|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะหุ้น 05/11/52
|
|
|
Thursday, 05 November 2009 09:46 |
|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 05/11/52
Market Recap and Trend: มีโอกาสที่การพักฐานจะจบไปแล้ว SET ปรับสูงขึ้นแรง 2.69% ปิดตลาดที่ 686.41 จุด หลังปรับลดลงแรงต่อเนื่องในช่วง ที่ผ่านมา ซึ่งแม้ว่าปริมาณการซื้อขายจะยังไม่สูงนักเพียง 18,510 ล้านบาทเท่านั้น แต่ก็มีความ เป็นไปได้ว่าการพักฐานของ SET ไปที่ระดับ 660-680 จุดได้จบลงไปแล้ว โดยนักลงทุนต่างชาติ ขายหุ้นสุทธิต่อเนื่อง 292 ล้านบาท สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้คาดว่าจะเคลื่อนไหวแบบ Sideways หลังจากปรับสูงขึ้นแรงวานนี้ อย่างไรก็ตามเรามองว่าการพักฐานอาจจบไปแล้ว ขณะที่เราคงมูลค่าพื้นฐาน Bottom-Up ของ SET ที่ 740 จุด เหมือนเดิม สำหรับการประชุม FOMC เมื่อคืนที่ผ่านมา FED มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0-0.25% ตามที่ตลาดคาดไว้ และ คาดว่าจะยังไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วๆ นี้ โดย FED คงมองว่าเศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วง ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตามดัชนีหุ้น Dow Jones ปรับสูงขึ้นเพียง 0.3% หลังจาก มีความกังวลว่ามาตรการควบคุมบัตรเครดิตจะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานสถาบันการเงิน สหรัฐฯ
Investment Strategy: ถือหุ้นในสัดส่วน 80% ของพอร์ต เน้นการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร อสังหาฯ วัสดุก่อสร้าง ยานยนต์ และเดินเรือ เราแนะนำนักลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน 80% ของพอร์ต (แนะนำเพิ่มสัดส่วนหุ้นในพอร์ตจาก 60% เป็น 80% เมื่อวันที่ 3-4 พ.ย.ที่ผ่านมา) เนื่องจาก 1.แนวโน้มเศรษฐกิจโลก และไทยที่ ฟื้นตัวจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับสูงขึ้นของ SET ในระยะกลาง-ยาว 2.กำไรบริษัทจดทะเบียน คาดขยายตัว 20% ปีนี้ และ 14% ปีหน้า 3.Valuation น่าสนใจที่ระดับ P/E 10.3 เท่า และ 4.SET มีอัตราส่วน Reward/Risk ที่น่าสนใจมากขึ้นหลังจากปรับลดลงมาที่เป้าหมาย การพักฐานบริเวณ 660-680 จุด...ทั้งนี้เราแนะนำเน้นการเข้าซื้อในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่เป็นหลัก อย่างหุ้นกลุ่มกลุ่มธนาคาร (BBL, TCAP, KBANK, SCB, TISCO) วัสดุก่อสร้าง (SCC, DCC) อสังหาฯ (QH, AP, LPN, PS, STEC) ชิ้นส่วนยานยนต์ (SAT,STANLY) เดินเรือ (TTA) ขณะที่กลุ่มพลังงาน (BANPU) ยังต้องติดตามผลกระทบของเหตุเพลิงไหม้แท่นเจาะ น้ำมันโครงการมอนทารา ของ PTTEP
Top Picks PTT PTTEP BANPU TOP PTTAR BBL KBANK SCB KTB TISCO DCC SCC LH QH AP PS SPALI KSL CPF TUF CPALL KH AOT GLOW STANLY TTA
Futures Strategy: ปิดสถานะ SHORT ที่ Trailing Stop ไปแล้วที่ 472 จุด...สถานะ LONG กลับมาได้เปรียบอีกครั้ง AUTO: เพิ่ม CPALL เข้ามาในหุ้นกลุ่ม Top Picks
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดเพิ่มขึ้น ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.31% เช่นเดียวกับดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.10% ขณะที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) มีมติ คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0-0.25 % และระบุเฟดจะยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ใน ระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง ทั้งนี้แถลงการณ์ของเฟดมีเนื้อหาในทางบวกมากกว่าแถลงการณ์ใน เดือน ก.ย. อย่างไรก็ดี เฟดเปิดเผยรายละเอียดมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับเหตุผลที่ทำให้เฟดคาดการณ์ ว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ โดยเหตุผลดังกล่าวได้แก่ 'อัตราการใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรที่ระดับต่ำ, แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่ระดับต่ำ และระดับการคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อที่มี เสถียรภาพ' ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. ปิดเพิ่มขึ้น 0.80 ดอลลาร์ หรือ 1.01% เป็น 80.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงหนุน จากการที่เฟดแสดงความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นในเรื่องการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ประกอบกับสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงาน (EIA) ของสหรัฐเปิดเผยข้อมูลสต็อกน้ำมัน ประจำสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 30 ต.ค. โดยระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 4.0 ล้านบาร์เรล สู่ 335.9 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันกลั่นลดลง 400,000 บาร์เรล สู่ 167.4 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมัน เบนซินลดลง 300,000 บาร์เรล สู่ 208.3 ล้านบาร์เรล ดอลลาร์อ่อนค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างๆ ดอลลาร์ร่วง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามความคาดหมาย และประกาศว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ ต่ำต่อไป 'อีกระยะหนึ่ง' ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยต่ำน่าจะทำให้ดอลลาร์ยังคงเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการ ทำ carry trade ซึ่งเป็นธุรกรรมที่นักลงทุนกู้เงินสกุลดอลลาร์เพื่อนำไปซื้อสินทรัพย์ที่ให้ ผลตอบแทนสูงกว่า ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 48 จุด อยู่ที่ 3,295 จุด เริ่มกลับมาสต็อกวัตถุดิบ ตามฤดูกาล จะผลักดันให้ค่าระวางเรือมีทิศทางขาขึ้นอีกครั้งหนึ่งไปจนถึงปลายปีนี้
|
Comments