|
บล.ธนชาต : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 04/08/53
|
|
|
Wednesday, 04 August 2010 09:17 |
|
คาดวันนี้ SET แกว่ง +/- 5 จุด เพราะไม่มีอะไรใหม่ ยกเว้นการทยอยประกาศ งบของบจ. (ทั้งไทย & เทศ) ที่ต้องดูเทียบกับตลาดคาด(ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่ออกดี กว่าคาด) จะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดหุ้นในช่วงนี้ แม้นับแต่ต้นปี SET (+17.7%) จะแรงกว่าเพื่อน (MSCI Asia Ex JP +2.4%) แต่เรายังมองแนวต้านรอบนี้ที่ ~ 900 จุด จับตากลุ่มฮ็อตที่กำลังจะเกิดจุดเปลี่ยนอย่าง “สื่อสาร (DTAC เป้า 62)” ที่ 3G เริ่มจับต้องได้ และ “รับเหมา (เก็งกำไร NWR เป้า=พาร์ 1 บาท)” เพื่อต้อนรับการเบิก ใช้งบประมาณรอบใหม่เริ่มต.ค.
ประเด็นสำคัญวันนี้ 2G จบ 3G เกิด = ปลดล็อคกลุ่มมือถือ DTAC เด่นสุด เป้า 62 บาท (หน้า 3) มั่นใจว่า 3G ต้องเกิดก่อนเลือกตั้งใหม่ แต่จะทัน ก.ย.นี้หรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น การประกาศ 3G ลงในราชกิจจานุเบกษา = ให้อำนาจ กทช.โดยสมบูรณ์ ส่วน 2G ที่จะมีการแปรสัญญา คาดว่าจะได้ข้อยุติเร็วๆนี้ เพราะดีต่อทุกฝ่าย ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนกลุ่มมือถือจาก Neutral เป็น “Overweight” เป้าใหม่บน 3G ได้ DTAC 62 บาท ADVANC 120 บาท & TRUE 4.20 บาท ชอบ DTAC (ปิด 46.50, เป้า 62, Upside 33%) สุด เพราะกำไรโต & เสี่ยง ต่ำ NWR “เก็งกำไร” ราคามีแนวโน้มไปต่อ เป้าไกล 1 บาท รับเหมา คือกลุ่มที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ NWR แม้ขนาดเล็ก แต่ก็มีโอกาสรับงานเหมาช่วง โดยเฉพาะต่อจาก ITD วานนี้ในทางทฤษฎีราคา NWR ควรอยู่ที่ 0.72 บาท แต่ปิดจริงแค่ 0.71 บาท มูลค่าทางบัญชี (BV) หลังลดทุนโดยลดจำนวนหุ้น คาดเพิ่มเป็น 0.98 บาท ลุ้นกลับมาจ่ายปันผลเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี เพราะไม่มีขาดทุนสะสมแล้ว เทรดคึกยังไง ก็ปลอดภัยจาก Cash Balance เพราะ PE ปัจจุบันต่ำแค่ 10 x สุดท้ายราคาควรกลับไปยืนเหนือพาร์ (1 บาท) เพราะงบดี & มีปันผล
สรุปภาพตลาดวานนี้ แม้ไปไม่ไกล แต่ SET ก็ไม่หลุด 860 โอกาสขึ้นต่อยังมี ถือเป็นวันที่ 2 แล้วที่ SET ยืนเหนือ 860 จุดได้ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับก่อนที่จะเกิดวิกฤติซัพไพร์มกลางปี 08 ตีความทางอ้อมได้ว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้มีความเสี่ยงต่ำที่กลับไปถดถอยอีกครั้ง (double-dip recession) วานนี้ฝรั่งซื้อสุทธิหุ้นไทยต่อเป็นวันที่ 7 อีกถึง 1.7 พันลบ. ในขณะที่คนไทย (กองทุนฯ พอร์ตโบรกเกอร์ & รายย่อย) ขายทำกำไรออกมา DJ พัก แต่ NYMEX ไปต่อ การที่วานนี้ DJ ปิดลบแค่ประมาณ 40 จุด (vs. วัน ก่อนบวกไปกว่า 200 จุด) ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการขายทำกำไร อีกส่วนมาจากการ ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่แย่กว่าที่ตลาดคาดไว้ (ทั้ง การใช้จ่ายของ ผู้บริโภคเดือนมิ.ย.ที่แค่ทรงตัวแทนที่จะดีขึ้น และยอดทำสัญญาบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือน มิ.ย. ที่ต่ำสุดนับแต่ปี 2001) และงบบางบริษัทก็ ออกมาน่าผิดหวัง (เช่น P&G และ Dow Chemical) อย่างไรก็ตาม ในส่วนของราคา น้ำมันดิบ NYMEX ยังเดินหน้าต่ออีก 1.5% เป็น US$82.55/bbl หลังดอลลาร์อ่อน และคาดการณ์ว่าสต็อคน้ำมันดิบรายสัปดาห์จะลดลง
|
Comments