|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะหุ้น 27/10/52
|
|
|
Tuesday, 27 October 2009 09:36 |
|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 27/10/52
ยังแนะนำให้เน้นขายทำกำไรต่อเนื่อง...จังหวะซื้อรอต่ำกว่า 700 กลยุทธ์วันนี้ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างประเทศยังคงมียอดขายสุทธิต่อเนื่องในตลาดหุ้น ไทย และกลับมาเพิ่มปริมาณมากขึ้นด้วย ขณะที่ Dow Jones ปิดลบอีกกว่า 100 จุดจากแรง ขายในหุ้นกลุ่มก่อสร้างและกลุ่มการเงิน ส่วนค่าเงินดอลลาร์ก็ยังแข็งค่าต่อเนื่อง รวมทั้งตลาดหุ้น ในภูมิภาคเช้านี้เปิดทำการด้วยการปรับตัวลงกันถ้วนหน้าประมาณ 0.5-1% ทำให้เราคาดว่าจะส่ง ผลกดดันต่อตลาดหุ้นไทยในเช้าวันนี้ให้ปรับตัวลงไปใกล้ๆ 700 จุดอีกครั้งได้ อย่างไรก็ตามเนื่อง จากในวันพฤหัสที่ 29 ต.ค.นี้จะมีตัวเลข GDP 3Q09 ของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะช่วยบ่งชี้ว่าภาวะถด ถอยของเศรษฐกิจจบสิ้นแล้ว และมีโอกาสที่จะส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของดอลลาร์ด้วย น่าจะยัง ช่วยให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาใหม่ได้ ดังนั้นหลังจาก FSS แนะนำให้ขายทำกำไรตามรอบเมื่อ SET ขยับขึ้นไปแกว่งแถว 715-720 จุดไปแล้ว ช่วงถัดจากนี้ให้ถือเงินสดไว้เพื่อรอหาจังหวะ กลับเข้าเลือกหุ้นซื้อใหม่..เมื่อดัชนีลงไปใกล้ๆ 680-670 จุด ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นได้ในช่วงปลาย สัปดาห์นี้หรืออย่างช้ากลางสัปดาห์หน้า
ประเด็นสำคัญต่างประเทศ Dow Jones ปิดลดลง 104.22 จุด ร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 2 นักลงทุนขายหุ้นใน กลุ่มก่อสร้างและกลุ่มการเงินเพราะเกรงว่ารัฐบาลจะไม่ต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ ซื้อบ้านที่จะหมดในเดือน พ.ย. นี้ ซึ่งจะทำให้ไม่มีแรงหนุนกับธุรกิจอสังหาฯ ขณะที่หุ้นในกลุ่ม โภคภัณฑ์ก็ได้รับแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ค่าเงินดอลลาร์ยังคงแข็งค่าต่อเนื่องจากวันศุกร์ ส่งผลให้ราคาโภคภัณฑ์ปรับตัวลง โดย ราคาน้ำมันปรับลดลง US$1.82 (2.3%) มาปิดตลาดที่ US$78.68 หลังจากไปแตะจุดสูงสุด ของปีนี้ที่ US$81 EIA จะรายงานสต็อกน้ำดิบในวันพุธนี้ Poll คาดว่าสต็อกน้ำมันดิบอาจเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านบาร์เรล ส่วนราคาทองส่งมอบเดือน ธ.ค. ลดลง US$13.6 มาปิดที่ US$1,042.8 ต่ำสุด ในรอบ 2 สัปดาห์ โลหะมีค่าอื่นก็ปรับลดลงเช่นกัน คืนนี้เป็นวันแรกในการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 2 ปี US$4.4 หมื่นล้านเหรียญ จากวงเงินรวม US$1.16 แสนล้านเหรียญ ตามด้วยวันพุธ อายุ 5 ปี US$4.1 หมื่นล้านเหรียญ วันพฤหัส อายุ 7 ปี US$3.1 หมื่นล้านเหรียญ ค่าระวางเรือ (BDI) เพิ่มขึ้น 1 จุด ปิดที่ 3,044 จุด
ประเด็นสำคัญในประเทศ DELTA: คาดกำไรปกติไตรมาส 3/52 ที่ 692 ล้านบาท ฟื้นตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยเติบโตเพิ่มถึง 102.9% q-q แต่ถ้าเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้วยังหดตัว 26.6% y- y ความน่าสนใจของ DELTA อยู่ที่การเติบโตของกำไรในช่วง 3 ปีข้างหน้าซึ่งเราคาดว่าจะโต เฉลี่ย 17.6% ต่อปี สูงกว่ากลุ่มอิเล็คทรอนิคส์ที่คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 13% - 14% ณ ราคาหุ้น ปัจจุบันที่ 17.70 บาทเท่ากับ DELTA ซื้อขายที่ PE 8.8 เท่าในปี 2552 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 14 ปีนับตั้งแต่เข้าตลาดที่ 10.3 เท่า ในขณะที่อัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ยในช่วง 3 ปีข้าง หน้า เราประเมินไว้ที่ 17.6% เทียบกับอดีตที่ผ่านมาที่ขยายตัวเฉลี่ย 8.7% ต่อปี เราประเมิน มูลค่าตามปัจจัยพื้นฐานของ DELTA ในปี 2553 ที่ 24.00 บาท (มี Upside 35.6%) โดยอิง PE 12.0 เท่า แนะนำซื้อ UMS: วานนี้ UMS ได้แจ้งตลาดฯว่า บริษัท เฮอร์เมลิน (บริษัทย่อยที่ TTA ถือหุ้น 99.99%) ได้มีมติอนุมัติการซื้อหุ้น UMS และ UMS-W1 จากผู้ถือหุ้นใหญ่คือคุณไพบูลย์ เฉลิม ทรัพยากร และคุณชัยวัฒน์ เครือชะเอม แล้ว เราคาดว่าขั้นตอนการทำ Tender offer จะเกิดขึ้น ภายในเดือน พ.ย. – ธ.ค. นี้
Technical View : “เนื่องจากตลาดยังมีสิทธิแกว่งทรงตัวในกรอบ 700-720 จุดต่อ อีก 1-2 วัน ดังนั้นยังลุ้นรอขายทำกำไรแถว 715-720 จุดได้ แต่ถ้าดัชนีหลุดลงทันทีควรขายถอย แล้วไปรอใหม่ 680-670 จุด..” แนวรับ : 710-707** , 702-696*** แนวต้าน : 715-717** , 720-724***
Technical Picks: AP (Bt 6.10 เป้าเทคนิค 6.40-6.60 cut loss ถ้าหลุด 5.95) MINT (Bt 11.10 เป้าเทคนิค 12 cut loss ถ้าหลุด 10.60) SIAM (Bt 2.40 เป้าเทคนิค 2.60 cut loss ถ้าหลุด 2.24)
|
Comments