| Daily View - บล.กสิกรไทย |
|
| Tuesday, 31 January 2012 09:59 | |||
|
ยังคงลุ้นกรีซต่อไป
หุ้นยุโรปและ DJ ปิดลบด้วยความกังวลจากการที่กรีซยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องการรับเงินช่วยเหลือรอบที่ 2 ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็ไม่ได้มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนเหมือนเมื่อ 2 เดือนก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามเรายังให้น้ำหนักทิศทางตลาดในช่วง 1 เดือนข้างหน้าเป็นบวก จากความคาดหวังว่าในที่สุดกรีซคงได้รับเงินช่วยเหลือรอบที่ 2 ก่อนเดือนมี.ค. ขณะที่เชื้อว่า ECB จะเข้าซื้อพันธบัตรของอิตาลีและสเปน เพื่อไม่ให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรเกินกว่า 7%ในฃ่วงเดือนก.พ. ซึ่งจะทำให้ยุโรปผ่านเดือนก.พ. ไปได้โดยไม่มีวิกฤติ ดังนั้นเราให้น้ำหนักการลงทุนช่วงสั้นเป็นบวกมากขึ้นในหุ้นกลุ่มพลังงาน นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบยังมีแนวโน้มได้รับปัจจัยหนุนจากประเด็นที่อิหร่านอาจยุติการส่งออกน้ำมันไปยุโรปโดยทันทีเช่นกัน อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าตลาดจะกลับมากังวลเรื่องยุโรปอีกครั้งโดยความเสี่ยงด้านการเลือกตั้งในหลายๆ ประเทศในยุโรป อาจส่งผลต่อแผนการช่วยเหลือของกลุ่มอียู และนักลงทุนจะเริ่มกังวลมากขึ้นว่าสุดท้ายแล้วกรีซอาจต้องDefault จึงยังมองว่า upside รอบสั้นๆ นี้ยังจำกัด และตลาดยังมีโอกาสปรับฐานอีกครั้งในเดือนมี.ค. กลยุทธ์การลงทุน: การปรับฐานในระยะสั้นยังเป็นโอกาสซื้อเพื่อเก็งกำไรเป็นหลัก โดยในระยะสั้นเรามีมุมมองที่ดีขึ้นต่อกลุ่มพลังงาน/ปิโตร แนะนำ PTTGC TOP IRPC SCC และเราคงคำแนะนำให้เก็งกำไรอย่างระมัดระวัง ใน theme การลงทุนเดิม ได้แก่ 1) หุ้นพื้นฐานดี KSL CPF HMPRO TPC BCP SIRI KTB HMPRO AP SC SIRI INTUCH TTW BAFS 2) ปัจจัยเฉพาะตัว/ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี IRPC THAI NOBLE SENA และขอเพิ่ม 3) หุ้นใน SET100 ที่ Underperform SET Index YTD ได้แก่ BAY JAS EGCO PTTGC GFPT 4) หุ้นปันผล TISCO KTB PHATRA KK SCCC DCC TTW สำหรับนักลงทุนระยะกลางที่ลดพอร์ตทำกำไรไปแล้ว ให้ Wait and See หากจะซื้อกลับขอให้เป็นส่วนน้อย ส่วนพอร์ตที่ยังมีอยู่เน้น switch พอร์ตมาหาหุ้นปันผล
ปัจจัยสำคัญวันก่อนหน้า - US: กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคทรงตัวในเดือนธ.ค. ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด - US: เฟดสาขาดัลลัสเปิดเผยว่า ดัชนีการผลิตพุ่งขึ้นแตะระดับ 15.3 จุดในเดือนม.ค.จากระดับ -0.3 จุดในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นสถิติที่แข็งแกร่งกว่าการคาดการณ์ - EU: กรีซและกลุ่มเจ้าหนี้เอกชนไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ก่อนการประชุมผู้นำสหภาพยุโรป - EU: ที่ประชุม EU มีมติรับรองข้อตกลงที่ทำขึ้นระหว่าง 17 ชาติสมาชิกยูโรโซน เกี่ยวกับสนธิสัญญาการจัดตั้งกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) ซึ่งเป็นกองทุนถาวรวงเงิน 5 แสนล้านยูโรที่จะเริ่มดำเนินการในเดือนก.ค.
ปัจจัยสำคัญวันนี้ - China: PMI Manufacturing, HSBC Manufacturing PMI - EU: Unemployment Rate - US: Employment Cost Index, S&P Case-Shiller HPI, Chicago PMI, Consumer Confidence - US: ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/54 (ExxonMobil, Eli Lilly, Pfizer, UPS, Amazon.com, Broadcom)
ปัจจัยสำคัญในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้ - Iran: รัฐสภาเตรียมพิจารณายุติการส่งออกน้ำมันไปยุโรปโดยทันทีเพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของยุโรปที่จะเริ่ม 1 ก.ค.นี้ - EU: PMI Manufacturing, CPI Estimate วันที่ 1 ม.ค. - US: ADP Employment Report, ISM Mfg Index, Construction Spending วันที่ 1 ม.ค. - China: Non-Manufacturing PMI วันที่ 2 ม.ค. - US: Jobless Claims, Productivity and Costs วันที่ 2 ม.ค. - EU: PMI Service, Retail Sales วันที่ 3 ม.ค. - US: Employment Situation, Factory Orders, ISM Non-Mfg Index วันที่ 3 ม.ค. - US: ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/54 (คืนพุธ : Aetna, Marathon Oil, Qualcomm, Electronic Arts คืน พฤหัส : AstraZeneca, Deutsche Bank, Merck, Royal Dutch Shell, Sony, Unilever, beazer Homes คืนศุกร์ : Clorox)
สรุปตลาดต่างประเทศ: DJIA-6.74/-0.05% S&P-3.32/-0.25% NASDAQ-4.61/-0.16% FTSE-62.36/-1.09% CAC-53.12/-1.60% DAX-67.53/-1.04% ตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่กรีซและกลุ่มเจ้าหนี้เอกชนไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ก่อนการประชุมผู้นำ EU ซึ่งทำให้กรีซมีความเสี่ยงที่จะเผชิญการผิดนัดชำระหนี้มากขึ้นสรุปตลาด Commodity:
Oil USD98.78/bbl/-0.78 Gold USD1,731.0/Once/-1.2 สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวลง เนื่องจากความกังวลต่อวิกฤตหนี้โรป ขณะที่สัญญาทองคำปรับตัวลง หลังจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯกลับมาแข็งค่าขึ้น
ECONOMICS & POLITICS - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจในเดือน ธ.ค. 2554 ที่ผ่านมาถือว่าดีขึ้นและเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าเศรษฐกิจไทยได้พ้นจุดต่ำสุดที่เกิดจากผลกระทบน้ำท่วมใหญ่ โดยเศรษฐกิจจุดต่ำสุดอยู่ที่เดือน พ.ย.2554 เพราะตัวเลขทางเศรษฐกิจในเดือน ธ.ค.ปรับตัวดีขึ้นทุกตัว ทั้งการบริโภคภาคเอกชนการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ยอดการขายรถยนต์อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่ลดลง ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวจะช่วย สนับสนุนให้แนวโน้มผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) ปีนี้เติบโตได้ไม่น้อยกว่า 5% แน่นอน - นายวีรพงษ์ รามางกูร เปิดเผยว่าในกรณีที่หอการค้าญี่ปุ่นกังวลว่ากองทุนประกันภัยพิบัติที่มีวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ไม่เพียงพอที่จะรับประกันให้เอกชนได้ รัฐบาลก็พร้อมเพิ่มวงเงินกองทุนเป็น 1 แสนล้านบาท ซึ่งอาจได้ข้อสรุปอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ - 'สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีประชาชนที่มีรายได้น้อยเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินใดๆ เลย จำนวน 6.5 ล้านคน โดยภายใน 3 ปี จะทำให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวเข้าถึงบริการทางการเงินให้ได้อย่างน้อย 10% และเพิ่มมากๆ ขึ้นในปีต่อๆ ไป - ก.ล.ต. กล่าวโทษนายพรเทพ ถาวรวิสุทธิกุล และ น.ส.อารดา เลิศภิญโญภาพ อดีตผู้บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด (US) และบุคคลอีก 3 คน คือ นายประยุทธ์ เลิศภิญโญภาพ นายนฤพล ฉัตรเฉลิมวิทย์ และน.ส.ลัดดา พรสุวรรณนภา ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ - LPN มีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่รวม 11 โครงการ ทั้งในพื้นที่ กทม.และต่างจังหวัด หรือมีมูลค่าลงทุนรวม15,000 ล้านบาท - กิติรัตน์ สั่ง สศค.ทำแผนหาทางใช้งบประมาณแผ่นดิน ช่วยเงินนิคมอุตสาหกรรมนำไปสร้างเขื่อน ซึ่งตามกฎหมายปัจจุบันไม่ไม่สามารถดำเนินการได้ - ไฟเขียว ธ.ก.ส.กู้ซอฟท์โลนจากธปท.วงเงิน 6 หมื่นล้าน ปล่อยกู้เกษตรและผู้ประกอบการน้ำท่วมพร้อมเดินหน้าพยุงราคาสินค้าเกษตร ทั้งยางพารา มันสำปะหลัง และข้าว - TOP ประชุมด่วนหลังหุ้นเอสโซ่กระเพื่อม คาดดีลซื้อโรงกลั่นราคาประมาณ 2 เท่าของมูลค่าทางบัญชีหรือ 15.40 บาท ระบุข้อได้เปรียบซื้อดีกว่าสร้างเอง ปัญหาเยอะ ต้นทุนแพง ตั้งโต๊ะทำเทนเดอร์ฯรายย่อย
ประเด็นการเมือง - นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมธ.ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊คส่วนตัว ไม่ยอมให้คณะ นิติราษฎร์ใช้สถานที่ของมธ.เคลื่อนไหวเพื่อให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในคดีความผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ - พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 2 ฉบับ ของรัฐบาล ได้แก่ พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท และพ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ เพื่อช่วยเหลือกองทุน เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2555 ไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เนื่องจากเห็นว่าการออกพ.ร.ก.ทั้งสองฉบับผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 184
INDUSTRY NEWS - นิคมฯ: กระทรวงอุตฯเลือกบ้านพุน้ำร้อนตั้งนิคมใหม่ รองรับทวาย เตรียมชงสร้างสนามบิน-มอเตอร์เวย์ สอท.แนะหนุนสิ่งทอ-รองเท้าตั้งโรงงาน หวังใช้แรงงานถูก จะช่วยให้เกิดง่ายกว่ารอทวายที่ต้องใช้เวลาพัฒนาเป็น 10 ปี - ธนาคาร: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ คลังจะเชิญประธานกรรมการ และกรรมการผู้แทนคลัง ของการสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทุกแห่ง รับทราบการทำธุรกิจของธนาคารให้เป็นตามกฎหมายจัดตั้ง โดยที่ไม่ให้ไปแข่งกับธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากตอนนี้สถาบันการเงินของรัฐได้เปรียบในการทำธุรกิจอยู่มาก - ธนาคาร: "กิตติรัตน์" ถกผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ยังไม่มีข้อสรุปชัดตัวเลขการส่งเงินเข้ากองทุนฟื้นฟู คาดเคาะได้ภายใน2 สัปดาห์ ยันไม่เพิ่มภาระแบงก์พาณิชย์จนกระทบผู้ฝากและผู้กู้ เห็นพ้องลดเงินนำส่งเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝาก มีความเข้มแข็งพอ
EXTERNAL FACTOR - DJIA ปิดลบ 6.74 จุด หรือ 0.05% ปิดที่ 12,653.72 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 3.32 จุด หรือ 0.25% ปิดที่ 1,313.01 จุด ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 4.61 จุด หรือ 0.16% ปิดที่ 2,811.94 จุด หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้เอกชนไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซมูลค่า 2 แสนล้านยูโรได้ก่อนที่การประชุมผู้นำอียูจะเริ่มขึ้นเมื่อวานนี้ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้กรีซเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ เนื่องจากกรีซใกล้จะถึงเวลาไถ่ถอนพันธบัตรจำนวนมหาศาลในวันที่ 20 มี.ค.นี้ นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงกดดันหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคทรงตัวในเดือนธ.ค. ซึ่งตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคได้รับการจับตาจากตลาดอย่างใกล้ชิด เพราะคิดเป็นสัดส่วน 70% ของกิจกรรมโดยรวมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์สามารถไต่ขึ้นจากการร่วงลงอย่างหนักในระหว่างวันได้หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัสเปิดเผยว่า ดัชนีการผลิตพุ่งขึ้นแตะระดับ 15.3 จุดในเดือนม.ค.จากระดับ -0.3 จุดในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นสถิติที่แข็งแกร่งกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ - ราคาน้ำมัน NYMEX ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง USD0.78/bbl หรือ 0.78% อยู่ที่ระดับ USD98.78/bbl เนื่องจากความวิตกกังวลที่ว่าการลุกลามของวิกฤตหนี้ยุโรปอาจฉุดรั้งเศรษฐกิจในภูมิภาคดังกล่าวให้ชะลอตัวและจะส่งผลให้ความต้องการพลังงานหดตัวลงด้วย - สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนก.พ. ลดง USD1.2 หรือ 0.05% อยู่ที่ระดับ USD1,731.0/ounce เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาทองคำทะยานขึ้นติดต่อกัน 3 วันทำการ นอกจากนี้การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย - ดัชนีค่าระวางเรือ ลดลง 24 จุด หรือ 3.30% อยู่ที่ระดับ 702 จุด
TODAY’S REPORTS - GLOW : รายงานกำไรปี 54 ที่ 3.5 พันล้านบาท ลดลง 39%YoY GLOW รายงานกำไรสุทธิงวด 4Q54 ที่ 3.5 พันล้านบาท ลดลง 39%YoY แต่สูงกว่าที่เราประมาณการที่ 3.3-3.4 พันล้านบาท เนื่องจากรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริงในงวด 4Q54 ต่ำกว่าที่เราคาด โดยGLOW รายงานผลประกอบการงวด 4Q54 มีกำไรสุทธิที่ 663 ล้านบาท ลดลง 38%YoY และ 33%QoQ ทั้งนี้ถ้าไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน พบว่า GLOW จะมีกำไรปกติจากการดำเนินงานที่ 888 ล้านบาท ลดลง5%YoY และ 22%QoQ ซึ่งผลการดำเนินงานที่ลดลง QoQ เป็นผลมาจากต้นทุนแก๊สที่ปรับตัวสุงขึ้นประกอบกับความต้องการพลังงานที่ลดลงเนื่องจากผลกระทบจากน้ำท่วม สำหรับงวด 1Q55 เรามองว่าราคาหุ้นของ GLOW จะได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการที่คาดว่าจะอ่อนแอลง เนื่องจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงงาน IPP อย่างไรก็ตามเรายังมีมุมมองเชิงบวกในระยะยาวต่อ GLOW โดยคาดว่าผลการดำเนินงานทั้งปี 55 จะมีกำไรเติบโต90%YoY เราจึงยังคงคำแนะนำ Buy ที่ราคาพื้นฐาน 59.4 บาท - SIRI : เราปรับราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 2.2 บาท จากการเติบโตที่คาดว่าจะสูงขึ้นในระยะกลางจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของโครงการ low-rise ในปี 54 และผลตอบรับโครงการคอนโดมิเนียมจากลูกค้าที่ดีหลังจากการเปิดตัวโครงการในช่วง ไตรมาส 1/55 คาดว่าจะช่วยหนุนการเติบโตให้ SIRI อย่างแข็งแกร่งในปี 55 ทั้งนี้ยอดโอนโครงการคอนโดมิเนียม โครงการ Quattro ได้ช่วยหนุนให้กำไรงวด 4Q54 ของ SIRI เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ถึง 133%QoQ และส่งผลให้กำไรทั้งปี 54 ของ SIRI ทำจุดสูงสุดที่ระดับ 965 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะสร้าง sentiment ที่ดีต่อ SIRI แล้ว ยังสร้างกระแสเงินสดที่ดีให้แก่ SIRI ด้วย ทั้งนี้เราได้ปรับประมาณการกำไรปี54-56 ขึ้น 18.6%-33.8% หลังจากยอดการโอนในงวด 4Q54 ที่แข็งแกร่ง ประกอบกับแผนการพัฒนาโครงการในปี 55 ที่คาดว่าจะประสบความสำเร็จ ยังผลให้กำไรสุทธิในปี 54-56 เติบโตขึ้น 1%, 36.6% และ 12.2% ตามลำดับ อย่างไรก็ตามเราคาดว่าด้วย SIRI-W1 ESOP#5 และ ESOP#6 จะกดดันให้ราคาหุ้นของ SIRI เกิดDilution effect ประมาณ 35.17% (SIRI-W1 จะเริ่มใช้สิทธิได้ในเดือน มี.ค.55 และสิ้นสุดอายุในปี 58) เรายังคงคำแนะนำ Buy แต่ปรับราคาพื้นฐานของ SIRI ขึ้นจาก1.5 บาท เป็น 2.2 บาท - BGH : เราคาดว่ากำไรงวก 4Q54 จะอยู่ที่ 838 ล้านบาท (+70%YoY, -34%QoQ)เราคาดว่า BGH จะรายงานกำไรงวด 4Q54 ที่ 838 ล้านบาท (+70%YoY, -34%QoQ) โดยรายได้เติบโต63%YoY จากผลการควบรวมกลุ่มโรงพยาบาลพญาไทและเปาโล ซึ่งถ้าหักผลกระทบดังกล่าวออกไป พบว่าBGH จะมีรายได้เติบโตเพียง 11%YoY ขณะที่ผลกระทบจากน้ำท่วมช่วงที่ผ่านมา แม้ BGH จะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยเนื่องจากโรงพยาบาลของ BGH ไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม แต่ BGH ยังคงได้รับผลกระทบในส่วนของจำนวนผู้ป่วยชาวต่างชาติซึ่งเติบโตลดลงจาก 16% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 54 เหลือเพียง 6%YoY ในงวด4Q54 และยังส่งผลให้รายได้ 21 วันแรกของปี 55 เติบโต 11%YoY ต่ำกว่าที่เราคาด อย่างไรก็ตามเราคาดว่าช่วงที่เหลือของไตรมาส 1/55 จำนวนผู้ป่วยชาวต่างชาติจะเริ่มฟื้นตัวกลับขึ้นมาอยู่ในระดับปกติ เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 55 โดยคาดว่าจะเติบโต 19%YoY และยังคงคำแนะนำ Neutral ราคาพื้นฐาน 80 บาท - KTB : เผยเป้าหมายปี 55 เราปรับลดคำแนะนำลงสู่ Outperform KTB รายงานเป้าหมายการเติบโตของยอดสินเชื่อปี 55 ระหว่าง 5-7% และตั้งเป้ารายได้จากค่าธรรมเนียมเติบโต 15% นอกจากนี้ยังตั้งเป้ารักษาระดับการเติบโตของ ROA (0.9% ปี 54) และ ROE (14.4% ปี 54) ซึ่งเป้าหมายทั้งหมดตั้งอยู่บนมุมมองที่มีความไม่แน่นอนทั้งปัญหาหนี้ที่ยุโรปและผลกระทบจากภัยน้ำท่วมในประเทศขณะเดียวกันเราคาดว่า KTB จะมีกำไรสุทธิปี 55 เติบโต 44% เนื่องจากในปี 54 KTB มีการกันสำรองในระดับที่สูง (กำไรก่อนการกันสำรองและรายการภาษี ปี 55 คาดว่าจะเติบโตเพียง 7%) นอกจากนี้เราคาดว่า KTB จะมีROA และ ROE ปี 55 อยู่ที่ 1.2% และ 17.7% ตามลำดับ สำหรับปัจจัยหนุนในระยะสั้นของ KTB คือ การประกาศจ่ายเงินปันผลจำนวน 0.6 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend yield 4% (คาดว่าจะขึ้น XD ในเดือนเม.ย.55) ทั้งนี้เราปรับลดคำแนะนำของ KTB ลงจาก Buy สู่ Outperform ราคาพื้นฐาน 18 บาท
ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY พลอย ตั้งอุทัยสุข ( This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it ; Tel +662 696-0056)
Gold Futures: ถือ GFG12 เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรที่ 26,000 โดยใช้ 24,800 เป็น Stop จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองโลก (RTXGL) แกว่งในทิศทางซิกแซกขึ้นต่อ โดยกำลังทดสอบแนวต้านบริเวณ $1,739-1,740 ซึ่งถ้าสามารถทะลุผ่านขึ้นไปได้ มีโอกาสขึ้นไปทดสอบที่ $1,762 และ $1,788 และ/หรือ$1,800-1,802 หรือสูงกว่านั้น ขณะที่แนวรับของการแกว่งขยับขึ้นมาที่ $1,713 และ $1,700 สำหรับ Gold Futures (GFG12) ทาง Technical มีโอกาสรีบาวด์ขึ้นไปทดสอบ 26,000 ซึ่งถ้าสามารถทะลุผ่านขึ้นไปได้ มีโอกาสขึ้นไปทดสอบที่ 26,200 และ 26,400 หรือสูงกว่านั้น โดยมีแนวรับของการแกว่งที่ 25,000 และ24,800 เรายังคงคำแนะนำให้ถือ Long ใน GFG12 เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรที่แนวต้าน 26,000 โดยใช้24,800 เป็น Stop loss
SET50 Futures: เราแนะนำ 2 กลยุทธ์ จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ S50H12 กำลังทดสอบแนวต้านบริเวณ 753-755 ซึ่งถ้าสามารถทะลุขึ้นไปได้ มีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 762 และ 774-775 อย่างไรก็ตามให้ระวังการแกว่งระหว่างวัน ซึ่งมีแนวรับที่ 744 หรือต่ำกว่านั้นที่ 738-737 โดยสถานการณ์ปัจจุบันเริ่มดูดีขึ้นแต่ยังคงต้องระมัดระวังอยู่ สำหรับกลยุทธ์ช่วงนี้ยังคงแนะนำให้ทำในวงเงินจำกัด
กลยุทธ์การลงทุน : 1) กรณี Long แนะนำให้ถือ Long หลังจากลดพอร์ตออกมาส่วนหนึ่ง หลังหลุด 748 ลงมาระหว่างวัน เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรส่วนหนึ่งบริเวณแนวต้านที่ 753-755 และแนะนำให้ปิดทั้งหมด ถ้าหลุด 744 ลงมา 2) กรณี Short แนะนำให้เปิด Short เมื่อ S50H12 หลุด 744 ลงมา เพื่อรอจังหวะลงมาแบ่งทำกำไรบริเวณ 738-737 โดยใช้ 744 เป็น Stop (S50H12 มีแนวต้าน 753-755, 762 และ 774-775 แนวรับ 744, 738-737 และ 732-731)
MARKET EVENT
Thai Event - 31/01/12 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน
World Event - 31/01/12 China: PMI Manufacturing* - 31/01/12 China: HSBC Manufacturing PMI - 31/01/12 EU: Unemployment Rate* - 31/01/12 US: Employment Cost Index - 31/01/12 US: S&P Case-Shiller HPI - 31/01/12 US: Chicago PMI - 31/01/12 US: Consumer Confidence - 01/02/12 EU: PMI Manufacturing* - 01/02/12 EU: CPI Estimate - 01/02/12 US: ADP Employment Report - 01/02/12 US: ISM Mfg Index* - 01/02/12 US: Construction Spending - 02/02/12 China: Non-Manufacturing PMI - 02/02/12 US: Jobless Claims* - 02/02/12 US: Productivity and Costs - 03/02/12 EU: PMI Service - 03/02/12 EU: Retail Sales - 03/02/12 US: Employment Situation* - 03/02/12 US: Factory Orders - 03/02/12 US: ISM Non-Mfg Index *Markets will pay more attention to these figures
กวี ชูกิจเกษม This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0030 กิจพล ไพรไพศาลกิจ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it +662 696-0057 ปณิธิ จิตรีโภชน์ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0053
โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 31 ม.ค. 2555
|
Comments