Error
ภาวะตลาดทองคำ Gold Futures – บจ.ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส
Print
Wednesday, 25 January 2012 10:39

ราคาทองคำ

Close            chg.         Support                   Resistance

1,665.17      -11.73     1,660/1,650-1,655/1,642     1,670/1,680/1,700

 

ราคาโลหะเงิน

Close            chg.         Support                   Resistance

32.00          -0.32      31.8-31.9/31.5/31.0         32.5-32.6/33.0

 

- ทองเริ่มปรับฐานหลังผิดหวังผลประกอบการสหรัฐ

- คืนนี้คาด FED ตรึงดอกเบี้ยที่ 0% ต่อไป

- เริ่มมีสัญญาณขายหากไม่ผ่าน 1,680 เหรียญ ปิดสถานะลดความเสี่ยง

 

แนวโน้มราคาโลหะมีค่า

 

ราคาทองแกว่งตัวแคบในระหว่างวันและยังไม่สามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 1,680 ดอลลาร์ ขึ้นไปได้ ก่อนที่จะเริ่มปรับฐานในการซื้อขายช่วงค่ำและเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 1,660-1,665 ดอลลาร์ ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงเช้าวันนี้ เช่นเดียวกันกับราคาโลหะเงินซึ่งมีแรงขายทำกำไรกลับออกมาหลังจากราคาปรับตัวขึ้นแรงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ตลาดผิดหวังรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนของสหรัฐซึ่งออกมาต่ำกว่าที่ประเมิน ประกอบกับการประชุมของรัฐมนตรีคลังยุโรปไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเรื่องเงินช่วยเหลือกรีซ ที่ยังไม่สามารถตกลงกับเจ้าหนี้เรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้กับเจ้าหนี้ในการถือพันธบัตรระยะยาว ส่งผลให้ค่าเงินยูโรเริ่มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ และเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันให้ราคาทองและโลหะเงินปรับฐาน ตลาดยังรอติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐในคืนวันนี้ ซึ่งคาดว่าจะระบุระยะเวลาในการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่ชัดเจนขึ้น และอาจปรับเป้าหมายทางการเงินให้มีความชัดเจนโดยให้ความสำคัญกับเงินเฟ้อเป็นหลัก และจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐเดือนล่าสุดนั้น พบว่ายังเคลื่อนไหวในระดับต่ำจึงเป็นการเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางสามารถเพิ่มปริมาณเงินเข้าสู่ระบบได้อีก ค่าเงินดอลลาร์จึงมีแนวโน้มอ่อนค่าลงต่อในภาพรวม และเป็นปัจจัยบวกต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองและโลหะเงินต่อไป ส่วนภาพการเคลื่อนไหวทางเทคนิคของราคาทองนั้น เริ่มมีสัญญาณขายเกิดขึ้นจากเครื่องมือทางเทคนิคหลังจากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 1,680 ดอลลาร์ ขึ้นไปได้ และยังมีแนวโน้มที่ราคาจะปรับฐานลงต่อ โดยมีแนวรับอยู่ที่บริเวณ 1,650-1,655 และ 1,640 ดอลลาร์ หากไม่สามารถยืนเหนือแนวรับหลัง คาดว่าราคาจะปรับตัวลงสู่แนวรับบริเวณ 1,620 ดอลลาร์ต่อไป ส่วนการดีดตัวกลับของราคาทองคาดว่าจะมีแรงขายออกมามากจากแนวต้านบริเวณ 1,680-1,685 ดอลลาร์ แต่หากผ่านขึ้นไปได้ ราคาทองมีแนวโน้มที่จะดีดตัวขึ้นสู่แนวต้านที่ 1,690  และ 1,700 ดอลลาร์ ได้ต่อไป ส่วนราคาโลหะเงินคาดว่าจะแกว่งตัวอยู่ระหว่าง 31.7-33.0 ดอลลาร์ หากราคาดีดตัวขึ้นเข้าใกล้แนวต้านคงยังต้องระวังแรงขายทำกำไรที่คาดว่าจะยังมีกลับออกมามากเช่นเดิม

 

GFG12

 

โกลด์ฟิวเจอร์สเดือนก.พ.55

Close           chg.             Support              Resistance

25,030          -50          25,000/24,900          25,100/25,200

 

ราคาทองยังทรงตัวอยู่ที่บริเวณแนวรับสำหรับเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรที่บริเวณ 1,665 ดอลลาร์ หากยังไม่ลงไปต่ำกว่าจุดปิดสถานะตัดขาดทุนที่ 1,650-1,655 ดอลลาร์ สามารถถือครองฝั่งซื้อเก็งกำไรการดีดตัวกลับต่อไป และหากราคาดีดตัวขึ้นเข้าใกล้แนวต้านบริเวณ 1,675-1,680 ดอลลาร์ ควรทยอยปิดสถานะลดความเสี่ยง หากราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้านดังกล่าวขึ้นไปได้ คาดว่าราคาจะเริ่มปรับฐานหลังจากเครื่องมือทางเทคนิคเริ่มมีสัญญาณขายกลับออกมา

 

SVG12

 

ซิลเวอร์ฟิวเจอร์สเดือนก.พ.55

Close          chg.          Support          Resistance

1021           +55          1015/1000          1025/1035

 

คาดว่าราคาโลหะเงินจะยังเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 31.70-33.0 ดอลลาร์ การเก็งกำไรระยะสั้นสามารถรอเปิดสถานะซื้อในช่วงที่ราคาปรับฐานลงเข้าใกล้แนวรับ โดยมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนอยู่ที่บริเวณ 31.50 ดอลลาร์ เช่นเดียวกันกับเมื่อวาน

 

นักวิเคราะห์ :

ศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา : 18145

ชลธิศ นวลพลับ      : 16745

 

โดย บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประจำวันที่ 25 มกราคม 2555

 

Daily View - บล.กสิกรไทย

 

การปรับฐาน (ถ้ามี) ยังเป็นโอกาสของการเก็งกำไร

 

ตลาดโลกปิดปรับตัวลดลงหลังการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซยังไม่คืบหน้า โดยที่ประชุมรมว.คลังยูโร ปฏิเสธข้อเสนอของเจ้าหนี้เอกชนที่ต้องการผลอบแทน 4% สำหรับพันธบัตรระยะยาวที่จะออกใหม่ เพื่อแลกกับพันธบัตรปัจจุบันของกรีซประกอบกับ IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกลงเหลือ 3.3% จากคาดการณ์4% ในเดือน พ.ย.54 ที่ผ่านมา อีกทั้ง S&P มีการปรับลดอันดับเครดิตธนาคารขนาดใหญ่ของฝรั่งเศสลง 2 แห่ง อย่างไรก็ตามตลาดลดช่วงการติดลบลงซึ่งเกิดจากการรายงาน PMI ของ Euro zone ที่ออกมาดีกว่าคาด

ปัญหาหนี้ยุโรปที่คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น รวมทั้งการที่ ECB ดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (QE) แบบอ้อมๆ โดยการปล่อยกู้ และยืมมือเอกชนเข้าซื้อพันธบัตรของประเทศที่ประสบปัญหา (เนื่องจากตามกฎบัตรที่มี ECB ไม่สามารถเข้าช่วยเหลือประเทศที่มีปัญหาโดยตรงได้) ช่วยปิด Downside ของตลาดจากการพังทลายอย่างเฉียบพลัน (Collapse) และอาจทำให้ตลาดเดินหน้าไปทดสอบเป้าทางพื้นฐานของเราที่ 1100 จุด ก่อนที่จะเห็นการปรับฐาน (จากเดิมเราคาด

เห็นการปรับฐานก่อนขึ้นทดสอบ 1100 จุด) โดยจุดสูงสุดของความกังวลของปัญหาหนี้ยุโรปน่าจะอยู่ในช่วงปลาย ก.พ.-ต้นมี.ค. ที่การไถ่ถอนหนี้ของอิตาลีสเปน และการครบกำหนดไถ่ถอนพันธบัตรของกรีซมาบรรจบกัน อาจกลายมาเป็นช่วงเวลาที่ตลาดจะไต่ไปทำจุดสูงสุดของรอบนี้หากเรื่องหนี้ยุโรปมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลานั้นความกังวลของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจะเข้ามากดดันตลาด ดังนั้นแม้ภาพตลาดระยะสั้นจะดูดีขึ้น แต่เรายังคงมุมมองระมัดระวัง และคำแนะนำการลงทุนในเชิงเก็งกำไรเช่นเดิม

กลยุทธ์การลงทุน: เราคงคำแนะนำให้เก็งกำไรอย่างระมัดระวัง ใน theme การลงทุนเดิม1) หุ้นพื้นฐานดี KSL CPF HMPRO TPC BCP SIRI KTB 2) หุ้นปันผล INTUCH, TTW BAFS HMPRO และ 3) หุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ valuation ถูก ปันผลดี ได้แก่ AP SC SIRI 4) หุ้นอาหารส่งออกที่ได้ประโยชน์จากบาทอ่อน ได้แก่ CPF, TUF, GFPT 5) ปัจจัยเฉพาะตัว THAI IRPC 6) หุ้นที่เราปรับเพิ่มประมาณการ AMATA TICON BAY 7) หุ้นที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี อาทิ NOBLE (0.71x) SENA (0.84x) 8) ธนาคารพาณิชย์ KTB BAY

สำหรับนักลงทุนระยะกลางที่ลดพอร์ตทำกำไรไปแล้ว ให้ Wait and See หากจะซื้อกลับขอให้เป็นส่วนน้อย ส่วนพอร์ตที่ยังมีอยู่เน้น switch พอร์ตมาหาหุ้นปันผล โดยเราค่อนข้างชอบ TTW, BAFS, CPF, INTUCH EGCO MAKRO

 

ปัจจัยสำคัญวันก่อนหน้า

- IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2555 ลงเหลือ 3.3% จาก 4% ในเดือน พ.ย.54 และปี 2556 ลดลงเหลือ 3.9% จากเดิมคาด 4.5%

- S&P ปรับลดอันดับเครดิตของธนาคารขนาดใหญ่ของฝรั่งเศสสู่ A จาก A+ ได้แก่ โซซิเอเตเจเนอราล (SocGen) และเครดิตอกริโกล ส่งผลให้หุ้นลดลง 5.4% และ 4.1% ตามลำดับ

- EU: PMI Manufacturing ม.ค. ที่ 48.7 (ธ.ค. ที่ 46.9) PMI Services ม.ค. ที่ 50.5 (ธ.ค. ที่ 48.8) ซึ่งดีกว่าที่ตลาดคาดที่ 47.3 และ 49.0 ตามลำดับ

 

ปัจจัยสำคัญวันนี้

- Thai: การประชุม กนง. คาดลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25%

- US: Pending Home Sales Index, FOMC Meeting Announcement

- US: ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/54 (Boeing, ConocoPhillips, United Tech, Delta, Motorola Solutions, Amegen, Netflix, SanDisk, Symantec)

 

ปัจจัยสำคัญในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้

- US: Durable Goods Orders, Jobless Claims, New Home Sales, Leading Indicators 26 ม.ค.

- US: GDP, Consumer Sentiment วันที่ 27 ม.ค.

- US: ผลประกอบการไตรมาส 4/54 (คืนพฤหัส: AT&T, Caterpillar, 3M, Nokia, AutoNation, Bristol-Myers, Time Warner Cable, Motorola Mobility, Starbucks คืนศุกร์: Chevron, P&G, DRHorton)

 

สรุปตลาดต่างประเทศ:

DJIA-33.07/-0.26%           S&P-1.35/-0.10%           NASDAQ+2.47/+0.09%

FTSE-30.66/-0.53%           CAC-15.77/-0.47%          DAX-17.40/-0.27%

ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการลุกลามของวิกฤตหนี้ยุโรป หลังจากรมว.คลัง ยูโรโซนได้ปฏิเสธข้อเสนอของเจ้าหนี้เอกชนในเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซ

 

สรุปตลาด Commodity:

Oil USD98.95/bbl/-0.63           Gold USD1,664.5/Once/-13.8

สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับเกี่ยวกับการลุกลามของวิกฤตหนี้ยุโรป ซึ่งหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และเป็นเหตุผลให้นักลงทุนเทขายทำกำไรในสัญญาทองคำ

 

ECONOMICS & POLITICS

- พาณิชย์ชี้ปี55ราคาสินค้าขึ้นยาก "พาณิชย์" ชงแผนดูแลสินค้าปี 55 เสนอ "บุญทรง" กำหนดมาตรการดูแลเพิ่มเติม มั่นใจราคาสินค้าชะลอการปรับขึ้นราคา ครม.ไฟเขียวคุมราคาสินค้าบริการ 42 รายการ

- ธปท.แหยงพิษยุโรปฉุดศก.ไทยดึงส่งออกรูด-อัญมณีอ่วมลุ้นดอกเบี้ยปรับลง0.25% ธปท.ห่วงปัญหาหนี้ยุโรปแก้ไม่ตก ฟาดกระทบไทย "ประสาร" ย้ำ ยังจำเป็นจับตาใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลมาทำนโยบาย ด้านสภาผู้ส่งออกคาดมูลค่าส่งออกปีมะโรงขยายตัวแค่ 12% อัญมณี อ่วมสุดใน 25 กลุ่มที่ประเมิน จี้รัฐทำแผนดันส่งออกให้ชัด ลุ้น กนง.ถกวันนี้ลดดอกเบี้ยลง 0.25%

- ขรก.ฝันค้างเงินเดือนใหม่1.5หมื่นบาทวืดยังไม่เข้าครม.รอถกหลายฝ่าย เงินเดือนหมื่นห้าช่วยข้าราชการยังสะดุด เรื่องไม่เข้า ครม. อ้างไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเรื่องต้องรอกันต่อไป ขณะที่ ครม.ไฟเขียวยืดเวลาลดภาษีน้ำมันดีเซลออกไปเป็น 29 ก.พ.นี้ คาดสูญรายได้เดือนละ 9 พัน ล.

- ส่งออกส่อวืดเป้าโตแค่ 12% ผลพวงหนี้ยุโรป-น้ำมันพุ่ง นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.) เปิดเผยว่า ในปีนี้มีแนวโน้มที่มูลค่าการส่งออกจะขยายตัวเพียง 12% ต่ำกว่าเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้ 15% และแง่ปริมาณลดลง 9.7% เพราะการส่งออกไทยจะเผชิญปัญหาหลายด้าน ได้แก่เศรษฐกิจโลกเปราะบาง การขยายตัวลดลงเหลือ 2.5% จากปีก่อน 4% จากแรงกดดันของปัญหาหนี้สาธารณะของกลุ่มประเทศยุโรป และการขยายตัวของสหรัฐไม่ดีนัก ซึ่งธนาคารโลกประเมินว่าเศรษฐกิจยุโรปติดลบ 0.3% จากปีก่อนบวก 1.1% สหรัฐขยายตัว 2.2%

- ผวาน้ำลดหนี้เน่าพุ่งทะลักวิรุฬบี้ลดNPLธพว.3หมื่นล. นายธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน เปิดเผยว่า ระบบธนาคารพาณิชย์จะเกิดปัญหาการเร่งตัวของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) หลังหมดมาตรการพักชำระหนี้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) อนุญาตเป็นเวลา 6 เดือน เนื่องจากลูกค้ายังไม่ฟื้นตัว

- สวนปาล์มลุ้นปีนี้ผลผลิตราคาดี ผนึกวางแผนรับผลกระทบเออีซี หอการค้าสุราษฎร์ฯ-ชาวสวนปาล์มมองปีนี้แนวโน้มราคาผลผลิตดีขึ้น แนะรัฐบริหารจัดการอย่างจริงจัง ชี้ถึงเวลาลดการนำเข้าจากมาเลย์ เร่งทำแผนรองรับเออีซี

- 'สหรัตนฯ' หนาวรง.หนีเกือบครึ่ง นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครเปิดเผยว่า สถานการณ์ในนิคมสหรัตนนครพบว่าผู้ประกอบการเลิกกิจการและบางรายย้ายออกไปอยู่ในพื้นที่อื่นรวม 14 โรงงาน โรงงานที่เช่าพื้นที่ประกอบกิจการได้ย้ายไปเช่าสถานที่อื่น เช่น จังหวัดสระบุรี นครนายก เป็นต้นไม่มีพนักงานเข้ามาฟื้นฟูพื้นที่ 3 โรงงาน และกลุ่มที่ซื้อที่ดินไว้ก็ประกาศขายที่ดินไปแล้วทั้งนี้ มีโรงงานปิดไปก่อนที่จะเกิดน้ำท่วมจำนวน 8 ราย

- กนง.จ่อหั่นดบ.อีก 0.25% พิษน้ำท่วมใหญ่/ราคาพลังงานพุ่ง/ห่วงหนี้ยูโรโซนกระทบทั่วโลก บลจ.กรุงไทย-ศูนย์วิจัยกสิกร คาดที่ประชุม กนง.วันนี้ (25 ม.ค.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% มาอยู่ที่ 3.00% ต่อปีระบุความเสี่ยงเศรษฐกิจทั้งในประเทศจากปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่-ตัวเลขเงินเฟ้อที่เพิ่มแรงกดดันจากการปรับราคาพลังงาน ส่วนต่างประเทศกังวลวิกฤติหนี้ยูโรโซนที่อาจลุกลามทั่วโลก

- เงินเฟ้อสูงยังหลอน ทำกนง.คงดอกเบี้ย จับตาประชุม กนง.ธปท.คงดอกเบี้ย เหตุยังห่วงเงินเฟ้อ นายประสารไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)จะพิจารณาดอกเบี้ยโดยดูการบริโภคในประเทศให้ปรับตัวดีขึ้น

- ครม.อนุมัติ 1.5 หมื่นล้านรับซื้อยาง ครม.อนุมัติโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง วงเงินรวม 1.5 หมื่นล้านบาท ให้ธกส.ออกสินเชื่อผ่านสหกรณ์-องค์การสวนยาง/ตั้งเป้าดันราคากิโลกรัมละ 120 บาท

- แอฟริกาใต้จ้างคนไทย1แสน/เดือน รัฐมนตรีแรงงานเผยแอฟริกาใต้ต้องการแรงงานฝีมือด้านก่อสร้างและช่างเชื่อมจากไทยจำนวนมาก ให้ค่าจ้างถึงเดือนละ 100,000 บาท

- อิตัลไทยฯ หา 8.5 พันล.เหรียญรอยักษ์เอเชียร่วมพัฒนาพม่า'สมเจตน์'ฟุ้งมั่นใจหาไม่ยาก ทวายดีเวลอปเมนท์ฯ ลุ้นนักลงทุนต่างชาติร่วมลงทุนพัฒนาโครงการพื้นฐานเฟสแรก ในพม่าอีก 8,500 ล้านเหรียญ ซึ่งบริษัทคาดว่ากลุ่มนักลงทุนที่จะเข้ามาก็น่าจะมาจากเอเชียตะวันออกอย่าง จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

- เอเซียบุ๊คสรุกเบอร์ลี่ฯ ปูฐานสยายปีกนอก เอเซียบุ๊คส ได้ฤกษ์บุกต่างประเทศ อาศัยฐานเบอร์ลี่ยุคเกอร์ปักธงเวียดนาม สิงคโปร์

- บอร์ดอสมทอุ้มสม'จักรพันธุ์'นั่งเอ็มดี บอร์ด อสมท ตั้ง "จักรพันธุ์" นั่งรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ตามโผ แทนนายสุระ เกนทะนะศิล ที่ยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา ให้มีผลตั้งแต่ที่ 25 ม.ค.เป็นต้นไปพร้อมรับพิจารณาข้อร้องเรียนอดีตผู้บริหาร"ธนวัฒน์ วันสม"

- นวนครฟื้นเร็วน้ำท่วมโรจนะช้าสร่างไข้ครึ่งปีหลัง AH ไฮเทคผลิต 100% ก.พ. "นวนคร" ฟื้นเร็วกว่ากำหนดโรงงานเริ่มกลับมาเดินเครื่องผลิต ส่วน "โรจนะ" ยังอืดคาดโรงงานกลับสู่ปกติครึ่งปีหลัง

- ITD คว้า 2.8 พันล้าน อิตาเลียนไทยฯ เซ็นสร้างทางรถไฟพิษณุโลก-เชียงใหม่ อีก 2,800 ล้านบาท บริษัทและบริษัท ศักดาพร ได้ร่วมลงนามในสัญญากับการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อดำเนินงานก่อสร้างโครงการปรับปรุงทางรถไฟที่ไม่ปลอดภัยต่อการเดินรถ ระหว่างสถานีพิษณุโลกและสถานีเชียงใหม่ มูลค่าโครงการ 2,853 ล้านบาท (ส่วนของบริษัท 2,332 ล้านบาท) ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน

 

ประเด็นการเมือง

- 'นิวัฒน์ธำรง'คุมอสมท-กรมกร๊วก'วรวัจน์'ดูแลสคบ.-กองทุนหมู่บ้าน "ยิ่งลักษณ์" มอบให้ "นิวัฒน์" ดู อสมทกรมประชาฯ "วรวัจน์" ดูแล สคบ.-กองทุนหมู่บ้าน-ธนาคารที่ดิน "นลินี" คุมสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ-วิจัยแห่งชาติ

- โต้งตอกธีระชัยสบน.ยันถูกทั้งคู่ทุกรัฐบาลกู้หมด "โต้ง" ดิ้นแก้ต่างตัวเลขหนี้ที่ "ธีระชัย" ทิ้งทุ่น อ้างคำนวณมาจากการออก พ.ร.ก.แล้ว สวนกลับ "อดีตขุนคลัง" แกล้งทำมึน โวหากซุกหนี้จริงไม่มีใครรู้ สำนักบริหารหนี้โดดเคลียร์ ชี้ตัวเลขถูกทั้งคู่ แล้วแต่มองมุมไหน "ปชป." ได้น้ำ เชื่อตอกย้ำความถูกต้องยื่นศาลตีความ เตรียมถามกระทู้สดยิ่งลักษณ์ อัดเดินหน้าอาจมีต้มยำปู

- นลินีพันค้าอาวุธ!ปชป.จี้ให้แจงสถานะร่วมก๊วนติดแบล็กลิสต์สหรัฐ ฮือฮา "ปู" มอบงาน "นลินี" คุมสำนักเอกลักษณ์ของชาติ แต่ผู้ตรวจการแผ่นดินขยับเรียก "นายกฯ-อำพน" แจงภาย ใน 15 วัน ยันแต่งตั้งรัฐมนตรีต้องคำนึงถึง พฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลตามรัฐ ธรรมนูญมาตรา 279

- 'นิติเรด'สุดโต่ง'ปู-เหลิม'ไม่เอา "ปู" ผวาข้อเสนอ "นิติเรด" รีบปัดยังไม่คิดแก้ ม.112 ยันหน้าที่รัฐบาลต้องร่วมคนไทยปกป้องสถาบัน "เหลิม" ฉะสุดโต่งเกินไป ลั่นใครแตะถือเนรคุณแผ่นดิน "เสธ.หนั่น" ไล่นิติราษฎร์กลับไปศึกษาประ วัติศาสตร์ ด้าน พท.โวยกลุ่มอำนาจเก่าจ้างชาวบ้านต้านหวังล้มรัฐบาล "ปชป." ประเมินการเมืองส่อปฏิวัติ

 

EXTERNAL FACTOR

- DJIA ปิดลบ 33.07 จุด หรือ 0.26% ปิดที่ 12,675.75 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 1.35 จุด หรือ 0.10% ปิด ที่ 1,314.65 จุด ดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 2.47 จุด หรือ 0.09% ปิดที่ 2,786.64 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯเคลื่อนตัวผันผวนตลอดทั้งวัน หลังจากมีรายงานว่า รัฐมนตรีคลังกลุ่มประเทศยูโรโซนปฏิเสธข้อเสนอของเจ้าหนี้ภาคเอกชน ที่ต้องการอัตราผลตอบแทน 4% สำหรับพันธบัตรระยะยาวที่มีการออกใหม่ เพื่อแลกเปลี่ยนกับพันธบัตรชุดปัจจุบันของกรีซ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการปรับโครงสร้างหนี้ ขณะที่สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) ซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินเอกชนเปิดเผยว่า อัตราผลตอบแทนที่ 4.0% ถือเป็นระดับต่ำสุดที่พวกเขาสามารถยอมรับได้ ถ้าหากจะมีการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชีของพันธบัตรที่พวกเขาถือครองอยู่ลง 50%โดยนายชาร์ลส์ ดัลลารา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ IIF เตือนว่าเสถียรภาพการเงินของยุโรปจะตกอยู่ในความเสี่ยง หากข้อตกลงการปรับโครงสร้างหนี้กรีซล้มเหลว ทั้งนี้การปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซมีเป้าหมายที่จะทำให้ตัวเลขหนี้สินของกรีซลดลงราว 1.00 แสนล้านยูโร ซึ่งจะทำให้สัดส่วนหนี้สินปรับตัวดลลงจากระดับ160% ของจีดีพี มาอยู่ที่ระดับ 120% ของจีดีพี ภายในปี 2563 ซึ่งเป็นระดับที่เจ้าหน้าที่ของอียูและไอเอ็มเอฟมองว่าจะสามารถทำให้กรีซบริหารจัดการได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเจรจาเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ยังคงยืดเยื้อ เนื่องจากยังไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องอัตราผลตอบแทน โดยดัชนี CBOE Volatility Index ซึ่งเป็นดัชนีวัดความผันผวนและความวิตกกังวลในตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้นเกือบแตะระดับ 19 จุด ปิดตลาดหุ้นดูปองท์ปิดทรงตัว หลังจากบริษัท ดูปองท์ โค ซึ่งเป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์รายใหญ่เปิดเผยว่า รายได้สุทธิในไตรมาส 4 ปรับตัวลดลง หลังจากยอดขายชะลอตัวลงและต้นทุนปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่หุ้นเพียบอดี้ เอนเนอร์จี คอร์ป ร่วงลง 2% หลังจากบริษัทปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการในปีนี้ หุ้นแมคโดนัล ร่วงลงกว่า 2% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 11% แต่คาดว่าผลประกอบการในปี 2555 อาจจะลดลง 16-18 เซนต์ต่อหุ้น เนื่องจากผลกระทบที่เกิดจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ โดยเฉพาะสกุลเงินยูโร

- ราคาน้ำมัน NYMEX ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง USD0.63/bbl หรือ 0.6% อยู่ที่ระดับ USD98.95/bbl เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการลุกลามของวิกฤตหนี้ยุโรป หลังจากรมว.คลังยูโรโซนได้ปฏิเสธข้อเสนอของเจ้าหนี้เอกชนในเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซ

- สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง USD13.8 หรือ 0.8% อยู่ที่ระดับ USD1,664.5/ounce ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 3 วันทำการ เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐทำให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

- ดัชนีค่าระวางเรือ ลดลง 34 จุด หรือ 4.04% อยู่ที่ระดับ 807 จุด

- ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0-0.1% โดยมีเป้าหมายที่จะสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ หลัง BOJ ปรับลดคาดการณ์ GDP ปีงบประมาณ 2554 ซึ่งสิ้นสุด ณ เดือนมี.ค. เป็น หดตัวลง 0.4% จากเดิมที่คาดว่า จะขยายตัว 0.3% พร้อมกับปรับลดคาดการณ์จีดีพีในปีงบประมาณ 2555 เป็น ขยายตัว 2.0% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 2.2% นอกจากนี้ BOJ คาดว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (core CPI) จะปรับตัวลดลง 0.1% ในปีงบประมาณ 2554 และจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.1% ในปีงบประมาณ 2555

- ธนาคารกลางอินเดียประกาศลดสัดส่วนกันสำรองเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ลง 0.5% สู่ระดับ 5.5% ซึ่งจะทำให้สภาพคล่องในระบบการธนาคารของอินเดียมีเพิ่มขึ้น 3.20 แสนล้านรูเปียห์ หรือ 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

TODAY’S REPORTS

- TPC : รายงานกำไรสุทธิงวด 4Q54 อ่อนแอ แต่คาดว่ากำไรจะกลับมาดีขึ้นงวด 1Q54 TPC รายงานกำไรไตรมาส 4/54 เพียง 62 ล้านบาท (-91%YoY, -88.5%QoQ) ต่ำกว่าประมาณการของเราที่455 ล้านบาท เนื่องจาก spread ของ PVC ที่ต่ำกว่าคาดและยอดขายในประเทศที่ลดลงเนื่องจากปัญหาน้ำท่วมสำหรับผลประกอบการปี 54 ของ TPC มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.88 พันล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการของเราที่ 2.26

พันล้านบาท (Consensus ประมาณการที่ 2.3 พันล้านบาท) ทั้งนี้เราเชื่อว่าผลประกอบการของ TPC จะกลับมาแข็งแกร่งขึ้นในไตรมาส 1/55 จากการฟื้นตัวของราคาและ spread ของ PVC รวมถึงความต้องการในประเทศที่จะกลับมาสูงขึ้น เรายังคงคำแนะนำ Neutral ราคาพื้นฐาน 30.9 บาท

- IRPC : คาดว่าจะเติบโตสูงกว่าคู่แข่งเราคาดว่ากำไรสุทธิปี 55 ของ IRPC จะเพิ่มขึ้นสองเท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 54 เนื่องจากในปี 55 IRPC จะไม่ได้รับผลกระทบทางลบจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงงาน ประกอบกับราคาและ spread ของสินค้าซึ่งคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น รวมถึงกำไรจากโครงการ Phoenix ที่คาดว่าจะดีขึ้นเป็นลำดับ สำหรับปัจจัยหนุนในระยะสั้นของ IRPC คือราคาและ spread ของ ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ที่ปรับตัวดีขึ้น QoQ ขณะที่ความเสี่ยงระยะสั้น คือ วิกฤตหนี้ที่ยุโรป ทั้งนี้เราเชื่อว่าตลาดได้รับรู้ถึงผลประกอบการที่อ่อนแอในไตรมาส 4/54 ไปเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าต่อจากนี้ตลาดจะให้น้ำหนักกับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นในอนาคต เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน

6.25 บาท

- CPF : คาดว่าจะได้ข้อสรุป M&A ที่ปากีสถานเร็วๆนี้หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ รายงานว่า CPF จะได้ข้อสรุปการควบรวมบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์ในปากีสถานเร็วๆนี้ ซึ่งเรามองว่าข่าวดังกล่าวจะส่งผลบวกต่อ CPF เนื่องจากจะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรในอนาคตให้แก่ CPF

ขณะเดียวกัน CPF คาดว่าจะมีรายได้รวมในปี 55 ราว 320-330 ล้านบาท และ 650 ล้านบาท ในปี 60 จากการขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 42 บาท

- AMATA : เราปรับประมาณการกำไรขึ้น และปรับราคาพื้นฐานขึ้นสู่ 17.5 บาทเราปรับประมาณการกำไรของ AMATA ปี 54-56 ขึ้น 4-44% เนื่องจากภาพการลงทุนในปี 55 ที่ดีกว่าคาด จากการขยายการลงทุนในกลุ่มยานยนต์และเคมีภัณฑ์ ทั้งนี้ เราประมาณการยอดขายที่ดินปี 55-56 เพิ่มขึ้น 60% และ 25% มาอยู่ที่ 1,600 ไร่ และ 1,250 ไร่ ตามลำดับ ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 4/54 ของ AMATA เราคาดว่าจะทำจุดสูงสุดของปี 54 ที่ 372 ล้านบาท (+115%QoQ) เนื่องจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 210 ไร่ ในอมตะนคร และ251 ไร่ ใน อมตะซิตี้ เรายังคงคำแนะนำ Buy แต่ปรับราคาพื้นฐานของ AMATA ขึ้นจาก 12.5 บาท เป็น 17.5 บาท

 

ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY

พลอย ตั้งอุทัยสุข ( This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it ; Tel +662 696-0056)

 

Gold Futures: ถือ GFG12 เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรที่ 25,500 โดยใช้ 24,960 เป็น Stop จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองโลก (RTXGL) เข้าใกล้แนวต้านที่แข็งแกร่งที่ $1,680 (ปรับจาก $1,686) ซึ่งถ้าสามารถทะลุผ่านขึ้นไปได้ มีโอกาสขึ้นไปทดสอบ $1,719-1,720 และ $1,760-1,761 หรือสูงกว่านั้น โดยมีแนวรับของการแกว่งขยับขึ้นมาที่ $1,666 และ $1,662-1,660

สำหรับ Gold Futures (GFG12) ทาง Technical กำลังแกว่งที่แนวต้าน 25,290 และถอยลงมา ซึ่งต้องระวังถ้าหลุด 24,800-24,500 ลงมา มีโอกาสแกว่งลงมาทดสอบแนวรับบริเวณ 24,330 และ/หรือ 24,100 อย่างไรก็ตามถ้าสามารถทะลุผ่าน 25,290 ขึ้นไปได้ มีโอกาสรีบาวด์ขึ้นไปทดสอบที่ 25,500 หรือสูงกว่านั้น เรายังคงคำแนะนำให้ถือ Long ใน GFG12 เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรส่วนหนึ่งที่ 25,500 โดยใช้ 24,960 เป็น Stop loss

SET50 Futures: เราแนะนำ 2 กลยุทธ์จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ S50H12 มีลุ้นมากขึ้นในเขต Hi-risk-hi-return และมีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 750 ซึ่งถ้าสามารถทะลุขึ้นไปได้ มีโอกาสขึ้นไปทดสอบที่ 756-758 หรือสูงกว่านั้น ขณะที่แนวรับของการแกว่งอยู่ที่ 740-738

และ 733 อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยง คือ ถ้าหลุด 733 ลงมา มีโอกาสแกว่งลงมาทดสอบ 726-725 สำหรับกลยุทธ์ช่วงนี้ยังคงแนะนำให้ทำในวงเงินจำกัด

 

กลยุทธ์การลงทุน :

1) กรณี Long แนะนำให้ถือ Long เพื่อรอจังหวะขึ้นต่อ โดยใช้ 733 เป็น Stop ระหว่างวัน และให้เปิด Long เพิ่ม ถ้า S50H12 รีบาวด์ขึ้นมาจาก 740-738 เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรที่ 750 และ/หรือ 756 โดยใช้ 738 เป็น Stop

2) กรณี Short แนะนำให้รอดูจังหวะต่อไปก่อน โดยสามารถเปิด Short ด้ ถ้า S50H12 หลุด 733 ลงมา เพื่อรอจังหวะลงมาแบ่งทำกำไรที่ 725 และ/หรือ 710 โดยใช้ 738 เป็น Stop loss (S50H12 มีแนวต้าน 746, 750 และ 756-758 แนวรับ 740-738, 733 และ 726-725)

 

MARKET EVENT

 

Thai Event

- 05-20/01/12 นิทรรศการ บีโอไอแฟร์ 2011

- สัปดาห์ที่ 4 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม,ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

- สัปดาห์ที่ 4 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง

- 25/01/12 ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 1/2555

- 27/01/12 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.)แถลงดัชนีอุตสาหกรรมประจำเดือน

- 30/01/12 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดพิจารณาคดีทุจริตการจัดซื้อรถ

และเรือดับเพลิงของกทม.

- 31/01/12 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน

 

World Event

- 25/01/12 US: Pending Home Sales Index

- 25/01/12 US: FOMC Meeting Announcement*

- 26/01/12 US: Durable Goods Orders*

- 26/01/12 US: Jobless Claims*

- 26/01/12 US: New Home Sales*

- 26/01/12 US: Leading Indicators

- 27/01/12 US: GDP*

- 27/01/12 US: Consumer Sentiment

- 30/01/12 US: Personal Income and Outlays*

- 31/01/12 US: Employment Cost Index

- 31/01/12 -US: S&P Case-Shiller HPI

- 31/01/12 US: Chicago PMI

- 31/01/12 US: Consumer Confidence

- 01/02/12 US: ADP Employment Report

- 01/02/12 US: ISM Mfg Index*

- 01/02/12 US: Construction Spending

- 02/02/12 US: Jobless Claims*

- 02/02/12 US: Productivity and Costs

- 03/02/12 US: Employment Situation*

- 03/02/12 US: Factory Orders

- 03/02/12 US: ISM Non-Mfg Index

*Markets will pay more attention to these figures

 

กวี ชูกิจเกษม This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0030

กิจพล ไพรไพศาลกิจ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it +662 696-0057

ปณิธิ จิตรีโภชน์ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0053

 

โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 25 ม.ค. 2555

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment