Error
Daily View - บล.กสิกรไทย
Print
Friday, 09 September 2011 10:22

ตลาดยังมีความเสี่ยงข้างหน้า

          ในระยะสั้นตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากแผน American Job Act ของโอบามามูลค่า 4.47 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงเงินเฟ้อของจีนเดือนส.ค. ที่ออกมาที่6.2% ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เต่ในระยะต่อไปยังมีคำถามว่าแผนของโอบามาจะผ่านสภาคองเกรสหรือไม่ และแผนจะมีผลในการจ้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้มากน้อยเพียงไหน อีกทั้งการที่โอบามาออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา อาจทำให้ Fed ชะลอการออกนโยบายด้านการเงินออกมาในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. ที่จะถึงนี้ ในขณะที่ในช่วง 1-2 อาทิตย์นี้ปัญหาหนี้ในยุโรปจะกลับเข้ามาพูดมากขึ้นอย่างไรก็ตามแม้ว่าระยะสั้นตลาดยังปกคลุมด้วยความเสี่ยง เรายังมึมุมมองเหมือนเดิมคือตลาดมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 4 โดยมีเป้าหมายที่ 1200-1250 จุด ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของนักลงทุนระยะกลางในการสะสมหุ้นเพิ่มเมื่อตลาดมีการปรับฐาน

 

          กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น: เราเชื่อว่าในช่วงเดือนก.ย. ตลาดจะเคลื่อนไหวในลักษณะSideway โดยมี downside ไม่ต่ำกว่า 1000 จุด และ upside อยู่ที่ไม่เกิน 1100 จุด ดังนั้นที่มีการ rebound ขึ้นมาในช่วงนี้ ยังแนะนำให้เป็นเพียงการเก็งกำไรเท่านั้น โดยยังแนะนำหุ้นกลุ่ม ICT ADVANC DTAC LOXLEY SAMART THCOM หรือหุ้นกลุ่มบ้าน PS SPALI LPN จากความหวังว่าธปท. จะหยุดขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้า และนโยบายของรัฐบาลที่จะกระตุ้นการซื้อบ้าน รวมถึงหุ้น PTTAR และ PTTCH จากการควมรวมที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนต.ค. และสุดท้ายหุ้น Defensive ในกลุ่ม domestic play เช่น TICON MCOT GRAMMY MAKRO HMPRO BGH KH CPNRF TFUND

 

ECONOMICS & POLITICS

          - นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าธปท. ประเมินเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 จะขยายตัวดีกว่าไตรมาส 2 โดยภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอลงในไตรมาสที่ 2 เป็นเพียงชั่วคราว เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศขยายตัวได้ดีประกอบกับการส่งออกไปยังประเทศในภูมิภาคและตลาดเกิดใหม่ คาดว่าจะขยายตัวต่อไป แลแมว่าเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจกลุ่มจี 3 ชะลอตัวลงแต่ภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียยังขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง จึงคาดว่าแรงกดดันเงินเฟ้อน่าจะยังมีอยู่สูง แต่ก็ไม่คิดว่าเศรษฐกิจไทยจะเกิดภาวะสแตกเฟลชั่น(stagflation)

          - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค.อยู่ที่ระดับ 83.4 ปรับลดลงจากเดือนก.ค.ดัชนีอยู่ที่ 84.1 ซึ่งเป็นการลดครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยเป็นผลมาจากความไม่มั่นใจในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม แม้ว่ารัฐบาลได้ดำเนินการปรับลดราคาน้ำมันดีเซลและเบนซิน เพื่อลดค่าครองชีพให้กับประชาชนแล้วก็ตาม

          - บริษัทจดทะเบียน 126 แห่งในตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดหลักทรัพย์ maiประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งแรกปี 54 รวม 110,050 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 19.48% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นครั้งแรกที่มูลค่าการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงถึงระดับแสนล้านบาท

 

ประเด็นการเมือง

          - เพื่อไทยเดินเกมใหม่ช่วย "ทักษิณ" พ้นคุก"อภิวันท์" ตั้งความหวังศาลฎีการื้อฟื้นคดีที่ดินรัชดาขึ้นมาพิจารณาใหม่ ระบุศาลแพ่งตัดสินว่าไม่มีการซื้อที่ดินและสั่งให้คืนเงิน"คุณหญิงอ้อ" เท่ากับว่า "ทักษิณ" ไม่ได้ทำสัญญากับรัฐ โฆษกศาลยุติธรรมยันเป็นสิทธิของจำเลยตามกฎหมาย ยื่นคำร้องขอรื้อฟื้อคดีเพื่อพิจารณาใหม่

          - "มาร์ค" นำทีม ปชป.ดาหน้าบี้นายกฯ นำรายชื่อ 11 กสทช.ขึ้นทูลเกล้าฯ หากไม่ทำถือว่ามีความผิดฐานละเว้น พร้อมชี้ช่องให้ผู้เสียหายฟ้องร้องได้

 

INDUSTRY NEWS

          - กลุ่มยานยนต์: นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะนำเสนอมาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรก 1 แสนบาท โดยไม่จำกัดประเภทรถยนต์ แต่ราคารถที่จะซื้อต้องไม่เกิน 1 ล้านบาทให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติในวันอังคารหน้านี้แน่นอน

          - กลุ่ม ICT (ดาวเทียม): น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีทีเปิดเผยว่า ได้เซ็นอนุมัติเมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา ให้บริษัท ไทยคม เป็นผู้ทำหน้าที่รักษาวงโคจร 120 องศาตะวันออก ที่จะหมดอายุในเดือน ม.ค. 2555

          - กลุ่มเกษตร (ข้าว): ธ.ก.ส.ดิ้นหาเงินใช้ในโครงการรับจำนำข้าว 4 แสนล้าน หลังรัฐบาลเปิดกว้างจำนำทุกเมล็ด เผยเดิมคาดการณ์ไว้ใช้เงิน 2.9 แสนล้าน คาดมีเงินใช้แค่ช่วงแรกรองรับได้ 6 ล้านตัน รุดหารือคลังกล่อมช่วยหาเงินกู้จากแบงก์รัฐอีกแสนล้าน

          - กลุ่มพลังงาน: "พิชัย" รัฐมนตรีพลังงานเดินหน้าปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ เตรียมดึง "ประเสริฐ บุญสัมพันธ์" เข้าช่วยหลังหมดวาระจากปตท. คาดออกบัตรเครดิตพลังงานใช้เฉพาะแท็กซี่ซื้อเอ็นจีวีราคาในเดิมเพราะรถประเภทอื่นไม่ได้ ถูกควบคุมค่าโดยสารเหมือนแท็กซี่พร้อมชงขึ้นราคาเอ็นจีวีจาก 8.50 บาท เป็น 10.50 บาท

          - กลุ่มเกษตร (ปาล์ม): นายกสมาคมโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม เปิดเผยว่ากระทรวงพาณิชย์ได้แจ้งว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาจะปรับลดราคาน้ำมันปาล์มขวดลงอีก 5 บาท หลังจากรัฐบาลปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ส่งผลให้ต้นทุนด้านธุรกิจลดลงนั้น ทางสมาคมไม่เห็นด้วย เพราะราคาที่ขายอยู่ในปัจจุบันขวดละ 42 บาท ถือว่าต่ำกว่าต้นทุนการผลิตที่ขวดละ 44 บาท หากปรับลดลงอีกตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ จะทำให้ราคาน้ำมันปาล์มอยู่ที่ขวดละ 37 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาของตลาดโลกที่ขวดละ 44-45 บาททันที

 

EXTERNAL FACTOR

          - ดัชนี DJ ปิดลบ 119.05 จุด หรือ 1.04% ปิดที่ 11,295.81 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 12.72 จุด หรือ1.06% ปิดที่ 1,185.90 จุด ดัชนี Nasdaq ลดลง 19.80 จุด หรือ 0.78% ปิดที่ 2,529.14 จุด ตลาดหุ้นร่วงลงเนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่เบอร์นันเก้ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมสมาคมเศรษฐกิจ ที่รัฐมินเนโซตาเมื่อวานนี้ โดยเบอร์นันเก้กล่าวเพียงว่า เฟดจะทำทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้เพื่อกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจและการจ้างงาน และยังกล่าวด้วยว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) จะพิจารณาการใช้มาตรการในกรอบกว้างๆ ในที่ประชุมเฟดครั้งต่อไปซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 20-21 ก.ย.นี้ แต่เบอร์นันเก้ไม่ได้ระบุว่าจะใช้มาตรการใดอย่างเฉพาะเจาะจง ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้นักลงทุนผิดหวังอย่างมาก นอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะซบเซาในตลาดแรงงาน หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 3 ก.ย. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ414,000 ราย จากสัปดาหก่อนหน้านั้นที่ระดับ 412,000 ราย ตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในวอลล์สตรีทคาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 405,000 ราย ซึ่งความวิตกกังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจส่งผลให้นักลงทุนแห่

เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเพื่อความปลอดภัย ซึ่งทำให้ราคาพันธบัตรสูงขึ้น และทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.99% เมื่อวานนี้ จากระดับ 3%

          - สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น USD39.90 หรือ 2.2% ปิดที่ ระดับ USD1,857.5 เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในยามที่ตลาดแรงงานสหรัฐฯยังคงซบเซา

          - ราคาน้ำมัน NYMEX ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง USD0.29bbl หรือ 0.32% ปิดที่ USD89.05/bbl เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะซบเซาในตลาดแรงงานของสหรัฐ นอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการที่นายฌอง-คล้อด ทริเชต์ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้แสดงความกังวลว่าเศรษฐกิจยุโรปมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะขาลง อย่างไรก็ตามสัญญาน้ำมันดิบขยับลงเพียงเล็กน้อย เนื่องจากตลาดได้แรงหนุนในระหว่างวันจากรายงานสต็อกน้ำมันดิบที่ร่วงลงของสหรัฐ

          - ดัชนีค่าระวางเรือ ปิดที่ 1,782 เพิ่มขึ้น 38 จุด หรือ 2.17%

          - ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐแถลงต่อสภาคองเกรสที่กรุงวอชิงตันดีซี ชี้แจงถึงแผนเพิ่มการสร้างงานในปี 2555มูลค่า 447,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งแผนการดังกล่าวมีชื่อว่า "American Jobs Act" โดยมีเป้าหมายที่จะกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการจ้างงานภายในประเทศ

          - ธนาคารกลางยุโรปหรือ (ECB) ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมที่ร้อยละ 1.5 เป็นเดือนที่ 2 หลังจากมีการปรับขึ้นจากร้อยละ 1.25 เมื่อเดือนกรกฏาคม ขณะเดียวกัน ECB ได้ปรับประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจกลุ่มยูโรโซนปีนี้และปีหน้าลดลง

          - OECD ปรับลดประมาณการการเติบโตของประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำลง โดยคาดว่าจะเติบโตต่ำกว่า1% ในไตรมาส 3 ปีนี้ และคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวเพียง 1.1% และ 0.4% ในไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ตามลำดับ สำหรับทั้งปีนั้นคาดว่าสหรัฐจะโตเพียง 1.4% ลดลงจากการคาดหมายเมื่อ 3 เดือนที่ว่าจะโต 2.6% เพราะการจ้างงานของสหรัฐชะงักงัน ประกอบกับผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายเพราะมีหนี้และต้องนำเงินไปชำระหนี้ ส่วนเศรษฐกิจยูโรโซนคาดว่าจะเติบโต 1.4% ในไตรมาส 3 แต่ลดลงเหลือเพียง 0.4% ในไตรมาส 4 ขณะที่เศรษฐกิจเยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลีรวมกัน จะโตไม่ถึง1% ปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 2%

          - ฟิทช์ เรทติ้งส์ เตือนว่า หากรัฐบาลจีนยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในระบบธนาคาร ฟิทช์อาจจะลดอันดับเครดิตของจีนภายใน 2 ปีข้างหน้านี้ เนื่องจากพบว่าธนาคารของจีนกำลังประสบปัญหาหนี่หลังจากเพิ่มการปล่อยกู้ เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจจีนขยายตัวโดยต่อเนื่องในช่วงวิกฤติการเงินของโลกเมื่อพ.ศ.2551

          - ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) มีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.5% และ BOE ยังได้ตัดสินใจที่จะไม่ขยายมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) วงเงิน 2 แสนล้านปอนด์

 

TODAY’S REPORTS

          - PTTAR และ PTTCH: บอร์ดทั้ง 2 บริษัทอนุมัติการประชุมผู้ถือหุ้นสัปดาห์หน้าเราเชื่อว่าการประชุมบอร์ดของทั้ง PTTAR และ PTTCH ในสัปดาห์หน้า (ก่อนวันที่ 16 ก.ย.54) เพื่อขออนุมัติเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับบริษัทใหม่ โดยมีระยะเวลาประมาณ 35 วัน ในการประชุมผู้ถือหุ้นร่วมกันเพื่อขออนุมัติแผนการควบรวมก่อนเส้นตายวันที่ 21 ต.ค.54 (หากไม่ทันกำหนด ทั้ง 2 บริษัทจะต้องเรียกประชุมผู้ถือหุ้นอีกครั้งเพื่อขออนุมัติขยายกระบวนการในการควบรวมออกไปอีก 6 เดือน) โดยเราคาดว่า PTTAR และ PTTCH จะขอให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นเครื่องหมายพักการซื้อขายหุ้นชั่วคราวระหว่างวันที่ 12 ต.ค. ถึง 27 ต.ค. 54 เนื่องจากจะต้องใช้เวลา 6 วัน ก่อนการปิดสมุดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้น และใช้เวลาอีก 3 วัน ในการจัดสรรหุ้นสามัญใหม่(Swap ratio ระหว่าง PTTCH ต่อ PTTAR อยู่ที่ 1 หุ้น PTTCH ต่อ 1.980122323 หุ้น ของ PTTAR หรือ 1 หุ้น ของ PTTAR คิดเป็น 0.501296791 หุ้นใหม่ ซึ่งจะคิดเป็น 1 หุ้นของ PTTCH ต่อ 3.95 หุ้น ของ PTTAR) เรายังคงคำแนะนำ Buy ทั้ง PTTAR และ PTTCH ราคาพื้นฐาน 51.6 บาท และ 204 บาท ตามลำดับ

          - BECL: จำนวนรถยนต์ที่ใช้บริการทางด่วน เพิ่มขึ้น 7.5%YoY คำแนะนำ Outperform ราคา 24.2 บาทจำนวนรถยนต์ที่ใช้บริการเฉลี่ย (Traffic volume) เดือน ส.ค. เติบโต 7.5%YoY (สูงกว่าประมาณการของเรา 1%)และ 1.7%MoM เนื่องจากความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยที่ดีทำให้มีการใช้บริการเพิ่มขึ้นในวันหยุด ประกอบกับจำนวนรถยนต์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับลดราคาก๊าซในตลาด โดย Traffic volume ของทางด่วนศรีรัชต์(Sector B) เติบโต 8%YoY เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ขณะที่ Sector D เติบโต 12%YoY เนื่องจากมีการเปิด Community mall ส่งผลให้มีผุ้ใช้เส้นทางดังกล่าวเพิ่มขึ้น สำหรับรายได้ค่าผ่านทางเฉลี่ยลดลง 5%YoY มาอยู่ที่ 20.4 ล้านบาท (+1.4%MoM) เนื่องจากผลกระทบจากการปรับ Revenue Sharing จาก 50:50 เป็น 40:60 ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. จากจำนวนรถยนต์ที่ใช้ทางด่วนที่เพิ่มขึ้น มีโอกาสที่เราจะปรับประมาณการผลประกอบการของ BECL ขึ้น เรายังคงคำแนะนำ Outperform ราคาพื้นฐาน 24.2 บาท

          - THCOM: เซ็นสัญญาลูกค้าไทยคม 6 เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคา 14.7 บาท THCOM จะทำการเซ็นสัญญาลูกค้ารายแรกสำหรับดาวเทียมไทยคม 6 กับ PSI Holding Co., Ltd (PSI) มูลค่า 1 พันล้านบาท ซึ่งมีอายุสัญญาไปจนถึงปี 63 (สิ้นสุดอายุสัญญาสัมปทานของ THCOM) โดยข้อตกลงในสัญญาคือ จะให้ PSI เช่าช่องสัญญาณ 1 C-band และ 1Ku-band ของดาวเทียมไทยคม 5 ไปก่อน เพื่อรอให้ดาวเทียม

ไทยคม 6 สร้างเสร็จ โดยคาดว่าความต้องการใช้บริการของ PSI จะเพิ่มขึ้นหลังจากดาวเทียมไทยคมเริ่มให้บริการ เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการเซ็นสัญญาดังกล่าว เนื่องจากจะช่วยลดความเสี่ยงสำหรับการดำเนินงาน ของดาวเทียมไทยคม 6 และทำให้ความต้องการสำหรับบริการ Direct-to-home (DTH) ของดาวเทียมเพิ่มสูงขึ้นด้วย เราชื่อว่ารายได้ที่ THCOM จะได้รับจะหนุนให้ฐานะทางการเงินของ THCOM แข็งแกร่งขึ้น นอกจากข่าวดังกล่าว เมื่อวานนี รมต. ICT ได้อนุมัติแผนการรักษาวงโคจรที่ 120 องศาตะวันออก ซึ่งจะหมดอายุในเดือน ม.ค.55 จะส่งแผนดังกล่าวให้คณะรัฐมาตรีพิจารณาวันที่ 13 ก.ย.54 นี้ โดย THCOM อาจจะขอใบอนุญาตจากกสทช.สำหรับ การรักษาวงโคจรดังกล่าว แทนการใช้สัญญาสัมปทานเดิม ซึ่งจะส่งผลบวกต่อความเสี่ยงของอายุสัญญาสัมปทานที่ใกล้ลิ้นอายุลง เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 14.7 บาท

 

ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY

สุชีล นารูลา ( This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it ; Tel +662 696-0021)

 

          Gold Futures: แนะนำให้ถือ Long ต่อไป โดยใช้ 25,200 บาท เป็น Stop loss จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองโลก (RTXGL) แกว่งอยู่ในทิศทางซิกแซกขึ้นได้ต่อ โดยมีแนวรับบริเวณ$1,790-1,789 และ $1,770 ซึ่งถ้าสามารถยืนได้และทะลุผ่านแนวต้านบริเวณ $1,840-1,845 ได้ มีโอกาสกลับขึ้นไปทดสอบที่ $1,880 และ $1,920 และ/หรือ $2,003 แนวรับของการแกว่งอยู่ที่ $1,714

          สำหรับ Gold Futures (GFV11) ทาง Technical ยังคงต้องระวังการแกว่งต่อ โดยเฉพาะถ้าหลุด 26,270 ลงมา มี โอกาสลงต่อไปที่ 25,800-25,600 และ 24,670 หรือต่ำกว่านั้น แนะนำให้ถือทนแกว่งใน Long GFV11ต่อ และให้ Stop ถ้าปิดต่ำกว่า 25,200 ลงมา

SET50 Futures: เราแนะนำ 2 กลยุทธ์ จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ S50U11 รีบาวด์ขึ้นมาแต่ยังคงมีความเสี่ยง ซึ่งมีแนวต้านสำคัญที่ 748 และ 752 โดยถ้าสามารถทะลุผ่านขึ้นไปได้ จะมีแนวต้านต่อไปที่ 762 และ/หรือ 770 กลยุทธ์ช่วงนี้ยังคงแนะนำให้ทำในวงจำกัด

กลยุทธ์การลงทุน :

          1) กรณี Long แนะนำให้รอดูจังหวะไปก่อน แต่สำหรับคนที่ถือ Long อยู่ แนะนำให้ระวังที่แนวต้าน 748-750

และ 752 ด้วย

          2) กรณี Short แนะนำให้ถือ Short ที่เหลืออยู่ ต่อไป และแนะนำให้ Cut ออกมาครึ่งหนึ่ง เมื่อ SET Index ทะลุ 1,072 และ SET50 Index ทะลุ 750 (S50U11 มีแนวต้าน 748, 752 และ 762 แนวรับ 739 และ 735)

 

MARKET EVENT

 

Thai Event

          - 19-20/09/11 กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขส่งออกเดือนส.ค.

          - 30/09/11 ธปท.รายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ส.ค.

          - สัปดาห์ที่ 3 เดือนก.ย. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

          - สัปดาห์ที่ 4 เดือนก.ย. สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.)แถลงดัชนีอุตสาหกรรมประจำเดือนและรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง

          - 01/10/11 กระทรวงพาณิชย์รายงานเงินเฟ้อเดือนก.ย.

 

World Event

          - 09/09/11 China – Consumer Price Index*

          - 13/09/11 Import and Export Prices

          - 14/09/11 Producer Price Index*

          - 14/09/11 Retail Sales*

          - 14/09/11 Business Inventories

          - 15/09/11 Consumer Price Index*

          - 15/09/11 Empire State Mfg Survey

          - 15/09/11 Jobless Claims*

          - 15/09/11 Industrial Production*

          - 15/09/11 Philadelphia Fed Survey*

          - 16/09/11 Consumer Sentiment

 

          กวี ชูกิจเกษม This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0030

          วิชญะ วงศ์ภาณุวิชญ์ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0038

 

          โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 9 ก.ย. 2554

 

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment