|
บล.เคจีไอ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 11/08/53
|
|
|
Wednesday, 11 August 2010 10:13 |
|
ซื้อเล่นสั้นตามแนวรับ...หรือรอหลังหยุดยาวก็ได้ KGI ประเมินตลาดหุ้นไทยวันพุธแกว่งตัวลง มาตรการของสหรัฐฯ ออกมาตามที่เรา คาด แต่การตอบสนองของตลาดสินทรัพย์ต่างๆ ไม่เป็นไปเช่นนั้น โดยเฟดได้ตรึงดอกเบี้ยระยะ สั้นที่ 0-0.25% และจะนำรายได้จากพันธบัตรจำนองที่ครบกำหนดไปซื้อพันธบัตรระยะยาว ซึ่ง เป็นการเพิ่มสภาพคล่องในตลาด อย่างไรก็ดีตลาดหุ้นต่างประเทศและตลาดน้ำมันไปรับข่าวลบว่า เฟดเตือนภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ อ่อนแรงลงในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ประกอบกับแรงกดดัน จากตลาดหุ้นเอเชียเมื่อวานนี้หลังตัวเลขนำเข้าเดือนก.ค. ของจีนน่าผิดหวัง และในวันนี้ 9.00 น. จีนจะรายงานเงินเฟ้อเดือน ก.ค. ซึ่งจะเป็นปัจจัยผันแปรสำคัญต่อการซื้อขายของเอเชียในวันนี้ โดยตลาดคาดเงินเฟ้อจีนที่ 3.3% เร่งขึ้นจาก 2.9% ในเดือน มิ.ย. ทั้งนี้ KGI มองว่าดัชนีฯ อาจ มีรีบาวด์ในวันตามแนวรับที่ 857 และ 850 จุด แต่ภาพรวมนักลงทุนในประเทศคงชะลอกิจกรรม ก่อนหยุดยาว 4 วัน กลยุทธ์: เนื่องจากในช่วงวันหยุดจะมีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกหลายตัว และอาจ สร้างความผันผวนได้ จึงแนะนำให้นักลงทุนระยะสั้นชะลอ หรือซื้อเล่นสั้นตามแนวรับเพื่อขายออก ในวัน ส่วนนักลงทุนระยะยาวยังเน้นสะสมหุ้นขนาดกลางที่มีกำไรออกมาดี และ/หรือแนวโน้มกำไร ครึ่งหลังจะดี หุ้นเด่นคือ HANA*, DELTA*, HMPRO*, SAT และ STANLY
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ DELTA* คาดว่ายอดขายในปีนี้น่าจะถึง 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เกินเป้าหมายที่ ตั้งไว้ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 12-13% จาก 8% ใน ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการออกสินค้าใหม่ ปี 2553-54 บริษัทจัดสรรงบเพื่อการลงทุนจำนวน 30 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อขยายกำลังการผลิตในสโลวาเกีย และอินเดีย เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทั้งนี้บริษัทคาดว่าในปี 2555 ยอดขายจะเพิ่มเป็น 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ และอัตรากำไรสุทธิจะ เพิ่มเป็น 16% เราคาดว่าเป้าที่บริษัทวางไว้สำหรับปี 2553 และ 2555 นั้นมีความเป็นไปได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการผลิต เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ตลาดเฉพาะ ด้านจึงทำให้อัตรากำไรที่สูงมากในปัจจุบัน ยังคงคำแนะนำซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย 30.70 บาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เผยตัวเลขดัชนีราคาสินค้าเกษตรเดือนก.ค 2553 ปรับ ตัวดีขึ้น 32.86% YoY เป็น 159.07 จุด การปรับตัวขึ้นของตัวเลขดังกล่าวเป็นผลมาจากราคา ในส่วนของสินค้าอาหารและธัญพืชที่เพิ่มขึ้น อาทิ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าวโพด เป็นต้น ซึ่งทิศ ทางของดัชนีราคาสินค้าเกษตรในเดือนส.ค 2553 คาดจะยังอยู่ในขาขึ้นเนื่องจากอุปสงค์ยังเติบ โตต่อเนื่อง ขณะที่ราคายังยืนได้ดี ทั้งนี้ เราประเมินว่า รายได้ของกลุ่มเกษตรกรที่เพิ่มสูงขึ้น จะ ส่งผลบวกต่อผู้ประกอบการที่มีความเกี่ยวข้องกับรากหญ้าโดยตรง อาทิ DCC และคาดจะทำให้ กำไรปี 2553 ของบริษัทปรับขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.3 พันล้านบาท BANPU* ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นในการเข้าซื้อกิจการของ Centennial Coal เป็นที่เรียบร้อยแล้ววานนี้ โดย BANPU คาดว่าจะได้ทำการซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดจำนวน 80.1% สำเร็จในช่วงปลายเดือน ก.ย. ถึงต้นเดือน ต.ค. ด้วยวงเงิน 2 พันล้านเหรียญออสเตรเลีย โดยที่ ประชุมยังได้มีมติอนุมัติการออกหุ้นกู้จำนวน 2 พันล้านเหรียญสหรัฐเพื่อรองรับการเข้าซื้อกิจการ ดังกล่าวด้วยกำหนดการแล้วเสร็จยังคงเป็นไปตามที่เราได้คาดการไว้เดิม ที่ประเมินว่ารัฐบาล ออสเตรเลียจะทำการอนุมัติการเข้าซื้อกิจการภายหลังจากการเลือกตั้งที่จะมีในวันที่ 21 ส.ค. และ BANPU จะเริ่มรับรู้ผลการดำเนินการของ Centennial ในไตรมาส 4/53 เป็นต้นไป คง แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 764 บาท ผู้บริหาร ADVANC* ชี้ว่ารายได้ครึ่งปีหลังจะเติบโตน้อยกว่าในครึ่งแรกที่เติบโตไป 6.4% YoY เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเล็กน้อย แต่ยังคงเป้ารายได้เติบโตทั้งปีที่ 5.0% และ ในปีนี้หากไม่มีการลงทุนในระบบ 3 จี ก็อาจมีการจ่ายเงินปันผลพิเศษเช่นเดียวกับในปี 2552 ที่ ผ่านมา ทั้งนี้ในปี 2552 ADVANC มีการจ่ายปันผลพิเศษ 5 บาทต่อหุ้น
|
Comments