และแรงเก็งกำไรจะน้อยลงแต่ระยะยาวแนวโน้มยังแข็ง แกร่ง เราชอบหุ้น KTB*, BBL* และ KBANK* แต่สำหรับ SCB* เช้านี้รายงานกำไรไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ 8% ส่วนหุ้นกลุ่มทิ่ดินยังคงเป็นกลุ่มที่เราชอบที่สุดเช่นเดิม หุ้นเด่นคือ PS*, LPN และ AP
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับเพิ่มจีดีพีของไทยปี 2553 จากเดิม 4.0% เป็น 5.5% ตามอุปสงค์ในประเทศและการส่งออกในเอเชียที่แข็งแกร่ง โดยประมาณการใหม่นั้น ใกล้เคียงกับที่ KGI ประเมินที่ 5.9% ขณะที่ทางการไทยเช่นคลังนั้นประเมินที่ 5.5% ส่วน ธปท. กำลังจะปรับเพิ่มประมาณการน่าจะเกิน 6.0% ในวันที่ 23 ก.ค. นี้ ทั้งนี้แม้ ADB จะปรับ เพิ่มจีดีพีไทยแต่ต้องยอมรับว่า ADB มองจีดีพีของไทยเติบโตรองบ๊วยในกลุ่ม ASEAN-5 โดย มีฟิลิปปินส์ที่ต่ำกว่าไทย อยู่ที่ 5.0% ขณะที่สิงคโปร์อยู่ที่ 12.5% มาเลเซีย 6.8% และอินโดฯ ที่ 6.0% นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ให้สัมภาษณ์ว่าแผนการควบรวมบริษัทในธุรกิจโรงกลั่นและ ปิโตรเคมีอาจต้องมีการเลื่อนออกไปอีกครั้ง เนื่องจากติดปัญหาข้อกฏหมาย โดยเฉพาะใน ประเด็นที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ที่มีการชี้มูล ความผิดกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้กระทรวงการคลังเข้าฟื้นฟู กิจการ TPI มีผลโดยตรงให้ ปตท.ต้องนำผลการชี้มูลมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจในการ ควบรวมกิจการ โดยการประชุมประชุมคณะกรรมการบริษัทจะไม่มีวาระเรื่องการควบรวมกิจการ เพราะต้องรอผลการศึกษาให้แล้วเสร็จก่อน แต่ยังคงยืนยันว่า จะคงมีการศึกษาเพื่อที่จะปรับโครง สร้างธุรกิจในเครือต่อไปอย่างแน่นอน ฮอนด้าปรับเป้าหมายยอดขายรถยนต์ในประเทศขึ้นจากเดิม 1 แสนคัน เป็น 1.1 แสน คัน (เพิ่มขึ้น 10%) และฮอนด้าคาดยอดขายรถยนต์ของประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 8 แสนคันต่อ ปีภายในปี 2556 ขณะที่ อีซูซุคาดเป้าหมายยอดขายรถยนต์ในประเทศปีนี้ที่ระดับ 7.25 แสนคัน ซึ่งเป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทั้งนี้ผู้ผลิตรถยนต์ทั้ง 2 ค่ายประเมนผลกระทบจากวิกฤต การเมืองไม่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์อย่างมีนัยสำคัญ เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ STANLY จากประเด็นข่าวการปรับเป้าหมายยอดขายของฮอนด้าเนื่องจากฮอนด้าเป็นลูกค้าหลักของ STANLY และประเมินว่า AH จะได้รับประโยชน์จากยอดขายรถปิกอัพของอีซูซุที่เพิ่มขึ้น เรายัง คงคำแนะนำ “ซื้อ” STANLY
|
Comments