|
บล.เคจีไอ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 20/08/53
|
|
|
|
|
Friday, 20 August 2010 09:16 |
|
ซื้อเล่นสั้นตามแนวรับ KGI คาดว่าตลาดหุ้นไทยวันศุกร์จะเปิดปรับลง เป้าหมายอยู่ที่แนวรับเทคนิค 885 และ 880 จุด ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เมื่อคืนออกมาแย่กว่าที่คาดมาก โดยดัชนีการผลิตแถบฟิลาเด ลเฟียเดือน ส.ค.ร่วงลงจนติดลบ (ตลาดคาด +7.1 จุด) และยอดขอรับสวัสดิการว่างงานขึ้นสู่ระดับ สูงสุดรอบ 9 เดือนที่ 5 แสนคน ซึ่งกดดันราคาน้ำมัน ดันดัชนี VIX ขึ้น และจะเป็นลบต่อตลาด สินทรัพย์ในเอเชีย อย่างไรก็ดีการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ นั้นก็อยู่ในการคาดการณ์ของ ตลาดพอสมควร (ดังที่เราออกบทวิเคราะห์เศรษฐกิจไปเมื่อวาน) จึงไม่น่าจะกดดันตลาดหุ้น เอเชียมากจนเกินไป นอกจากนี้กระแสของเงินทุนไหลเข้าเอเชียก็ยังอยู่ ส่วนสัปดาห์นี้มีประเด็น เศรษฐกิจให้ตามดังนี้ i) จีดีพีของไทยไตรมาส 2/53 (23 ส.ค.) ตลาดคาดโต 7-8% YoY ii) ประชุม กนง. (25 ส.ค.) คาดขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ 1.75% เนื่องจากปัจจัยภายในแข็งแกร่ง และน่าจะกระตุ้นบาทแข็งต่อ iii) ตัวเลขสหรัฐฯ เกี่ยวกับยอดขายบ้านและจีดีพีไตรมาส 2 น่า สังเกตว่าตลาดคาดการรายงานจีดีพีไตรมาส 2 ครั้งที่ 2 (Second revision) จะโตเพียง 1.4% เทียบกับ 2.4% ในการรายงานครั้งแรก กลยุทธ์: กรณีเล่นในวัน ซื้อเพื่อการรีบาวด์ตามแนวรับ ไม่ถือข้ามวันหยุด ส่วนระยะกลางให้ถือครองหุ้นเพราะเรามองว่าการปรับฐานของเอเชียไม่น่า รุนแรง ราคาหุ้นที่อ่อนตัวเป็นจังหวะเข้าซื้อหุ้นหลักในกลุ่มแบงก์และพลังงาน ส่วนหุ้นที่น่าจะเด่น วันนี้ได้แก่ก่อสร้างและรับเหมาตามข่าวผู้รับเหมา 11 ราย เข้าซื้อซองประมูลรถไฟฟ้าสีแดง บางซื่อ-รังสิต เก็งกำไร CK, STEC, UNIQ
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ ยอดส่งออกรถยนต์ของไทยเดือนก.ค.53 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากยอดคำสั่ง ซื้อที่เพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาคโดยเฉพาะในเอเชีย ผลจากยอดส่งออกรถยนต์และยอดขายรถยนต์ใน ประเทศที่เพิ่มขึ้นโดดเด่น ทำให้ยอดผลิตรถยนต์เดือนก.ค.53 เพิ่มขึ้น 94.4% YoY เป็น 145,771 คัน ทำให้ยอดผลิตรถยนต์รวมของไทยช่วง 7M10 เพิ่มขึ้นแล้ว 97.1% YoY เป็น 914,765 คัน เราประเมินว่ายอดผลิตรถยนต์ในงวดไตรมาส 3/53 จะเพิ่มขึ้น QoQ ซึ่งจะส่งผล บวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานของกลุ่มยานยนต์ ดังน้นเราจึงยังคงน้ำหนักการลงทุนในกลุ่ม เป็น “มากกว่าตลาด” และเลือก SAT และ STANLY เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม AOT* รายงานยอดผู้โดยสารเดือนก.ค.53 เพิ่มขึ้นเป็น 4.68 ล้านคน จากระดับ 4.33 ล้านคนในเดือนก.ค.52 หรือเพิ่มขึ้น 8% YoY โดยแบ่งเป็นยอดผู้โดยสารต่างชาติ 2.99 ล้านคน เพิ่มขึ้น 15% YoY ขณะที่ยอดผู้โดยสารภายในประเทศลดลงเล็กน้อย 2.54% YoY เป็น 1.69 ล้านคน ในส่วนของเที่ยวบินเดือนก.ค.53 ปรับตัวสูงขึ้น 7.46% YoY เป็น 31,645 เที่ยว โดยแบ่งเป็น 17,928 เป็นเที่ยวบินต่างชาติ และเที่ยวบินภายในประเทศจำนวน 13,717 เที่ยว เพิ่มขึ้น 4.8% YoY คาดเป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยว ทำให้ ปริมาณการจราจรทางอากาศของ AOT ปรับสูงขึ้น YoY เรายังคงแนะนำ “ถือ” AOT ราคา เหมาะสม 38.50 บาท แนวโน้มงบกระทรวงคมนาคมปี 2554 ที่คาดจะปรับขึ้น 42% YoY เป็น 76,710 ล้านบาท ส่งผลบวกต่อภาพรวมในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง (ที่มา: บางกอกโพสต์): เราประเมินว่างบในส่วนของกระทรวงคมนาคมมีแนวโน้มผ่านการลงมติได้ เนื่องจากเม็ดเงินดัง กล่าวจะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจปี 2553 ขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้ เราคาดกลุ่มรับเหมาก่อสร้างจะได้ รับผลบวกดังกล่าว เพราะโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ อาทิ ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายต่างๆ รวมถึง การก่อสร้างถนน เป็นต้น ผลักดันให้ปริมาณงานในมือของผู้รับเหมาปรับตัวสูงขึ้ น นอกจากนี้ การ เติบโตขึ้นโดดเด่นของอุปสงค์ในส่วนของวัสดุก่อสร้างพื้นฐาน คาดจะหนุนให้บริษัทที่มีความเกี่ยว ข้องกับบริษัทดังกล่าว อาทิ SCC* และ TASCO มีผลการดำเนินงานที่ขยายตัวต่อเนื่อง และหุ้น ดังกล่าวจัดเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง สภาอุตฯ รายงานดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม (TISI) เดือน ก.ค. เพิ่มขึ้นสู่ 108.6 จาก 103.3 ในเดือน มิ.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นใน 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นสู่ 117.6 จาก 105.7 ในเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นการย้ำมุมมองของการขยายตัวของการผลิตอุตฯ และการลงทุน เอกชนที่จะเพิ่มขึ้นอีก กลุ่มที่มีสัดส่วนในการผลิตอุตฯ ของไทยสูงได้แก่อิเลกโทรนิกส์ ยานยนต์ และก่อสร้าง ซึ่งน่าจะได้ประโยชน์จากความมั่นใจที่สูงขึ้นของภาคธุรกิจ ผ่านการลงทุนภายใน ประเทศรวมทั้ง FDI ด้วย
|
Comments