|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 05/08/53
|
|
|
Thursday, 05 August 2010 09:54 |
|
Market Recap and Trend: คาด SET เคลื่อนไหว sideways ในกรอบ 860-870 จุด ต่อเนื่อง หุ้นกลุ่มพลังงานจะยังเป็นหุ้นกลุ่มนำตลาดต่อไป SET ปรับสูงขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในช่วงระหว่างวันที่ 871 จุด แต่ปิดตลาดปรับสูงขึ้นเพียง 0.34% ที่ 867.34 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นต่อเนื่อง 30,646 ล้านบาท โดยนักลงทุน ต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิต่อเนื่อง 1,037 ล้านบาท สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ คาดว่าจะมีแนวโน้ม เคลื่อนไหวในรูปแบบ Sideways ในกรอบ 860-870 จุดต่อเนื่อง โดยคาดว่าหุ้นกลุ่มพลังงานจะ ยังเป็นหุ้นกลุ่มนำตลาดต่อเนื่อง เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง US$82.47/บาร์เรล ขณะที่ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนที่ผ่านมาปรับสูงขึ้น 0.41% จากตัว เลข ISM ภาคบริการที่ขยายตัวมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน ที่สูงเกินคาดในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา สำหรับการประชุมอัตราดอกเบี้ยของ ECB และ BOE ในคืน วันนี้ โดยตลาดคาดว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.0% ต่อเนื่อง เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ ในระดับต่ำ และยังมีความเสี่ยงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
Investment Strategy: โมเมนตัมตลาดยังแข็งแกร่ง จากผลการดำเนินงาน 2Q53 และตัวเลข เศรษฐกิจที่ออกมาดี...แต่ระวังแรงขายที่บริเวณแนวต้าน 880 จุด SET ยังมีโมเมนตัมที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง จากผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนช่วง 2Q53 ที่ออกมาดี และมีแนวโน้มดีต่อเนื่องในช่วง 2H53 ตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก แล เศรษฐกิจไทยที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งส่งผลให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ (Consensus) รวมไปถึง AYS มีการปรับประมาณการกำไร และมูลค่าพื้นฐานหุ้นหลายๆ ตัวขึ้นจากเดิม...อย่าง ไรก็ตามแม้เราคาดว่า SET จะมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในรูปแบบ Sideways Up ต่อไป เรามอง ว่า SET จะเริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้นจากการถูกแรงขายทำกำไรระยะสั้นที่บริเวณ 870-880 จุด ที่เป็นระดับแนวต้านระยะกลาง ทำให้เราคงกลยุทธ์ Lets the profit run โดยมีจุด Trailing Stop เหมือน โดยเราคงจุด Trailing Stop ไว้ที่ 852 จุด ต่อเนื่องจากเมื่อวาน สำหรับกลุ่มหุ้นที่ มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาดในช่วงนี้ยังเป็นหุ้นกลุ่มพลังงาน (PTT, PTTEP, GLOW) ชิ้นส่วน ยานยนต์ (SAT, STANLY) ปิโตรฯ (IVL) อสังหาฯ (PS, LPN, SPALI, AP) เหมือนเดิม และ หุ้นกลุ่มอเล็กโทรนิกส์ที่เริ่มมีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ (DELTA, KCE)
Futures Strategy : ถือสถานะ LONG โดยเลื่อนจุด Trailing Stop มาที่ 582 จุด (ดูรายละเอียดใน Derivative Strategy)
AUTO : หุ้นกลุ่มธนาคารหลายๆ ตัวเริ่มมี Sentiment ที่แข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง
Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +0.1% ต่ำกว่าอัตรา ผลตอบแทน SET ที่ +1.9% (Update วันที่ 2 ส.ค. 53) พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +0.1% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ SET มีอัตรา ผลตอบแทน +1.9% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนต่ำกว่า SET อยู่ 1.8% ในขณะที่ ถ้าพิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +207% ดีกว่าตลาดที่ให้ อัตราผลตอบแทน +22% อยู่ 151% โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา PTTCH และ ADVANC เป็นหุ้น ที่มีอัตราผลตอบแทนสูงที่สุดในพอร์ตหรือมีอัตราผลตอบแทน +3.3% และ 2.5% ตามลำดับ… สำหรับสัปดาห์นี้ถือหุ้นทั้ง 5 ตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจาก หอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว มีแนวโน้มปรับประมาณการกำไร และมูลค่าพื้นฐาน) BBL (ได้ปรับ ประโยชน์จากแนวโน้มเศรษฐกิจขยายตัวโดยตรงผ่านการขยายตัวสินเชื่อ และรายได้ค่า ธรรมเนียม) CPALL (การขยายสาขา และเพิ่มกำไรขั้นต้นส่งผลดีต่อผลการดำเนินงาน) PTTCH (กำไรขยายตัวสูง 100% ปี 53 และ 50% ปี 54) ADVANC (มีปัจจัยบวกจากความ ชัดเจนมาขึ้นกรณีสัมปทาน 3G และเตรียมรับปันผลระหว่างกาล 3 บาท/หุ้น) และ KEST (คาด ว่าผลการดำเนินงาน 2Q53 จะออกมาดี ตามปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้น)
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้น ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.41% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.61% ขณะที่สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยดัชนีภาคบริการ ขยายตัวมากเกินคาดเล็กน้อยในเดือนก.ค. โดยดัชนี ISM ภาคบริการบวกขึ้นสู่ 54.3 ในเดือนก.ค.จาก 53.8 ในเดือนมิ.ย. ประกอบกับ ADP Employer Services เปิดเผยตัวเลข การจ้างงานภาคเอกชนในสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาด 42,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 19,000 ตำแหน่ง ในเดือนมิ.ย. ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวช่วยหนุนความเชื่อมั่นก่อนการเปิดเผย รายงานการจ้างงานในวันศุกร์นี้ ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดลดลง ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ก.ย. ปิดลดลง 8 เซนต์ หรือ 0.10% มาปิดที่ 82.47 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงกดดันจากการ แข็งค่าของดอลลาร์ ประกอบกับศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติของสหรัฐ (NHC) ระบุว่า พายุโซนร้อน โคลินยังคงเคลื่อนตัวอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก แต่พายุโซนร้อนโคลินและคลื่นกระแสลม ฝ่ายตะวันออกในทะเลแคริบเบียนไม่เป็นภัยคุกคามต่อการผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก ขณะเดียว กัน EIA รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 2.8 ล้านบาร์เรล สู่ 358.0 ล้านบาร์เรล ในช่วงสัปดาห์ สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ค., สต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 2.2 ล้านบาร์เรลสู่ 169.7 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมัน เบนซินเพิ่มขึ้น 700,000 บาร์เรล สู่ 223.0 ล้านบาร์เรล ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบเยน และยูโร ดอลลาร์ได้แรงหนุนจากการที่ ADP Employer Services เปิดเผยรายงานการจ้างงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 42,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. และ สถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) เปิดเผยดัชนีภาคบริการของสหรัฐขยายตัวมากเกินคาดใน เดือนก.ค. ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ระบุว่า ข้อมูลเศรษฐกิจเป็นปัจจัยหนุนให้นักลงทุนกลับเข้า ซื้อคืนดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังวิตกว่าสัญญาณการขยายตัวที่อ่อนแอของสหรัฐในช่วงที่ ผ่านมาอาจกระตุ้นให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น โดยเฟดจะ ประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 9 ส.ค. ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดลดลง 7 จุดมาที่ 1957 จุด ความต้องการขนส่งสินค้าเกษตร ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล กอปรกับกองเริ่มใหม่เพิ่มเข้ามา ยังคงกดดันให้ค่าระวางเรือมีแนวโน้ม อ่อนตัวลงในระยะนี้ โดยภาพรวมทิศทางค่าระวางเรือจนถึงสิ้นปีนี้ยังคงถูกกดดันโดยอุปทานกอง เรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้มีกองเรือใหม่เพิ่มขึ้นแล้วกว่า 12% ของ DWT เรือทั้งหมดที่มีกำหนดส่งมอบ ซึ่งหากมีการส่งมอบตามกำหนดการ จะมีจำนวน กองเรือที่เพิ่มขึ้นจนถึงปี 55คิดเป็น DWT เพิ่มขึ้นกว่า 57% ของกองเรือที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน
|
Comments