Error
สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย
Print
Monday, 26 September 2011 11:04

สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ

 

สรุปภาวะตลาดเงิน

- USD/THB อ่อนค่าอยู่ที่ระดับ 30.85 จากการที่นักลงทุนเทขายหุ้น อย่างไรก็ดีการอ่อนค่าของค่าเงินบาทเป็นไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาค ที่เงินทุนไหลออกมาก วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 31.10

- EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.350 โดยยูโรแข็งค่าเล็กน้อยหลังจากที่ปรับตัวอ่อนค่าลงตลอดช่วงสัปดาห์ก่อน จากปัญหาหนี้กรีซ วันนี้คาดปรับตัวลงไปที่ 1.340

- USD/JPY อยู่ที่ 76.54 โดยเงินเยนอ่อนค่าเล็กน้อยจากความกังวลว่าทางรัฐบาลญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงค่าเงิน หลังเงินเยนแข็งค่าในช่วงสัปดาห์ก่อน วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 76.80

 

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

- ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนพ.ย. ร่วงลง 0.66 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 79.85 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงกดดันหนักจากปัญหาหนี้กรีซ ซึ่งคาดว่าปัญหาดังกล่าวจะใช้เวลานานในการแก้ไข ซึ่งจะกระทบต่ออุปสงค์น้ำมัน

- ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 101.90 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 1,639.80 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ โดยมีข่าวลือว่าทางเฮดจ์ฟันด์ขายทองเพื่อชดเชยการขาดทุนในตลาดอื่น โดยราคาทองลดลงราว 8% ในช่วงสองวันสุดท้ายของสัปดาห์ก่อน และนักลงทุนมองว่าทองคำอาจเสียสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังมีความผันผวนหนักในช่วงที่ผ่านมา

 

ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ

- ตลาดหุ้นไทย ปิดลดลงแรงเกือบ 3.3% นับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน จากแรงเทขายหุ้นในกลุ่มพลังงาน และแบงก์ จากความไม่มั่นใจในการประชุมเพื่อแก้ปัญหาหนี้ยูโรโซน ที่คาดว่าปัญหาวิกฤติหนี้จะยังคงยืดเยื้อต่อไป อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยปรับตัวในทิศทางเดียวกับตลาดในภูมิภาคส่วนใหญ่

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่มีแรงเทขายหนักที่ส่งผลให้ ตลาดดาวโจนส์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลงราว 6.4% จากปัญหาหนี้ยูโรโซน และความไม่มั่นใจในการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐฯหลังเฟดไม่ได้ออกมาตรการ QE ตามที่ตลาดคาด

 

อัตราดอกเบี้ย

ไทย        ตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 วัน (Repo rate)       3.50%

สหรัฐฯ      Fed Funds rate                          0-0.25%

ยูโรโซน     Refinancing Rate                          1.50%

อังกฤษ      Repo Rate                                 0.50%

ญี่ปุ่น        Official Cash Rate                   0.00-0.10%

 

ตลาดหุ้นที่สำคัญ

- ตลาดหุ้นไทย ปิดลดลงแรงเกือบ 3.3% นับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน จากแรงเทขายหุ้นในกลุ่มพลังงาน และแบงก์ จากความไม่มั่นใจในการประชุมเพื่อแก้ปัญหาหนี้ยูโรโซน ที่คาดว่าปัญหาวิกฤติหนี้จะยังคงยืดเยื้อต่อไป อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยปรับตัวในทิศทางเดียวกับตลาดในภูมิภาคส่วนใหญ่

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่มีแรงเทขายหนักที่ส่งผลให้ ตลาดดาวโจนส์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลงราว 6.4% จากปัญหาหนี้ยูโรโซน และความไม่มั่นใจในการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐฯหลังเฟดไม่ได้ออกมาตรการ QE ตามที่ตลาดคาด

 

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

- ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนพ.ย. ร่วงลง 0.66 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 79.85 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงกดดันหนักจากปัญหาหนี้กรีซ ซึ่งคาดว่าปัญหาดังกล่าวจะใช้เวลานานในการแก้ไข ซึ่งจะกระทบต่ออุปสงค์น้ำมัน

- ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 101.90 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 1,639.80 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ โดยมีข่าวลือว่าทางเฮดจ์ฟันด์ขายทองเพื่อชดเชยการขาดทุนในตลาดอื่น โดยราคาทองลดลงราว 8% ในช่วงสองวันสุดท้ายของสัปดาห์ก่อน และนักลงทุนมองว่าทองคำอาจเสียสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังมีความผันผวนหนักในช่วงที่ผ่านมา

 

ตลาดเงินนิวยอร์ค

- EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.350 โดยยูโรแข็งค่าเล็กน้อยหลังจากที่ปรับตัวอ่อนค่าลงตลอดช่วงสัปดาห์ก่อน จากปัญหาหนี้กรีซที่ตลาดเกรงว่ากรีซอาจผิดนัดชำระหนี้ หากไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือจาก IMF และ  ECB อีกทั้งการที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯร่วงลงหนักในช่วงสัปดาห์ก่อนจากความกังวลด้านเศรษฐกิจ ส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อป้องกันความเสี่ยง

 

ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

- USD/JPY อยู่ที่ 76.54 โดยเงินเยนอ่อนค่าเล็กน้อยจากความกังวลว่าทางรัฐบาลญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงค่าเงิน หลังเงินเยนแข็งค่าในช่วงสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้ปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยูโรโซนส่งผลต่อเสถียรภาพด้านธนาคารของประเทศเหล่านั้น เนื่องจากธนาคารหลายแห่งถือครองพันธบัตรของกรีซซึ่งมีค่าด้อยลง

- GPB/USD อยู่ที่ระดับ 1.5466 โดยปอนด์แข็งค่าจากการที่นักลงทุนกลับมาซื้อเงินปอนด์ และสกุลเงินอื่น เพื่อกระจายความเสี่ยงจากเงิน  ยูโร และดอลลาร์สหรัฐฯ อีกทั้งเงินปอนด์ได้ลดลงมากเกินไปในช่วงสัปดาห์ก่อนจากการที่ตลาดมองว่ามาตรการผ่อนคลายทางการเงินจะทำให้ปอนด์ด้อยค่าลง

 

ตลาดเงินเอเชีย

- สกุลเงินเอเชีย เปลี่ยนแปลงอย่างไร้ทิศทางจากการที่ธนาคารกลางหลายประเทศได้เข้าแทรกแซงค่าเงิน หลังมีเงินทุนไหลออกจำนวนมาก ซึ่งกระทบต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงิน โดยเงินวอน ดอลลาร์ไต้หวัน ดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่า ในขณะที่ริงกิต รูเปียห์ ยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง

- USD/THB อ่อนค่าอยู่ที่ระดับ 30.85 จากการที่นักลงทุนเทขายหุ้น และสินทรัพย์เสี่ยงอื่น อย่างไรก็ดีการอ่อนค่าของค่าเงินบาทเป็นไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาค ที่เงินทุนไหลออกมาก

 

หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ปรากฏอ้างอิงจาก Reuters ซึ่งอาจไม่ใช่ราคาทำการจริงในตลาด

 

ท่านสามารถรับฟังข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติได้ที่ <โทร 0 2888 8822 หลังเลือกภาษา กด 711 ทิศทางค่าเงินวันนี้

.... กด 721 สรุปความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน> หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

www.twitter.com/KBankFX

www.facebook.com/KBankFX

 

วารุณี สิทธิถาวร

ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน

โทรศัพท์: 02 470 1031

E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

โดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 26 กันยายน 2554

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment