Error
รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง
Print
Friday, 09 September 2011 10:20

สรุปภาพตลาด

          หุ้นกลุ่มสื่อสารถูกขายเนื่องจากกรณีที่รัฐบาลอาจยังไม่นำรายชื่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ขึ้นทูลเกล้าฯ อาจส่งผลให้การประมูล 3G ล่าช้าออกไป ในส่วนของตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ผันผวนและตลาดอาจจะยังคงเผชิญกับความเสี่ยงด้านนโยบายที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปต่อไป ขณะที่ความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบในวงกว้างจากวิกฤติยูโรโซน และเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัวลง ได้บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ขณะที่นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะกล่าวสุนทรพจน์เมื่อคืนไม่ได้บ่งชี้ถึงมาตรการใหม่ๆในการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

          มุมมองทางเทคนิคภาพโดยรวมตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ช่วงรีบาวด์หลังจากปรับตัวลงแรง อย่างไรก็ตามรูปแบบหลักของตลาดใหญ่ยังคงอยู่ในทิศทางขาลง เทคนิคช่วงนี้จึงเน้นเล่นแบบขาลง คือเข้าออกเร็วแบบเก็งกำไรและมีจุดขายตัดขาดทุนหากไม่เป็นไปตามคาด โดยส่วนใหญ่จากสถติการรีบาวด์ของตลาดในแต่ละรอบจะสามารถรีบาว์ขึ้นไปโดยเฉลี่ย ? ของระยะทางที่ปรับลง ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐอาจมีภาษีดีกว่าในเรื่องของโมเมนตัมการรีบาวด์ขึ้นเนื่องจากตลาดหุ้นปรับตัวลงแรงในระดับ 15-20% ซึ่งสูงกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 8-10% ขณะที่แนวต้านสำคัญของตลาดหุ้นไทยจะอยู่บริเวณ 1080-1100 จุด ขณะที่แนวรับสำคัญอยู่บริเวณ 1050-1060 จุดแต่หากดัชนีปรับตัวลงต่ำกว่าแนวรับที่ให้ไว้จะส่งผลให้แนวโน้มระยะสั้นเปลี่ยนเป็นลง

          คำแนะนำการลงทุน: กลยุทธ์ทางเทคนิคยังเหมาะกับการเล่นแบบเก็งกำไรและให้ดูแนวต้านดัชนีบริเวณ 1080-1100 จุดขณะที่แนวรับจะอยู่บริเวณ 1050จุด

 

          ธนรัตน์ อิศรกุล Tel. (662) 618-1334

 

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด

          นายกฯ ให้เลขาธิการ ครม.-กฤษฎีกา ศึกษากฎหมาย ก่อนทูลเกล้าฯ รายชื่อ กสทช.: นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะกรรมการกฤษฎีกา ศึกษาข้อกฎหมาย ก่อนจะทูลเกล้าฯ รายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จำนวน 11 คน เนื่องจากคณะกรรมการคดีพิเศษ (กพค.) มีมติรับคำร้องกรณีการสรรหา กสทช. อาจเข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เป็นคดีพิเศษที่ต้องสืบสวนและสอบสวนต่อไปอีก โดยมีกรอบเวลาดำเนินการ 6 เดือน โดยการดำเนินการของดีเอสไอไม่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของ กสทช. 11 คน

          กระทรวงยุติธรรมตั้งคณะทำงานตรวจสอบฎีกาขออภัยโทษ "ทักษิณ" ไม่กำหนดระยะเวลา: พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานกลั่นกรองและตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีผู้ขอยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยคณะทำงานจะรวบรวมข้อเท็จจริงและเสนอความเห็นว่าควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ก่อนหน้านี้ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุว่าได้ตรวจสอบรายชื่อผู้ยื่นขอถวายฎีกาจำนวนกว่า 3.6 ล้านคน แล้ว พบว่า 2 ล้านรายชื่อ มีตัวตนจริง ส่วนที่เหลือพบว่าชื่อและนามสกุลไม่ตรง จากนี้จะเสนอเรื่องให้ พล.ต.อ.ประชา เป็นผู้พิจารณาทำความเห็นเสนอประกอบการนำเสนอฎีกาตามกฎหมายต่อไป

          จับตาประชุมจี-7 เน้นหารือแก้วิกฤติหนี้ยุโรป-กระตุ้นเศรษฐกิจโลก: เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยว่าสหรัฐและญี่ปุ่นควรดำเนินมาตรการเพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่ยุโรปควรมุ่งความสนใจไปที่การสนับสนุนภาคการเงินและการแก้ไขวิกฤติหนี้สาธารณะ และประเด็นสำคัญสำหรับการประชุมรมว.คลังกลุ่มประเทศจี-7 จะได้แก่ การหารือเกี่ยวกับแนวทางการสร้างความเชื่อมั่นในยุโรป และการเพิ่มทุนธนาคารหากจำเป็น ขณะเดียวกัน แผนการสร้างงานของปธน.โอบามาจะได้รับการหารือในที่ประชุมจี-7 ด้วย และสหรัฐจะระบุว่า เป็นเรื่องสำคัญสำหรับสหรัฐที่จะยังคงใช้นโยบายสนับสนุนด้านการคลังระยะสั้นสำหรับเศรษฐกิจ โดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายการสร้างความแข็งแกร่งด้านการคลังในระยะกลาง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐเรียกร้องให้จีนสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกด้วยการปล่อยให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วมากขึ้น และกลุ่มจี-7 จะหารือเกี่ยวกับความผันผวนของค่าเงินและยังคงร่วมมือกันจัดการกับความเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติของสกุลเงิน ขณะที่ญี่ปุ่นเร่งการใช้จ่ายเพื่อฟื้นฟูบูรณะสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา

          นักวิเคราะห์คาดอีซีบียุติวงจรขึ้นดอกเบี้ยหลังวิกฤติหนี้กระทบเศรษฐกิจ: นักวิเคราะห์คาดว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงทิศทางนโยบายโดยยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังจากเริ่มขึ้นในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา โดยการคาดการณ์เงินเฟ้อและการขยายตัวทางเศรษฐกิจของนักเศรษฐศาสตร์อีซีบีมีแนวโน้มจะถูกปรับลงจากการคาดการณ์ครั้งก่อนในเดือน มิ.ย. ซึ่งจะทำให้ผู้กำหนดนโยบายมีเหตุผลที่จะยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และตลาดการเงินคาดว่าอีซีบีจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจากระดับ 1.5% อย่างเร็วที่สุดในเดือน ธ.ค. นี้

          "โอบามา" เสนอมาตรการจ้างงานวงเงิน 4.47 แสนล้านดอลล์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ: ประธานาธิบดีบารัค โอบามาเสนอมาตรการจ้างงานวงเงิน 4.47 แสนล้านดอลลาร์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยท้าทายสภาคองเกรสที่จะผ่านกฏหมายซึ่งประกอบด้วยการปรับลดภาษีลงอย่างมากสำหรับคนงานและภาคธุรกิจ โดย ปธน.โอบามาได้เสนอขยายมาตรการประกันการว่างงานวงเงิน 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ปรับปรุงโรงเรียนให้ทันสมัยวงเงิน 3 หมื่นล้านดอลลาร์ และการลงทุนในโครการสาธารณูปโภคด้านการขนส่งวงเงิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ข้อเสนอส่วนใหญ่ของเขาประกอบด้วยการลดหย่อนภาษีวงเงิน 2.40 แสนล้านดอลลาร์โดยการปรับลดภาษีที่หักจากค่าจ้างพนักงานลงครึ่งหนึ่งในปีหน้า และปรับลดภาษีที่หักจากค่าจ้างในส่วนของนายจ้างลงด้วย

          คาด "เบอร์นันเก้" ยังไม่เผยมาตรการใหม่ในแถลงการณ์วันนี้ ขณะเฟดยังเสียงแตก: นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะกล่าวสุนทรพจน์ในวันนี้เวลา 00.30 น. ตามเวลาไทย โดยนักวิเคราะห์คาดว่า เขาจะไม่ประกาศมาตรการใหม่ที่สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่คาดว่าจะกล่าวถึงข่าวทางลบเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐในระยะนี้ และมีแนวโน้มที่จะไม่พูดถึงความเห็นที่แตกแยกกันอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่เฟดในเรื่องความจำเป็นในการผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป รวมทั้งอาจกล่าวย้ำว่าควรมีการดำเนินมาตรการทางการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และรัฐบาลไม่ควรดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดมากเกินไปจนเป็นอุปสรรคขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ นายเบอร์นันเก้ไม่มีแนวโน้มจะกล่าวถึงสิ่งใดที่เป็นการก้าวก่ายแถลงการณ์ของประธานาธิบดีบารัค โอบามาเกี่ยวกับแผนการสร้างงานใหม่ ทั้งนี้ มาตรการที่เฟดมีแนวโน้มจะนำมาใช้มากที่สุดคือ การปรับสมดุลพอร์ทลงทุนในพันธบัตรของเฟด เพื่อเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหลักทรัพย์ระยะยาวซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวร่วงลง แต่การนำมาตรการดังกล่าวมาใช้นั้น นายเบอร์นันเก้ต้องลดความขัดแย้งระหว่างผู้กำหนดนโยบายในเฟดลงก่อน ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งในสภาคองเกรสในเรื่องการปรับเพิ่มเพดานหนี้ในเดือน ก.ค. ทำให้ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและผู้บริโภคลดลงอย่างรุนแรง ดังนั้น นายเบอร์นันเก้จึงมีแนวโน้มที่จะทำให้นโยบายของเฟดมีความแน่นอนและชัดเจน และเขาอาจต้องการระดมเสียงสนับสนุนใน FOMC ให้มากที่สุดก่อนจะออกนโยบายใดๆ

          ผลศึกษาชี้การพัฒนาแหล่งพลังงานสหรัฐอาจช่วยสร้างงานกว่า 1 ล้านตำแหน่ง: ผลการศึกษาที่จัดทำโดยบริษัทวู้ด แมคเคนซี และทำขึ้นตามการว่าจ้างโดยการปิโตรเลียมสหรัฐ (API) พบว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากขึ้นอาจช่วยสร้างงานในสหรัฐได้ 1.4 ล้านตำแหน่งภายในปี 2030 ด้วยการเร่งรัดการออกใบอนุญาตขุดเจาะพลังงานในอ่าวเม็กซิโก และอนุมัติการวางท่อส่งทรายน้ำมันของคีย์สโตน เอ็กซ์แอลของบริษัททรานส์จากแคนาดามายังชายฝั่งกัลฟ์โคสต์ของสหรัฐอย่างรวดเร็ว ซึ่งการขยายการผลิตน้ำมันและก๊าซอาจช่วยเพิ่มรายได้ให้รัฐบาลกว่า 8 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 โดยผ่านทางภาษีและการให้เช่าพื้นที่ขุดเจาะ อย่างไรก็ตาม การขุดเจาะพลังงานในอ่าวเม็กซิโกและอนุมัติการวางท่อส่งน้ำมันดังกล่าว เป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองและอยู่ภายใต้อำนาจควบคุมของคณะผู้บริหารของปธน.โอบามา นอกจากนี้ มาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานนี้ยังเผชิญกับอุปสรรคทางการเมืองคือ กรณีเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติแถบอาร์คติกหรือ ANWR โดยรายงานของวู้ด แมคเคนซีคาดการณ์ว่าสภาคองเกรสจะอนุญาตให้ขุดเจาะน้ำมันใน ANWR แต่ในความเป็นจริงนั้น สมาชิกพรรคเดโมแครตหลายรายคัดค้านมาตรการนี้ รวมทั้งร่างกฎหมายดังกล่าวยังเผชิญกับการต่อต้านในวุฒิสภาซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคเดโมแครต และไม่เป็นที่แน่ชัดว่าร่างกฎหมายพลังงานดังกล่าวจะผ่านออกมาเป็นกฎหมายได้หรือไม่ ดังนั้น การสร้างงานในรายงานฉบับนี้จึงอยู่บนเงื่อนไขที่ว่ารัฐต่างๆ ในสหรัฐยังคงมีอำนาจควบคุมกฎระเบียบในการพัฒนาก๊าซหินดินดานต่อไป แม้นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระบุว่ารัฐบาลกลางควรออกกฎระเบียบควบคุมเทคนิคในการขุดเจาะก๊าซดังกล่าว ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้แรงดันน้ำในการทำให้หินร้าว (fracking) ขณะที่นายด็อค แฮสติงส์ ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติประจำสภาผู้แทนราษฎร วางแผนจะเสนอเรื่องการเปิด ANWR ต่อคณะกรรมาธิการ "super committee" ในสภาคองเกรส ซึ่งมีหน้าที่กำหนดมาตรการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณ

          "ฟิทช์" ขู่หั่นเรทติ้งจีนหากคุณภาพสินทรัพย์ย่ำแย่ลง: บริษัทฟิทช์ เรทติงส์ เปิดเผยว่า อันดับความน่าเชื่อถือพันธบัตรสกุลเงินหยวนของจีนอาจถูกปรับลงใน 12-24 เดือนข้างหน้า ถ้าคุณภาพสินทรัพย์ถดถอยลงตามที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ ฟิทช์จัดอันดับความน่าเชื่อถือพันธบัตรสกุลเงินหยวนของจีนที่ AA- โดยมีแนวโน้มเชิงลบในเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา โดยระบุว่าหากปัญหาในภาคธนาคารเกิดขึ้นตามที่คาดไว้ หรือเลวร้ายยิ่งขึ้นในช่วง 12-24 เดือนข้างหน้า จะทำให้ฟิทช์ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ

          จีนเตรียมสนับสนุนลอนดอนเป็นศูนย์กลางซื้อขายเงินหยวนในต่างประเทศ: จีนจะสนับสนุนอย่างเป็นทางการให้ลอนดอนเป็นศูนย์กลางซื้อขายหยวนในต่างประเทศ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่จะใช้ประโยชน์จากการที่ลอนดอนเป็นศูนย์กลางซื้อขายสกุลเงินและสินค้าโภคภัณฑ์ชั้นนำ รวมทั้งศูนย์กลางทางการเงินแห่งอื่นๆ อาทิ สิงคโปร์และไทเป กำลังแข่งขันกันเพื่อชิงส่วนแบ่งในธุรกิจสกุลเงินหยวนในต่างประเทศที่กำลังขยายตัว อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ไม่แน่ใจว่า ลอนดอนจะสามารถชิงตำแหน่งของฮ่องกงในฐานะที่เป็นตลาดเงินหยวนต่างประเทศหรือ CNH เนื่องจากการค้าของประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปกับจีนนั้นกระจายไปทั่วภูมิภาค ขณะที่ฮ่องกงเป็นประตูสำหรับบริษัทที่ต้องการทำธุรกิจกับจีน ทั้งนี้ การผ่อนปรนการใช้หยวนในการธุรกรรมระหว่างประเทศแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้การค้าของจีนที่ชำระบัญชีด้วยเงินหยวนมีสัดส่วน 7% ในไตรมาสเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้นจากราว 1% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และแหล่งเงินฝากสกุลเงินหยวนในฮ่องกงขยายตัวอย่างมากในปีที่ผ่านมา โดยมีสัดส่วนเกือบ 10% ของเงินฝากทั้งหมด ณ สิ้นเดือน ก.ค. จาก 1% ในเดือน ม.ค. ปีที่แล้ว

 

          ปองรัตน์ รัตนะตวณานนท์ Tel. (662) 618-1336

 

รายงานวันนี้

หุ้น: CPALL          คำแนะนำ: ซื้อ          ราคาเป้าหมาย (บาท): 64.00

          การเติบโตของยอดขายสาขาเดิมมีแนวโน้มฟื้นตัวในไตรมาส 4/54 หลังหมดฤดูฝน

          เราเชื่อว่าการขยายตัวของยอดขายสาขาเดิมในปี 2555 จะอยู่ในช่วง 7-8% เนื่องจากฐานที่ต่ำในปี 2554 แต่เป็นไปได้ว่าหากสภาพอากาศกลับเป็นปกติ การเติบโตของยอดขายสาขาเดิมอาจสูงกว่า 10%

          กำไรมีแนวโน้มโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 22%

          เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2555-56 2.9% และ 6.8% ตามลำดับ

 

นักวิเคราะห์: ไชยธร ศรีเจริญ Tel. (662) 618-1344

 

          หมายเหตุ: รายงานดังกล่าวเป็นเพียงเนื้อหาโดยสรุป สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม

 

ทันข่าว...ก้าวทันหุ้น

          LVT

          LVT คาดปีนี้พลิกมีกำไรสุทธิ หลังจะมีการบันทึกกำไรจากการเรียกเก็บเงินได้บางส่วน จากก่อนหน้าที่ตั้งสำรองไปแล้ว สำหรับรายได้ปี 54 บริษัทตั้งเป้าไว้ที่ 2.5-3.0 พันล้านบาท โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/54 บริษัทมีงานในมือที่เซ็นสัญญาแล้ว มูลค่า 5-6 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในครึ่งปีหลักบางส่วน ที่เหลือจะรับรู้รายได้ในปีหน้า (รอยเตอร์)

 

          PHOL

          PHOL คาดรายได้และกำไรสุทธิไตรมาส 3/54 จะดีกว่าไตรมาส 2 ซึ่งจะช่วยหนุนให้กำไรสุทธิทั้งปีนี้เติบโตมากกว่า 25% พร้อมคาดรายได้ในปี 55 จะเติบโตมากกว่า 15% ทั้งนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาแผนร่วมทุนในต่างประเทศ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในปลายปีนี้ ซึ่งหากตัดสินใจที่จะลงทุนในต่างประเทศ ก็จะต้องเพิ่มทุน (รอยเตอร์)

 

          NWR

          NWR คาดผลประกอบการจะเริ่มมีกำไรตั้งแต่ไตรมาส 3/54 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 แต่ทั้งปีเชื่อว่ายังคงมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ หลังงานใหม่ที่เข้ามา จะยังรับรู้รายได้ไม่มากนัก (รอยเตอร์)

 

Technical Analysis

          Security: THCOM

          Position: ซื้อ

          เป้าหมาย 12/12.5

          Stop loss < 10.6

          Reason: การทะลุเส้นค่าเฉลี่ยหลักได้ทำให้หุ้นกลับมามีความน่าสนใจ ในขณะที่วอลุ่มสูงขึ้นอย่างผิดสังเกต สอดคล้องกับราคาหุ้นที่กำลังดีดตัวขึ้น

 

          Security: ESSO

          Position: ซื้อ

          เป้าหมาย 11.2/11.5

          Stop loss < 10.2

          Reason: กลับขึ้นมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 25 วัน 10.5 ขณะที่วอลุ่มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มองเป้าหมายระยะสั้น 11.2 และ 11.5

 

          Security: IRPC

          Position: ซื้อ

          เป้าหมาย 5/5.1

          Stop loss < 4.7

          Reason: ส่งสัญญาณฟื้นตัวเมื่อลงมาทดสอบแนวรับสำคัญ 4.6 ขณะที่วอลุ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังจากการทะลุแนวต้านสำคัญที่ 4.7 บ.

 

          Security: HEMRAJ

          Position: ซื้อ

          เป้าหมาย 2.44/2.54

          Stop loss < 2.26

          Reason: ทะลุแนวต้านสำคัญ 2.3 พร้อมกับวอลุ่มที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

          Security: CPN

          Position: ซื้อ

          เป้าหมาย 42/44

          Stop loss < 38.5

          Reason: ปรับตัวขึ้นได้แข็งแกร่งส่งสัญญาณหุ้นนำตลาดและมีลุ้นทะลุทำจุดสูงสุดใหม่

 

          Security: PTL

          Position: ซื้อ

          เป้าหมาย 20/20.5

          Stop loss < 18.4

          Reason: ดีดขึ้นหลังจากราคาหุ้นสร้างฐานอยู่นานกว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่หุ้นสามารถดีดตัวทะลุแนวต้านระยะสั้นที่ 18.5 สนับสนุนด้วยเครื่องมือทางเทคนิคที่ตัดขึ้นเป็นบวก

 

          โดย บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ประจำวันที่ 9 ก.ย. 2554

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment