|
บล.เคจีไอ : รายงานภาวะหุ้น 27/10/52
|
|
|
Tuesday, 27 October 2009 10:08 |
|
บล.เคจีไอ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 27/10/52
ตลาดอยู่ในช่วงซึมลง KGI ประเมิน SET วันอังคารปรับลง โดยแม้ว่าไม่มีข่าวร้ายเชิงข้อมูลเศรษฐกิจหรือผล ประกอบการจากสหรัฐฯ แต่ดูเหมือนว่าในช่วงสั้นนักลงทุนหาเหตุผลที่หุ้นควรขึ้นต่อไม่ได้ ปราก ฎการณ์ดังกล่าวเห็นชัดเจนในวอลล์สตรีทเมื่อคืน ซึ่งดัชนีหุ้นเปิดเทรดในแดนบวกสวยงาม แต่ อยู่ๆ ก็มีแรงขายหุ้นออกมารวดเร็ว พร้อมๆ กับการปรับขึ้นของดัชนีชี้วัดความกลัวเสี่ยง ไม่ว่าจะ เป็นดัชนีเงินดอลล่าร์ที่กลับไปยืนเหนือ 76 จุด หรือดัชนี CBOE VIX ซึ่งพุ่งขึ้น 9.2% และเป็น การปรับขึ้นมากที่สุดในหนึ่งวันในรอบ 1 เดือน KGI คาดดัชนีฯ จะอ่อนตัวทดสอบแนวรับที่ 708 และ 703 จุดอีกครั้ง และหากเรามองถูกต้องว่าตลาดหุ้นโลกกลับไปสนใจดัชนีชี้วัดความเสี่ยง และไม่ให้น้ำหนักกับผลประกอบการและตัวเลขเศรษฐกิจมากนักข้อมูลสหรัฐฯ ที่จะออกมาในช่วง ที่เหลือของสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นราคาขายบ้านของ Case-Shiller ในคืนนี้ รวมทั้งจีดีพีไตรมาส 3/2552 ในคืนวันพฤหัสฯ คงมีผลกระทบน้อยต่อตลาด ภาพรวมตลาดหุ้นโลกจะทรงตัวออกข้าง ขณะที่หุ้นไทยยังมีส่วนลดจากปัจจัยการเมืองในประเทศ รวมทั้งกิจกรรมของนักลงทุนต่างชาติที่ น่าจะลดลงจากปัจจัยพิเศษเช่นการที่ ก.ล.ต. กำลังตรวจสอบการซื้อขายของโบรกเกอร์นอกอยู่ กลยุทธ์: เลี่ยงหุ้นใหญ่ไปก่อน แนะซื้อเก็งกำไรหุ้นขนาดกลางในประเด็นซื้อขายกิจการ เช่น SCIB และ TCAP นอกจากนี้เรามองการอ่อนตัวลงของหุ้นเทคโนโลนีอย่าง CCET และ ROJNA เป็นโอกาสเข้าซื้อ เนื่องจากแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนมาก
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ บอร์ด MCOT เปิดเผยภายหลังการเจรจากับตัวแทนบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์ เทนเมนต์ (ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และเป็นบริษัทย่อยของ BEC) ว่า BEC ตกลง จ่ายผลประโยชน์เพิ่มเติมในรูปตัวเงินให้แก่ MCOT เพิ่มขึ้นโดยจะสรุปได้ภายใน 2 สัปดาห์หลัง จากนี้ โดยรูปแบบผลประโยชน์มี 2 ทางคือ i) เปลี่ยนจากอัตราคงที่เป็นอัตราผันแปร 6.5% บน รายได้ของบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ii) ให้คงค่าสัมปทานแบบคงที่ แต่เสนอให้ BEC จ่ายเงินให้เปล่าแก่ MCOT อีกจำนวนหนึ่งมูลค่าประมาณ 300-600 ล้านบาท ค่าสัมปทานใหม่ นั้นเป็นไปตามที่เราคาดไว้ ซึ่งค่าสัมปทานของ BEC จะเพิ่มเล็กน้อยเป็นประมาณ 230-260 ล้านบาทต่อปี จากเดิม 200 ล้านบาทต่อปี และจะกระทบต่อประมาณการกำไรของ BEC เพียง 2.6-3.2% ในปี 2553-2555 ในขณะที่กำไรของ MCOT จะเพิ่มขึ้น 4.1-5.1% ในปี 2553- 2555 คำแนะนำ ซื้อ BEC (ราคาเป้าหมาย 27.75 บาท) และ MCOT(ราคาเป้าหมาย 26.20 บาท) แหล่งข่าวจากก.คลังเผยว่าการขายหุ้น TMB ให้กับกลุ่ม ING ในราคาหุ้นละ 1.6 บาท มีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องเลือนออกไปยาวอีก 1-2ปี ข้างหน้า เพราะ ING ยังไม่พร้อมที่ จะลงทุนเพิ่มอีก 1.5 หมื่นล้าน เรายังคงแนะนำขาย TMB ที่ราคาพื้นฐาน 0.7 หุ้นเก็งกำไรที่ดี กว่าเรื่องการควบรวมคือ SCIB และ TCAP รมว. คลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการขายหุ้นที่กระทรวงการคลังถืออยู่ใน ACL ให้กับ ICBC ว่าขณะนี้ ICBC รอทางการจีนอนุมัติและน่าจะเสนอเรื่องของซื้อหุ้นมายัง ก.คลังใน เดือน พ.ยนี้ และการกระบวนการตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้นจากรายย่อยน่าจะเริ่มได้ในเดือน ม.ค.53 ส่วน ราคาซื้อขายที่คุยไว้ที่ 11.5 บาทนั้นถือว่าเป็นราคาที่ ก.คลังรับได้ หุ้นยังเหลือ upside อีกราว 5.5% จากปัจจุบัน PTTEP อาจปรับลดเป้าหมายการผลิตปี 2553 ลง เนื่องจากความล่าช้าจากโครงการ มอนทารา ประเด็นข่าวนี้ไม่ใช่ข่าวใหม่ เราเชื่อว่าตลาดฯ ได้รับรู้ถึงความเป็นไปได้ของแนวโน้ม ความจำเป็นในเลื่อนการเปิดผลิตออกไป 1 ไตรมาส เนื่องจากปัญหาปิโตรเลียมรั่วไหลจากแหล่ง มอนทารา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไข อย่างไรก็ตามเราได้ปรับลดสมมติฐาน ปริมาณขายในปีหน้าลงไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งผลประกอบการของ PTTEP ในปี 2553 ยังคาดว่า จะเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 43.5% YoY คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 203 บาท
|
Comments