| ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคจีไอ |
|
| Tuesday, 20 September 2011 10:47 | |||
|
เปิดลบหลังอิตาลีถูกลดเรทติ้ง รอซื้อที่แนวรับ
KGI ประเมินตลาดหุ้นไทยวันอังคารเปิดอ่อนตัว แต่แนะให้ซื้อเก็งกำไรตามแนวรับ 1,010 จุด ปัจจัยในฝั่งยุโรปเมื่อคืนนี้มีสองเรื่องที่สำคัญ หนึ่ง-การประชุมทางโทรศัพท์ระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้ (กลุ่ม Troika) ยังไม่เสร็จสิ้น และจะมีการคุยกันต่อในคืนวันอังคาร แต่ก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นบ้าง หลังจากเจ้าหน้าที่ของกลุ่ม Troika กล่าวว่ากรีซใกล้จะบรรลุข้อตกลงในการรับความช่วยเหลืองวดเดือน ต.ค. อย่างไรก็ดี KGI มองว่าขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ากรีซจะได้รับเงินเมื่อใด และยังเป็นความเสี่ยงต่อตลาดอยู่ สอง-อิตาลีถูก S&P ลดความน่าเชื่อถือจาก A+ เป็น A เมื่อเช้ามืดวันนี้ และน่าจะกดดันตลาดหุ้นเอเชียพอสมควร เนื่องจากตลาดจะกังวลว่าประเทศสเปนอาจเป็นรายต่อไปที่ถูกลดความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ดี แม้ยังมีปัจจัยลบ แต่แรงขายค่อนข้างน้อยและนักลงทุนต่างชาติกลับมียอดซื้อสุทธิมาแล้วสองวันติดต่อกัน ชี้ว่าตลาดหุ้นไทยมีความเสี่ยงไม่มากที่ระดับปัจจุบัน นอกจากนี้หากกรีซได้รับเงินช่วยเหลืองวดถัดไปได้เร็ว ผนวกกับหาก ธ.กลางสหรัฐฯ (ซึ่งจะเริ่มประชุมในวันนี้ ต่อเนื่องถึงวันพุธ) มีการประกาศมาตรการทางการเงินก็อาจส่งผลดีต่อจิตวิทยาในระยะสั้นๆ ทั้งนี้ ณ ปัจจุบัน สิ่งที่ตลาดคาดว่าเฟดจะทำได้แก่ การขายพันธบัตรระยะสั้น และเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาว เพื่อกดให้ดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวต่ำลง (ภาษาทางเทคนิคเรียกว่า Operation Twist)
กลยุทธ์: พอร์ตเทรดดิ้ง – วานนี้ได้ให้ขายลดเสี่ยงไปที่ 1,028 จุด แนะให้รอซื้อกลับเมื่อดัชนีฯ อ่อนตัวสู่แนวรับที่ 1,010 จุด โดยเน้นหุ้นกลุ่มบ้านและกลุ่มสื่อสาร เช่น LPN, SPALI, DTAC* ทั้งนี้ตลาดจะรีบาวด์ได้หรือไม่ อยู่ที่ประเด็นของกรีซเป็นสำคัญ ส่วนพอร์ตลงทุนแนะให้ชะลอการลงทุนต่อไป และเรายังคงมุมมองว่าตลาดหุ้นยังไม่ปรับขึ้นอย่างแท้จริงในเดือน ก.ย. โดยต้องรอให้มีความชัดเจนเรื่องกลุ่มยุโรปจะเพิ่มศักยภาพของกองทุน EFSF ในปลายเดือน ก.ย. ก่อน
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ
SCC คาดราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ยืนได้ในระดับสูง และการเติบโตที่ดีในธุรกิจกระดาษ ช่วยหนุนให้ยอดขายปีนี้เติบโต 20-25% จากปี 2553 ที่มียอดขาย 3.34 แสนล้านบาท เรามีความเห็นสอดคล้องกับประเด็นดังกล่าว แม้สภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้น อาจทำให้กำลังซื้อปูนซีเมนต์ในช่วงครึ่งปีหลังชะลอตัว แต่คาดราคาโอลิฟินส์ที่ยังยืนได้ดีกว่า US$1,400-1,600 ต่อตัน ประกอบกับอุปสงค์การใช้กระดาษที่ขยายตัวสม่ำเสมอ ช่วยผลักดันให้รายได้ปี 2553 เพิ่มขึ้น 22.7% YoY เป็น 369 พันล้านบาท สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3/54 คาดจะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 8.6 พันล้านบาท ซึ่งรวมกำไรจากการขาย PTT Chemical (PTTC.BK/PTTCH.BK)* จำนวน 1 พันล้านบาทแล้ว คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 31.3% YoY และ 14.9% QoQ โดยเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของอุปสงค์เคมีภัณฑ์ เรายังคงประมาณการกำไรปกติของปีนี้ไว้ที่ 3.21 หมื่นล้านบาท และจากการที่กำไรของบริษัทอยู่ในวัฏจักรขาขึ้นและยังมี upside จากแผนการเข้าซื้อกิจการ ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เราแนะนำ“ซื้อ”ราคาเป้าหมายปี 2555 ที่ 510.00 บาท กระทรวงการคลังชงบ้านหลังแรกเข้าครม.วันนี้ โดยปรับเงื่อนไขใหม่ให้ผู้ซื้อสามารถนำค่าใช้จ่ายไปคำนวนหักลดหย่อนภาษีได้ปีละ 100,000 บาท เป็นระยะเวลา 5 ปี รวมเป็น 500,000 บาท สำหรับการซื้อบ้านราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท หรือไม่เกิน 10% ของราคาบ้าน ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่าเดิมที่รัฐบาลได้กำหนดว่าจะช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยผู้ซื้อจะต้องซื้อบ้านไม่เกินสิ้นปี 2555 และจะมีผลในรอบการยื่นแบบภาษีปี 2556 หากมาตรการดังกล่าวจะมีผลทันทีหลังจากที่ได้รับการอนุมัติ เราเชื่อว่าจะส่งผลบวกต่อผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เนื่องจากมาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการที่ครอบคลุมตลาดราคาบ้านที่กว้าง โดยจะกระตุ้นความต้องการซื้อบ้านใหม่และโอนกรรมสิทธิ์คอนโดที่จะเสร็จภายในปี 2555 เรายังคงน้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาดในกลุ่มบ้าน มี LPN, SPALI, PS* เป็นหุ้นเด่น
โดย บมจ.หลักทรัพย์ เคจีไอ(ประเทศไทย) ประจำวันที่ 20 ก.ย. 2554
|
Comments