|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 23/07/53
|
|
|
Friday, 23 July 2010 10:09 |
|
Market Recap and Trend: การปรับสูงขึ้นของตลาดหุ้น Dow Jones และการปรับเพิ่ม ประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยหนุน SET วันนี้ แรงซื้อหุ้นกลุ่มสื่อสาร และกลุ่มธนาคารส่งผลให้ SET ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง 0.26% ปิด ตลาดที่ 833.01 จุด เมื่อวานนี้ ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 42,806 ล้านบาท โดยนักลงทุน ต่างชาติขายหุ้นสุทธิ 244 ล้านบาท สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ คาดว่าจะปรับสูงขึ้นตามการปรับ สูงขึ้นของตลาดหุ้น Dow Jones เกือบ 2% เมื่อคืนที่ผ่านมาและการปรับเพิ่มประมาณการ เศรษฐกิจของ ธปท. วันนี้ ทั้งนี้ตลาดหุ้น Dow Jones ปรับสูงขึ้นเกือบ 2% เมื่อคืนที่ผ่านมาหลัง ผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนอย่าง 3M, UPS, และ Caterpillar ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ ไว้ นอกจากนี้การปรับสูงขึ้นของราคาน้ำมันทำจุดสูงสุดในรอบ 11 สัปดาห์ที่ US$79.30/ บาร์เรล จะเป็นปัจจัยหนุนการปรับสูงขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานอีกครั้ง สำหรับ ธปท. จะมีการ ประเมินอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจใหม่วันนี้จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 4.3-5.8% จะส่งผลดี ต่อหุ้นกลุ่ม Domestic Plays โดยตรง ขณะที่ผลการทดสอบ Stress Test ธนาคารยุโรป 91 แห่ง ในคืนวันนี้คาดว่าธนาคารส่วนใหญ่จะสอบผ่าน
Investment Strategy: ถือหุ้นในสัดส่วน 80% ของพอร์ต โดยหุ้นกลุ่ม Domestic Plays จะ ยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่อง...เก็งกำไรหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ โมเมนตัมเชิงบวกจากตลาดหุ้นต่างประเทศที่ฟื้นตัว ผลการดำเนินงานบริษัทจด ทะเบียนที่ส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด การปรับประมาณการเศรษฐกิจ และราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ทำจุดสูงสุดในรอบ 11 สัปดาห์ จะเป็นปัจจัยหนุนการปรับสูงขึ้นของ SET ต่อเนื่อง โดยเรายังแนะ นำนักลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน 80% ของพอร์ตต่อ และเลื่อนจุด Trailing Stop มาที่ 822 จุด... สำหรับกลุ่มหุ้นลงทุน หุ้นกลุ่ม Domestic Play อย่างหุ้นกลุ่มธนาคาร, อสังหาฯ, วัสดุก่อสร้าง, สื่อสาร, พาณิชย์, และบันเทิง จะยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาดต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นกลุ่ม หุ้นที่ได้รับผลดีโดยตรงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่กลุ่มหุ้น พลังงานยังหาปัจจัยบวกได้ไม่มากนัก นอกจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งจะ ทำให้หุ้นกลุ่มนี้ยังมีแนวโน้มอ่อนแอกว่าตลาดต่อเนื่อง...สำหรับหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ (KEST, ASP, BLS) แนะนำเก็งกำไรต่อเนื่องจากเมื่อวาน คาดผลการดำเนินงาน 2Q53 ออกมาดี ตามปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น...หุ้นแนะนำวันนี้ได้แก่ • KBANK – ซื้อ ได้รับผลดีโดยตรงจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อสินเชื่อ • KEST – เก็งกำไร ได้ผลบวกโดยตรงจากมูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้น
Futures Strategy : เปิดสถานะ LONG โดยมี Trailing Stop ที่ 557 จุด (ดูรายละเอียดใน Derivative Strategy)
AUTO : เพิ่ม ADVANC, MAJOR และ AOT เข้ามาในกลุ่มหุ้น Top Picks
Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน -0.6% ต่ำกว่าอัตราผลตอบแทน SET ที่ +0.8% (Update วันที่ 19 ก.ค. 53) พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน -0.6% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ SET มีอัตรา ผลตอบแทน +0.8% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนต่ำกว่า SET อยู่ 1.4% ในขณะที่ ถ้าพิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +193% ดีกว่าตลาดที่ให้ อัตราผลตอบแทน +18% อยู่ 148% โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา CPALL เป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบ แทนสูงที่สุดในพอร์ตหรือมีอัตราผลตอบแทน +2.6%…สำหรับสัปดาห์นี้ถือหุ้นทั้ง 4 ตัวต่อเนื่องจาก สัปดาห์ก่อน ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว) CPALL (การขยาย สาขา และเพิ่มกำไรขั้นต้นส่งผลดีต่อผลการดำเนินงาน) BBL (คาดผลการดำเนินงาน 2Q53 ออกมาดีตามเศรษฐกิจที่ขยายตัว และบันทึกกำไรจากการขายหุ้น ACL ประมาณ 2 พันล้าน บาท) และ PTTCH (กำไรขยายตัวสูง 100% ปี 53 และ 50% ปี 54 และมีลุ้นข่าวดีจากการปลด ล็อกโครงการโรงแยกก๊าซ 6 จากโครงการที่มีอันตรายในเขตมาบตาพุด) ขณะที่เราเพิ่ม ADVANC เข้ามาพอร์ต (คาดรับปันผลระหว่างกาล 3 บาท/หุ้น) นำ TUF และ TICON ออกจาก พอร์ต เนื่องราคาหุ้นปรับสูงขึ้นเข้าใกล้มูลค่าพื้นฐานแล้ว
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้น ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 1.99% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิด เพิ่มขึ้น 2.25% นักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ หลังการเปิดเผยผลประกอบการจากบริษัท 3M, UPS และคาเตอร์พิลลาร์ ทั้งนี้หุ้น UPS ทะยาน ขึ้น 5.2% หลังปรับเพิ่มแนวโน้มผลกำไร โดยบริษัท UPS ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งพัสดุรายใหญ่ที่สุด ของโลกนั้นถูกมองว่าเป็นตัวบ่งชี้อุปสงค์ของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ขณะเดียวกัน หุ้นคา เตอร์พิลลาร์ และหุ้น 3M พุ่งขึ้น หลังทั้งสองบริษัทปรับเพิ่มแนวโน้มผลประกอบการ ซึ่งบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจโลกอาจอยู่ในภาวะที่แข็งแกร่งขึ้น นอกจากนี้ บริษัทชั้นนำยังคงรายงานผลกำไรออกมา หลังปิดตลาด อาทิ ไมโครซอฟท์รายงานผลกำไรรายไตรมาสพุ่งขึ้น 48% แต่อเมซอน.คอม รายงานผลประกอบการลดลงต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ซึ่งถ่วงราคาหุ้นร่วง 13.5% ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. ปิด เพิ่มขึ้น 2.74 ดอลลาร์ หรือ 3.58% มาปิดที่ 79.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้แรงหนุน จากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาด ประกอบกับมีความวิตกว่าดีเปรสชั่นเขตร้อนอาจจะ กระทบการผลิตในอ่าวเม็กซิโก ทั้งนี้ บริษัทน้ำมันที่ดำเนินการในอ่าวเม็กซิโกกำลังจับตาดู ดีเปรสชั่นเขตร้อนอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจจะทวีความรุนแรงเป็นพายุ และจะเคลื่อนตัวผ่านภูมิภาค ดังกล่าว โดยบางบริษัทได้ถอนพนักงานออกจากแท่นผลิตนอกชายฝั่งแล้ว ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ยูโรปรับตัวขึ้นเหนือ 1.29 ดอลลาร์ หลังข้อมูลบ่งชี้ถึง การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาดในภาคการผลิตและบริการของยุโรป อย่างไร ก็ตาม ความไม่แน่นอนก่อนการเปิดเผยผลทดสอบภาวะวิกฤติ (stress test) ของธนาคารยุโรป ในวันศุกร์นี้ ได้สกัดกั้นยูโรจากการเข้าทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 10 สัปดาห์เหนือ 1.30 ดอลลาร์ ขณะเดียวกัน ดอลลาร์เผชิญแรงกดดัน ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอทำลาย ความหวังของตลาดที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2011 ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 20 จุดมาที่ 1801 จุด ความต้องการขนส่งสินค้า เกษตรลดลงตามปัจจัยฤดูกาล กอปรกับกองเริ่มใหม่เพิ่มเข้ามา ยังคงกดดันให้ค่าระวางเรือมี แนวโน้มอ่อนตัวลงในระยะนี้ โดยภาพรวมทิศทางค่าระวางเรือจนถึงสิ้นปีนี้ยังคงถูกกดดัน โดยอุปทานกองเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้มีกองเรือใหม่เพิ่มขึ้น แล้วกว่า 12% ของ DWT เรือทั้งหมดที่มีกำหนดส่งมอบ ซึ่งหากมีการส่งมอบตามกำหนดการ จะ มีจำนวนกองเรือที่เพิ่มขึ้นจนถึงปี 55คิดเป็น DWT เพิ่มขึ้นกว่า 57% ของกองเรือที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน
|
Comments