Error
Daily View - บล.กสิกรไทย
Print
Wednesday, 15 February 2012 09:21

คาด Fund Flow ไม่ถูกกระทบจากเหตุระเบิด

 

          ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงรับข่าว Moody ปรับลดเครดิตและแนวโน้ม 6 ประเทศยูโรโซน (รวมถึงอิตาลี สเปนและโปรตุเกส) และการปรับลดแนวโน้มเครดิตเป็นลบ สำหรับออสเตรีย อังกฤษและฝรั่งเศส ประกอบกับรมว.คลังยูโรยกเลิกการนัดประชุมเรื่องเงินกู้กรีซในวันที่ 15 ก.พ. และจะประชุมทางโทรศัพท์แทน อย่างไรก็ตามตลาดกลับมาฟื้นตัวในช่วงท้าย ของการซื้อขาย หลังผู้นำพรรคการเมืองในกรีซเตรียมส่งหนังสือยืนยันเจตนารมณ์ที่จะสนับสนุนการปฏิรูประบบงบประมาณและการคุมเข้มด้านวินัยการคลัง ซึ่งน่าจะช่วยให้ EUเชื่อมั่นว่าการดำเนินการปรับลดค่าใช้จ่ายของกรีซจะยังคงเดินหน้าไปตามแผนไม่ว่าพรรคใดจะมาเป็นผู้นำรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง เม.ย. นี้

          ด้านปัจจัยในประเทศตลาดหุ้นไทยปรับลดลง 10.99 จุด หลังเหตุระเบิดจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายชาวอิหร่าน ซึ่งแม้จะส่งผลลบต่อจิตวิทยาการลงทุนของนักลงทุนในประเทศในระยะสั้น และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว แต่หากพิจารณาการก่อวินาศกรรมระเบิดรถยนต์ใกล้สถานฑูตที่กรุงนิวเดลี อินเดียเมื่อ 13 ก.พ. ที่ผ่านมาแล้ว จะพบว่าไม่ได้มีผลกระทบกับการเคลื่อนไหวของหุ้นอินเดียอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นเรายังคงให้น้ำหนักตลาดในทางปรับขึ้นเป็นหลัก แม้อาจเผชิญแรงแกว่งตัวหรือขายทำกำไรระหว่างทาง

          กลยุทธ์การลงทุน: ในระยะสั้นขอลดระดับความเสี่ยงของพอร์ตโดยลด Beta บ้าง โดยขอหลบปิโตรเคมีที่ Outperform YTD ที่สุด วันนี้แนะนำซื้อเก็งกำไร PTT BBL KTB MINT BH ส่วน Theme ลงทุนใหญ่เรายังคงคำแนะนำในหุ้นกลุ่มเดิม ได้แก่ 1) หุ้น High beta ที่มีผลประกอบการดี/จะดีขึ้น PTTGC IRPC TOP BANPU 2) ถ้าเป็นหุ้น Defensive ต้องมีผลตอบแทนปันผลดี ADVANC DTAC INTUCH MAJOR 3) เป็นหุ้นที่ Underperform ในช่วงที่ผ่านมา BBL KTB BAY KK ITD CK STEC HMPRO AP BLAND 4) หุ้นที่มีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการ TICON HEMRAJ TUF THCOM

          สำหรับนักลงทุนระยะกลางที่ลดพอร์ตทำกำไรไปแล้ว ให้ Wait and See หากจะซื้อกลับขอให้เป็นส่วนน้อย ส่วนพอร์ตที่ยังมีอยู่เน้น switch พอร์ตมาหาหุ้นปันผล การปรับขึ้นในระดับใกล้ 1150 จุด อาจพิจารณาทยอยลดพอร์ตลงบางส่วนอีกครั้ง  

 

ปัจจัยสำคัญวันก่อนหน้า

          - US: สหรัฐฯ รายงานยอดค้าปลีกเติบโต 0.4% YoY ดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.1% แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดว่าจะโต 0.8%

          - EU: GPD 4Q54 ลดลง 0.4% YoY ในขณะที่ GDP เยอรมันลดลง 0.3%

          - Italy: อิตาลีประสบความสำเร็จในการประมูลพันธบัตร อายุ 2 ปี โดยอัตราผลตอบแทนลดลงเหลือ 3.41% จาก 4.83% ในการประมูลครั้งก่อน (วันที่ 13 ม.ค.55)

          - Germany: สถาบัน ZEW รายงานดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนพุ่งขึ้น 27 จุด แตะที่ 5.4 จุดในเดือนก.พ. หลังจากเดือนม.ค.ที่ผ่านมาตัวเลขอยู่ที่เพียง -21.6 จุด

 

ปัจจัยสำคัญวันนี้

          - EU: Trade Balance

          - US: Empire State Mfg Survey, Industrial Production, Housing Market Index, FOMC Minutes

          - US: ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/54 (Comcast, Abercrobie & Fitch, Deers, CBS, Netapp, Nvidia)

 

ปัจจัยสำคัญในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้

          - US: Housing Starts, Jobless Claims, Producer Price Index, Philadelphia Fed Survey วันที่ 16 ก.พ.

          - EU: Construction Output วันที่ 17 ก.พ.

          - US: Consumer Price Index วันที่ 17 ก.พ.

          - US: ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/54 (คืนพฤหัส: GM, Applied Materials, Baidu, Nordstrom คืนศุกร์: Campbell Soup, Heinz)

 

สรุปตลาดต่างประเทศ:

          DJIA+4.24/+0.03%           S&P-1.27/-0.09%           NASDAQ+0.44/+0.02%

          FTSE-5.83/-0.10%           CAC-8.91/-0.26%           DAX-10.28/-0.15%

          ตลาดหุ้นสหรัฐฯรีบาวด์กลับขึ้นมาจากแดนลบ หลังผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมของกรีซจะให้การสนับสนุนข้อกำหนดของกลุ่มเจ้าหนี้ต่างประเทศ อย่างไรก็ตามภาวะการซื้อขายในตลาดเป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้ยุโรป ประกอบกับแรงกดดันจากยอดค้าปลีกของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นน้อยเกินคาด

 

สรุปตลาด Commodity:

          Oil USD100.74/bbl/-0.17           Gold USD1,717.7/Once/-7.2

          สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวลง รับข่าว Moody’s ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศในยูโรโซนและเตือนว่าจะปรับลดเครดิตประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศสและออสเตรีย รวมถึงแรงกดดันจากยอดค้าปลีกของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดขณะที่สัญญาทองคำยังคงปรับตัวลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน เรื่องจากการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ECONOMICS & POLITICS

          - น้ำท่วมฉุดรายได้ม.ค.วืดเป้า นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยถึงการจัดเก็บรายได้เดือนมกราคม 2555 ว่ารัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 126,383 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 4,805 ล้านบาท หรือ 3.7% โดยภาษีที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่สำคัญคือภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ต่ำกว่าประมาณการ 3,027 ล้านบาท และภาษีเงินได้นิติบุคคล ต่ำกว่าประมาณการ 2,663 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากอุทกภัยช่วงปลายปี 2554 นอกจากนั้น ภาษีน้ำมันจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ 1,583 ล้านบาท จากการขยายเวลาลดอัตราภาษีน้ำมันดีเซลเหลือลิตรละ 0.005 บาท ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์นี้

          - ตกใจระเบิด!หุ้นปิดรูด11จุดต่างชาติซื้อสวน3.1พันล้าน หุ้นตกใจระเบิด ร่วงลึก 15 จุด ก่อนถูกดันมาปิดลบแค่ 11 จุด ต่างชาติไม่ยี่หระ ซื้อสวนกว่า 3 พันล้านบาท

- ถกเอ็นจีวียื้อเกมต่อรองขนส่ง-แท็กซี่ทยอยขึ้น 4 ด.แรก 50 สต./กก.'กบง.'ได้ทีขยับราคา 16 ก.พ. ถกต้นทุนเอ็นจีวี ลงมติทยอยขึ้นไปก่อน 4 เดือนแรก 50 สต./กก.ระหว่างนี้เร่งสรุปต้นทุน ก่อนปรับราคาที่เหลือของปี ขนส่งตั้งการ์ดรอขยับ ด้าน กบง.ได้ทีเร่งขึ้นราคา 16 ก.พ.พร้อมเบนซินแอลพีจี

          - คลังตั้งกรอบงบปี56 จัดเก็บรายได้เพิ่ม2.18ล้านล้าน คลังเคาะกรอบรายได้ปี 56 เบื้องต้นวงเงินรวม 2.18 ล้านล้านบาทเพิ่มจากปี 55 ที่ 1.98 ล้านล้านบาท ด้านกรมสรรพากรเผยยังไม่สามารถระบุผลกระทบการจัดเก็บรายได้จากเหตุน้ำท่วมได้ ต้องรอความชัดเจนจากมาตรการทั้งหมด และจำนวนประชาชนที่ใช้สิทธิทั้งหมด

          - ธปท.ออกซอฟท์โลนน้ำท่วม วงเงิน 300,000 ล้านบาท คลอดก.พ.นี้คิดดอกเบี้ย 3% นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยกับเดลินิวส์ถึงแนวทางการปล่อยกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) ว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังและธปท.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลว่าเขต อำเภอ ตำบล หรือจังหวัดใดบ้างที่จะได้รับสิทธิในการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว เนื่องจาก พ.ร.ก.กำหนดไว้ชัดเจนว่า ต้องปล่อยให้กับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเท่านั้นโดยวงเงินไม่เกิน 300,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินของธปท. 70% คิดเป็น 210,000 ล้านบาท และของธนาคารพาณิชย์ 30% ที่ 90,000 ล้านบาท สำหรับอัตราดอกเบี้ย ธปท.คิดกับธนาคารพาณิชย์ในอัตรา 0.01% และให้ธนาคารพาณิชย์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยลูกค้าได้ไม่เกิน 3%

          - มือถือส่งรักสุดฮอตเพิ่มขึ้น3เท่าตัว902คู่แห่บางรักชิงทะเบียนทอง ส่งรักผ่านมือถือเพิ่ม 3 เท่าตัว

          - “บัฟเฟตต์”ลงทุนไทย รับประกันภัยน้ำท่วม ส่ง“เบิร์กไชร์ แฮทธาเวย์” กินแชร์20% “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ส่ง“เบิร์กไชร์ แฮทธาเวย์” เข้ารับประกันภัยต่อฯในไทยอย่างเป็นทางการ หลัง บริษัทญี่ปุ่นหนีหายหวั่นน้ำท่วมไทยรอบสองทำพิษ มั่นใจกินส่วนแบ่งในตลาดครั้งนี้สูงถึง 20% ส่วนบริษัทไทยเศรษฐกิจประกันภัย เดินหน้าส่งประกันรูปแบบใหม่เข้าตลาดต่อเนื่อง หวังสนองความต้องการของลูกค้า

          - 300 พนักงาน RPC ร้องพลังงานช่วย PTT หยุดส่งวัตถุดิบทำตกงานตลท.ชี้บริษัทยังไม่เข้ากฎฟื้นฟู พนักงานRPC กว่า 300 คน ยื่นหนังสือถึงกระทรวงพลังงาน-ปตท. หลังโรงงานหยุดผลิต กลัวตกงาน ด้าน ตลท.ยันไม่เข้าเกณฑ์ฟื้นฟู

          - DELTAหวั่นพิษน้ำท่วมฉุดธุรกิจรุกเทกโอเวอร์บริษัทวัตถุดิบต่างชาติ "เดลต้า อีเลคโทรนิคส์" เดินหน้าเทกโอเวอร์บริษัทต่างประเทศ หวังใช้เป็นฐานวัตถุดิบจากปีก่อนเจอน้ำท่วมดันต้นทุนวัตถุดิบพุ่งส่งผลอัตรากำไรสุทธิต่ำเป้าเหลือเพียง 6-7% เผยปีก่อนเข้าเทกโอเวอร์ได้ 2 บริษัท

          - 'ประชัย'กลับมานั่งกรรมการใน3บริษัทลูกของไออาร์พีซี กระทรวงพาณิชย์ ไฟเขียว "ประชัย เลี่ยวไพรัตน์"พร้อมกลุ่มผู้บริหารเดิม กลับมานั่งเป็นกรรมการบริษัท ใน 3 บริษัทลูกของบมจ.ไออาร์พีซี

          - RATCHทุ่ม8พันล.-รุกเพื่อนบ้าน ผลิตไฟฟ้าราชบุรีฯทุ่ม 8,000 ล้านบาทเพื่อพัฒนาโครงการในมือ 13 โครงการและโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้น แย้มสนใจลงทุนโรงไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะพม่าและเขมรเนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าเติบโตขึ้น คาดว่าภายในไตรมาสแรกนี้จะมีความชัดเจน เตรียมออกหุ้นกู้ปีนี้อีก500 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อใช้ลงทุนโครงการต่างๆ

          - บ.รับเหมาฮ่องกงร้องดีเอสไอ หลังถูกยูนิคฯเขี่ยพ้น"รถไฟฟ้าสายสีแดง" บริษัทรับเหมาก่อสร้างฮ่องกงร้องดีเอสไอ ขอความเป็นธรรม กรณีบริษัทยูนิคฯ ดึงมา ร่วมประมูลงาน รถไฟฟ้าสายสีแดง มูลค่า 8.7 พันล้านแต่พอได้งานแล้ว กลับถูกเขี่ยทิ้ง ธาริตรับเรื่อง เผยใช้เวลาไม่นาน หวั่นซ้ำรอย บ่อบำบัดคลองด่าน

          - "พันเทพ"เร่งเชื่อม โครงข่ายมือถือ3G "ทีโอที-เอไอเอส" ให้เสร็จกลางปีนี้ นายพันเทพ จำรัสโรมรันประธานคณะกรรมการ(บอร์ด) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่ กระทรวงการคลัง เร่งให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจอย่าง ทีโอที และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ปรับตัวธุรกิจรองรับรายได้ที่จะลดลง หลังสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลงในอนาคตนั้น ที่ผ่านมา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร(ไอซีที) ได้ตั้งคณะกรรมการ ร่วม ระหว่าง 2 องค์กรเพื่อหารือเรื่องนี้แต่ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

 

ประเด็นการเมือง

          - กกต.แจงยกคำร้อง3เขต3จังหวัด นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง แถลงเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 3 เขต 3 จังหวัดได้แก่ กรณีมีผู้ร้องนาย สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ (ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 หมายเลข 10 ประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกตั้ง)

          - ปูดต่ออายุสว.แลกโหวตรธน.'แม้ว'สไกป์เพื่อไทยให้ช่วย'ปู' 'เหลิม'ซัด ปชป.ตีอกชกตัว ยันแก้ครั้งนี้ดีแน่ 'จุรินทร์'ปูดต่ออายุส.ว.แลกโหวตแก้ รธน.ร่าง ชทพ.ไม่แตะ'สถาบัน-ยึดทรัพย์' ด้านพท.เตรียมรื้อ กม.เล่นงาน 'เอกยุทธ' คดีฉ้อ

 

INDUSTRY NEWS

          - ไอซีที: กสทช.ขอทีโอทีคืนคลื่น2,300MHz พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานด้านกิจการโทรคมนาคม (กทค.)เปิดเผยว่า หลังจาก กสทช. ได้ร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดตัวการทดลองให้บริการโมบายบรอดแบนด์ด้วยเทคโนโลยี 4G ไปเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา และได้มีการหารือเกี่ยวกับการหาคลื่นความถี่ที่เหมาะสมมาใช้เปิดให้บริการ 4G ในประเทศไทย โดยคลื่นที่เหมาะสมได้แก่ คลื่นความถี่ 1,800

MHz คลื่น 2,300 MHz และคลื่น 2,500-2,600 MHz ทั้งนี้ คลื่นที่น่าจะนำมาใช้งานได้เร็วที่สุด คือคลื่น 2,300 MHz ที่ บมจ.ทีโอที (TOT) ได้สิทธิใช้งานอยู่ถึง 64 MHz แต่มีการใช้งานจริงน้อยมาก

 

EXTERNAL FACTOR

          - DJIA ปิดบวก 4.24 จุด หรือ 0.03% ปิดที่ 12,878.28 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 1.27 จุด หรือ 0.09%ปิดที่ 1,350.50 จุด ดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.44 จุด หรือ 0.02% ปิดที่ 2,931.83 จุด ในช่วงแรกนั้นตลาดหุ้นสหรัฐฯร่วงลงหลังจากมูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิสประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของอิตาลีลงมาอยู่ที่ A3 จาก A2 ขณะที่อันดับความน่าเชื่อถือของสเปนถูกปรับลดลงมาอยู่ที่ A3 จาก A1 และโปรตุเกสถูกปรับลดลงมาอยู่ที่ Ba3 จาก Ba2 ขณะเดียวกัน มูดีส์ยังได้ปรับลดอันดับเครดิตของมอลต้า สโลเวเนีย และสโลวาเกีย ลงมา 1 ขั้น นอกจากนี้มูดีส์ได้ปรับลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือของอังกฤษ ฝรั่งเศส และออสเตรีย ลงสู่ระดับ "เชิงลบ" ซึ่งหมายความว่าอันดับความน่าเชื่อถือของ 3 ประเทศนี้อาจจะถูกปรับลดลงในอนาคตข้างหน้า โดยมูดีส์ระบุว่าประเทศเหล่านี้กำลังเผชิญกับความเสี่ยงทางการเงินและเศรษฐกิจมหภาคในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้บรรยากาศในยุโรปมีความไม่แน่นอนมากขึ้น โดยตลาดได้รับปัจจัยลบมากขึ้นเมื่อมีรายงานว่ารัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรโซนได้เลื่อนการประชุมเรื่องการให้ความช่วยเหลือกรีซออกไปจากกำหนดเดิมในวันพุธ โดยคาดว่าอาจจะใช้วิธีการประชุมทางโทรศัพท์แทนการจัดประชุมอย่างเป็นทางการ และปัจจัยลบจากรายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่ระบุว่า ยอดค้าปลีกเดือนม.ค.ขยับขี้นเพียง 0.4% ซึ่งเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เนื่องจากผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยน้อยลง โดยเฉพาะยอดซื้อรถยนต์ที่ลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ดีดตัวขึ้นในช่วงท้าย หลังจากนายอันโตนิส ซามาราส ผู้นำพรรคนิว เดโมเครซี ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมของกรีซได้สั่งให้สมาชิกพรรคของเขาลงมติสนับสนุนมาตรการรัดเข็มขัด และมีการคาดการณ์ว่านายซามาราสจะส่งหนังสือยืนยันความมุ่งมั่นต่อไอเอ็มเอฟ/อียู ซึ่งเป็นผู้ปล่อยเงินกู้ ทั้งนี้ พรรคนิว เดโมเครซีเป็นพรรคที่ได้คะแนนนิยมสูงสุดในขณะนี้ จึงทำให้นายซามาราสได้รับการหมายตาว่าจะเป็นตัวเก็งสำหรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกรีซคนใหม่ หลังจากนายลูคัส ปาปาเดมอส นายกรัฐมนตรีกรีซคนปัจจุบันลาออกจากตำแหน่งเมื่อกรีซได้รับความช่วยเหลือทางการเงินและทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนพันธบัตรในอนาคตแล้ว ปิดตลาดหุ้นกู๊ดเยียร์ ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ ดิ่งลง 5.2% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4 ที่น้อยเกินคาด และยังได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของอุตสาหกรรมยางรถยนต์ทั่วโลก หุ้นเอวอน โพรดักส์ ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงาม พุ่งขึ้น 1.5% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่น้อยกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และยังได้ประกาศแผนลดจำนวนพนักงานและลดต้นทุน ขณะที่หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ดิ่งลง3.3% หลังจากนักวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ปปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ลงมาอยู่ที่ระดับ “neutral” ขณะที่หุ้นยาฮู อิงค์ ดิ่งลง 4.7% อย่างไรก็ตาม หุ้นโบอิ้งดีดตัวขึ้น 1% หลังจากบริษัทได้รับคำสั่งซื้อเครื่องบินมูลค่ารวม 2.24 หมื่นล้านดอลลาร์

          - ราคาน้ำมัน NYMEX ส่งมอบเดือน มี.ค.ลดลง USD0.17/bbl หรือ 0.17% อยู่ที่ระดับ USD100.74/bbl เนื่องจากได้รับปัจจัยลบจากข่าวมูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิสประกาศเตือนว่าจะลดอันดับความน่าเชื่อถือของอังกฤษ ฝรั่งเศสและออสเตรีย นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังอ่อนแรงลงหลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นน้อยเกินคาด

          - สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย.ลดลง USD7.2 หรือ 0.4% อยู่ที่ระดับ USD1,717.7/ounce ซึ่งเป็นการปิดลบติดต่อกัน 3 วันทำการ เพราะได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร หลังจากมูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิสประกาศเตือนว่าจะลดอันดับความน่าเชื่อถือของอังกฤษ ฝรั่งเศส และออสเตรีย

          - ดัชนีค่าระวางเรือ บวก 5 จุด หรือ 0.68% อยู่ที่ระดับ 734 จุด

          - สถาบัน ZEW รายงานดัชนี Economics sentiment เดือนกุมภาพันธ์ 55 ติดลบ 8.1 จุด ลดลงจากเดือนมกราคม 55 ที่ติดลบ 32.5 จุด

          - Eurostat รายงานตัวเลข Industrial Production เดือนธันวาคม 54 หดตัวลง 2.0%YoY ชะลอตัวลงมากกว่าเดือนพฤศจิกายน 54 ซึ่งหดตัว 0.3%YoY และหดตัวมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะหดตัว 1.2%YoY

 

TODAY’S REPORTS

          - AOT: รายงานผลประกอบการงวด 1QFY55 ออกมาดีเยี่ยม แต่เหตุระเบิดอาจจะกดดันราคาหุ้น AOT รายงานกำไรสุทธิงวด 1QFY55 ที่ 1.25 พันล้านบาท สูงกว่าประมาณการของเราที่ 737 ล้านบาท คิดเป็น 30% ของประมาณการทั้งปีของเราที่ 4.2 พันล้านบาท (Consensus ประมาณการที่ 4.46 พันล้านบาท)เนื่องจากค่าเสื่อมราคาที่ลดลงมาอยู่ที่ 1.17 พันล้านบาท (งวด 4QFY54 อยู่ที่ 1.58 พันล้านบาท, งวด 1QFY54 อยู่ที่ 2.11 พันล้านบาท) จากผลประกอบการที่สูงกว่าคาดทำให้มีความเป้นไปได้ที่เราจะปรับประมาณการกำไรปี 55 เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามจากเหตุระเบิดที่สุขุมวิทเมื่อวานนี้ เรามองว่าอาจจะเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาหุ้นของAOT และ THAI ในระยะสั้น (คำแนะนำลงทุน และราคาพื้นฐาน อยู่ระหว่างการทบทวน)

          - IRPC: รายงานผลขาดทุนงวด 4Q54 แย่กว่าที่เราคาดเล็กน้อย โดยคาดว่างวด 1Q55 จะกลับมาโต QoQ IRPC รายงานผลขาดทุนงวด 4Q54 ที่ 2.19 พันล้านบาท (งวด 3Q54 ขาดทุน 177 ล้านบาท, งวด 4Q53 มีกำไร2.25 พันล้านบาท) ซึ่งขาดทุนมากกว่าประมาณการของเราที่ 2.04 พันล้านบาท (Consensus ประมาณการผลขาดทุนเพียง 313 ล้านบาท) โดยผลประกอบการที่อ่อนแอมาจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานจำนวน 49 วันรวมถึงผลขาดทุนจากสต๊อกสินค้าและผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง (Hedge) จำนวน 1 พันล้านบาทอย่างไรก็ตามเราคาดว่าผลประกอบการงวด 1Q55 ของ IRPC จะกลับมาเติบโตขึ้น QoQ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้น (ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับเพิ่มขึ้นจาก 106 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล มาอยู่ที่ 109.9 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล) ค่าการกลั่นปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนราคาและ spread ของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 55-56 เท่าเดิม เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 6.25 บาท (IRPC จะมีการจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดผลประกอบการ 2H54 ที่ 0.04 บาท/หุ้น XD วันที่ 27 ก.พ.55 ต่ำกว่าที่เราประมาณการว่าจะจ่ายที่ 0.05 บาท/หุ้น)

          - RATCH: รายงานกำไรปี 54 น่าผิดหวัง RATCH รายงานกำไรสุทธิงวด 4Q54 ที่ 522 ล้านบาท (-63%YoY, -65%QoQ) ส่งผลให้ผลประกอบการทั้งปี 54 มีกำไรสุทธิ 4.8 พันล้านบาท ลดลง 7%YoY ซึ่งต่ำกว่าประมาณการของเราที่ 6.3 พันล้านบาท เนื่องจากรายได้จากบริษัทในเครือที่ต่ำกว่าคาด ทั้ง RPCL และ NN2 ประกอบกับการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 67 ล้านบาท (ปี 53 มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 401 ล้านบาท) ทั้งนี้เรามีการปรับลดประมาณการกำไรปี 55-56 ของ RATCH ลง 3.5% และ 5.9% มาอยู่ที่ 5.87 พันล้านบาท และ 5.7 พันล้านบาท ตามลำดับ เพื่อสะท้อนประมาณการค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ต่ำเกินไป เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมสำหรับซื้อ RAC ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามเรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐานที่ 48 บาท (ราคาพื้นฐานในปัจจุบันยังไม่รวมการลงทุนใน RATCH-Australia (RAC) โดยเราคาดว่ารายได้จากโครงการนี้ยังไม่มีนัยสำคัญสำหรับผลประกอบการในปีนี้)

 

ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY

 

พลอย ตั้งอุทัยสุข ( This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it ; Tel +662 696-0056)

          Gold Futures: ลดพอร์ตที่ถือ Long ใน GFG12 และกลับมาเปิด Short ใน GFG12 จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองโลก (RTXGL) ยังคงแกว่งใกล้บริเวณแนวรับที่ $1,700 เพราะเมื่อดูจากราคาทองคำเทียบกับดัชนี US dollar index แล้ว มีลักษณะ hi-risk-hi-return คือ กำลังทดสอบแนวต้าน overbought อยู่ และต้องคอยจับตาว่าจะทะลุขึ้นมาได้หรือไม่ โดยถ้าหลุด $1,700 ลงมา มีโอกาสแกว่งได้แรงลงไปทดสอบที่ $1,670 และ/หรือ 1,640 หรือต่ำกว่านั้น อย่างไรก็ตามถ้าสามารถตั้งหลักกลับขึ้นมาได้ จะมีแนวต้านที่ $1,751-1,752 และ $1,763

          สำหรับ Gold Futures (GFG12) ทาง Technical ยังคงแกว่งและดู hi-risk-hi-return โดยหลุดแนวรับที่ 25,200 ลงมา และมีโอกาสแกว่งลงมาทดสอบบริเวณ 25,050-25,000 หรือต่ำกว่านั้นที่ 24,800 ขณะที่ภาพรวมจะมีความเสี่ยงมากขึ้นถ้าหลุด 24,800 ลงมา สำหรับแนวต้านที่ต้องทดสอบขึ้นไปอยู่ที่ 25,450-25,460 และ 25,660 เรายังคงคำแนะนำให้ทยอยลดพอร์ตที่ถือ Long ใน GFG12 ออกมา และสามารถเปิด Short ใน GFG12 เพื่อรอจังหวะลงมาแบ่งทำกำไรส่วนหนึ่งที่ 24,800 โดยใช้ 25,460 เป็น Stop และให้เพิ่มพอร์ตถ้าหลุด 24,800 ลงมา

 

SET50 Futures: เราแนะนำ 2 กลยุทธ์

          จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ S50H12 แกว่งค่อนข้างแรงบริเวณแนวรับที่ 769 ซึ่งต้องดุว่าจะสามารถรับได้หรือไม่ โดยถ้าหลุดลงมา มีโอกาสแกว่งลงมาทดสอบที่ 761-759 และมีโอกาสแกว่งลงต่อไปอีก อย่างไรก็ตามถ้าสามารถตั้งหลักกลับขึ้นมาได้ จะมีแนวต้านระหว่างทางที่ 777 และ 784-785 และมีแนวต้านสำคัญที่ต้องฝ่าขึ้นไปที่787 ซึ่งถ้าสามารถทะลุได้มีโอกาสขึ้นไปทดสอบบริเวณ 793-794 (ปรับจาก 791-792) หรือสูงกว่านั้นที่ 806.5 ซึ่งเป็น High เดิม สำหรับกลยุทธ์ช่วงนี้ยังคงแนะนำให้ทำในวงเงินจำกัด

 

กลยุทธ์การลงทุน :

          1) กรณี Long แนะนำให้ถือ Long เพื่อรอจังหวะขึ้นต่อ และแนะนำให้ปิดพอร์ตถ้าหลุด 769 ลงมา

          2) กรณี Short แนะนำเปิด Short ถ้า S50H12 หลุด 769 ลงมา เพื่อรอจังหวะลงมาแบ่งทำกำไรส่วนหนึ่งบริเวณ 761-759 และสามารถเพิ่มพอร์ตได้ถ้าหลุด 761-759 ลงมา โดยใช้ 773 เป็น Stop (S50H12 มีแนวต้าน 787, 793-794 และ 806.5 แนวรับ 769, 761-759 และ 752-750)

 

MARKET EVENT

 

Thai Event

          - สัปดาห์ที่ 3 กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออกของไทย

          - สัปดาห์ที่ 4 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

          - สัปดาห์ที่ 4 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง

          - 28/02/12 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)แถลงดัชนีอุตสาหกรรมประจำเดือน

          - 29/02/12 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน

 

World Event

          - 15/02/12 EU: Trade Balance

          - 15/02/12 US: Empire State Mfg Survey

          - 15/02/12 US: Industrial Production*

          - 15/02/12 US: Housing Market Index

          - 15/02/12 US: FOMC Minutes*

          - 16/02/12 US: Housing Starts*

          - 16/02/12 US: Jobless Claims*

          - 16/02/12 US: Producer Price Index*

          - 16/02/12 US: Philadelphia Fed Survey*

          - 17/02/12 EU: Construction Output

          - 17/02/12 US: Consumer Price Index*

          *Markets will pay more attention to these figures

 

          กวี ชูกิจเกษม This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0030

          กิจพล ไพรไพศาลกิจ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it +662 696-0057

          ปณิธิ จิตรีโภชน์ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0053

 

          โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 15 ก.พ. 2555

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment