Error
ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคจีไอ
Print
Tuesday, 13 September 2011 10:53

รีบาวด์บ้าง... แต่ไม่ควรตาม

 

KGI ประเมินหุ้นไทยวันอังคารเปิดรีบาวด์แต่ไม่ผ่าน 1,050 จุด ไม่แนะซื้อเพราะกรีซเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ โดยการดีดกลับจะเกิดจากจิตวิทยาตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ฟี้นตัวในช่วงท้าย หลังจากมีข่าวว่าอิตาลีอยู่ระหว่างเจรจากับจีนเพื่อให้จีนเข้าซื้อพันธบัตรของอิตาลีในปริมาณที่ 'มีนัยสำคัญ' ซึ่งข่าวนี้จะลดแรงกดดันต่อตลาดในช่วงสั้น อย่างไรก็ดี เรามองว่าตลาดยังมีความเสี่ยงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เนื่องจากกรีซเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ โดยเมื่อคืนนี้ต้นทุนประกันความเสี่ยงประเทศกรีซพุ่งขึ้นไปที่ 4,821bps จากระดับ 3,500bps เมื่อวันก่อนหน้า ด้านกรีซเองยังดิ้นรนเพื่อหารายได้เพิ่มโดยประกาศเก็บภาษีอสังหาริมทรัพย์เป็นการด่วน เพื่อเพิ่มรายได้ภาครัฐฯ และลดการขาดดุลงบประมาณ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้เงินช่วยเหลือจากเจ้าหนี้หลัก (IMF-EU) อย่างไรก็ดีนักลงทุนคงยังระมัดระวังต่อกรีซอยู่มาก จนกว่าจะมีสัญญาณรอดที่ชัดเจนกว่านี้ นอกจากนี้ในคืนนี้ อิตาลีจะประมูลพันธบัตรอายุ 5 ปี มูลค่า 4 พันล้านยูโร ซึ่งหากผลตอบแทนพุ่งสูง/ความต้องการต่ำ ก็จะเป็นแรงกดดันตลาดหุ้นอีกครั้ง

 

ส่วนปัจจัยในประเทศ ที่ประชุม ครม. วันนี้มีเรื่องหลักสองอย่างคือ i) การพิจารณามาตรการภาษีในกลุ่มบ้าน กลุ่มยานยนต์ รวมทั้งการลดภาษีนิติบุคคลจากปัจจุบัน 30% เหลือ 23% ii) การพิจารณาโยกย้ายข้าราชการระดับสูงใน ก.ยุติธรรม ซึ่งอาจมีการย้ายและแต่งตั้งอธิบดีกรมราชทัณฑ์คนใหม่ ซึ่งโดยตำแหน่งแล้วจะมีส่วนร่วมในการทำคำเสนอขอพระราชทานอภัยโทษด้วย

 

กลยุทธ์: พอร์ตเทรดดิ้ง ถ้าเก็บหุ้นตามแนวรับแล้วเมื่อวาน ให้ขายหุ้นหลักช่วงรีบาวด์ และถือหุ้น 2 กลุ่มที่มีปัจจัยบวกหนุนได้แก่กลุ่มบ้านและกลุ่มยานยนต์ไว้ ส่วนพอร์ตลงทุนยังให้ชะลอและอยู่นอกตลาด การกลับเข้าตลาดน่าจะเป็นหลังจากที่เห็นความชัดเจนว่ากรีซจะผิดนัดชำระหนี้หรือไม่ ซึ่งน่าจะเป็นภายใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้านี้ ถ้าจะซื้อทันทีแนะนำเพียงบางตัวเช่น LPN, SPALI, AH, STANLY และ SAT

 

ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ

นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB*) เปิดเผยว่า การปล่อยสินเชื่อของธนาคารในปีนี้ คาดว่าจะสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 15-18% แม้ว่าในช่วงเดือน ก.ค. ยอดปล่อยสินเชื่อได้ชะลอตัวตามยอดผลิตรถยนต์ ซึ่งถูกกระทบจากเหตุการณ์สึนามิประเทศญี่ปุ่น แต่สินเชื่อในเดือน ส.ค.น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่ธนาคารตั้งเป้าลดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในปีนี้ไม่เกิน 2.5%  ซึ่งตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมีหนี้เสียเกิดใหม่ต่ำมาก คิดเป็น 0.4% ของสินเชื่อใหม่ และไม่มีนโยบายขายหนี้เสียเพิ่มเติมอีก จากล่าสุดได้ขาย NPL ให้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) จำนวน5,000 ล้านบาท ซึ่งจะลงบันทึกเป็นกำไรในไตรมาส 3/54 คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 140 บาท

 

ก.คมนาคมพร้อมเร่งประมูลการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยาย (เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) และสายสีเหลือง (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) ภายในปี 2555  หลังจากที่คาดว่าจะสามารถเปิดประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี), สายสีชมพู (ปากเกร็ด-มีนบุรี) และสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่) ในปีนี้ ทั้งนี้ การประมูลที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในโครงการรถไฟฟ้า สะท้อนภาพที่แข็งแกร่งของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ปัจจัยดังกล่าว จะช่วยหนุนให้ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทรับเหมาก่อสร้างปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เรายังคงระดับการลงทุนในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่ "เหนือกว่าตลาด" และเลือก STEC เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม เป้าหมาย 17.10 บาท

 

PTTAR* และ PTTCH* จะจัดการประชุมผู้ถือหุ้นร่วมในวันที่ 11 ต.ค. 54 เพื่อพิจารณาประเด็นการควบรวมกิจการ โดยบริษัทฯจะขอให้หยุดพักการซื้อขายหุ้นของ PTTCH และ PTTAR ในระหว่างวันที่ 11 ต.ค.54 ถึงวันที่ 20 ต.ค. 54 เพื่อเตรียมพร้อมในการกระจายหุ้นบริษัทใหม่ โดยหุ้นใหม่ (PTT Global Chemical) จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 21 ต.ค. 54

 

โดย บมจ.หลักทรัพย์ เคจีไอ(ประเทศไทย) ประจำวันที่ 13 ก.ย. 2554

 

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment