Error
Daily View - บล.กสิกรไทย
Print
Friday, 22 February 2013 10:54

อาจฟื้นตัวช่วงสั้น แต่ความยั่งยืนยังไม่แน่

แนวโน้มตลาด: หุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ยังคงอ่อนแรงลงจากแรงขายทำกำไร ซึ่งนอกจากกังวลการเลิกมาตรการซื้อพันธบัตรของเฟดแล้ว ยังมาจากตัวเลขเศรษฐกิจยุโรปที่แย่กว่าคาดโดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เบื้องต้นภาคการผลิตของยูโรโซนก.พ.ลดลงสู่ระดับ 47.8 จาก 47.9 ในขณะนี้ดัชนี PMI เบื้องต้นภาคบริการหดตัวลงแตะ 47.3 จาก ราคาทองคำปรับลงถึงแนวรับที่ 1570 เหรียญสหรัฐฯ/ออนซ์ ก่อนดีดตัว ในขณะที่น้ำมันดิบเองลดลงถึง 92 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ซึ่งทำให้มีโอกาสลุ้นฟื้นตัวซึ่งอาจดึง sentiment ของหุ้นโลกขึ้น ดังนั้นเราคาดหวังว่าอาจเห็น SET Index ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ณ สถานการณ์ปัจจุบันที่ตลาดไทยและญี่ปุ่นซึมซับข่าวดีไปมากแล้ว แล้วขึ้น Outperform หุ้นโลกโดยปรับเพิ่มขึ้นถึง 10% YTD เทียบกับดัชนีสำคัญสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นเพียง 3-4% YTD ทำให้เราอาจเริ่ม Underperform หุ้นโลก และ/หรือฟื้นตัวได้น้อยกว่า / ระวังแรงขายทำกำไรหุ้นในSET100 ที่ขึ้นมามากตั้งแต่ต้นปี (%YTD) ได้แก่ CK(83%) PF(74%) QH(68%)BLAND(67%) SPCG(56%) PS(54%) AMATA(53%) ITD(52%) KTC(51%) GLOBAL(49%) SAMART(48%) SF(45%) TICON(42%) SIRI(41%)
กลยุทธ์การลงทุน: SET Index ขึ้นทดสอบ 1547 ซึ่งเป็นเป้าระยะสั้น (1530-1560) ไปแล้ว จึงทำให้ในช่วง 1-2สัปดาห์นี้ “ทางลงเป็นต่อ” แม้อาจจะมีดีดตัวขึ้นได้ก็ตาม กลยุทธ์ช่วงนี้จึงขอเก็บเงินไว้ในกระเป๋ามากขึ้น โดยแบ่งขายหุ้นที่กำไรมากหรือขึ้นเยอะบ้างสำหรับนักเก็งกำไร ซึ่งอาจทำให้เหวี่ยงได้แรง และการลงทุนทยอยซื้อเชิงตั้งรับ เก็งกำไรช่วงสั้นเน้นหุ้นปันผล/หุ้นที่ยังถูกอยู่เป็นหลัก หุ้นแนะนำ CFRESH SVI
สำหรับนักลงทุนระยะกลาง: (22 ก.พ.) ขอเสี่ยงลดน้ำหนักการลงทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน 10% (เหลือ 70%) ซึ่งในส่วนของการซื้อต่อยอดสะสมระยะกลาง ขอเน้นเลือกซื้อใน ADVANC PTT CPF KBS TICON AP KTB CCET KCE TTA MAJOR STANLY

หุ้นแนะนำวันนี้
- CFRESH (ปิด 10.90 เป้าระยะสั้น 11.80 ขายเมื่อหลุด 10.30) งบ 9M55 กำไรแล้วถึง 0.93 บาท/หุ้น เมื่อรวมกับ 4Q55 น่าจะทำให้มีกำไรเกิน 1 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นPER เพียง 10 เท่า + ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทจ่ายปันผล 90-100% คิดเป็นอัตราผลตอบแทนปันผลคาดหวังสูงถึง 8-9% และจ่ายครั้งเดียว XD กลาง มี.ค.
- SVI (ปิด 4.14 เป้าระยะสั้น 4.26-4.40 ขายเมื่อหลุด 3.90) กำไรปกติ 4Q55 ฟื้นตัวจากน้ำท่วมต่อเนื่อง แม้กำไรสุทธิลดลง QoQ + ลูกค้ารายใหม่ 4 รายหนุนการฟื้นตัวตลอดปี 2556 โดยเฉพาะตั้งแต่ 2Q56 + ราคา
- ปัจจุบันคิดเป็น PER 12x และ 10x PER 56-57 ตามลำดับ(Consensus)หุ้นเด่นจากงานสัมมนา Wisdom (19 ก.พ.): Top pick - MAJOR AP KCE TTA PTT / Wild card – MK CCET SAT ROBINS TK
- หุ้นแนะนำอื่น: SPCG TICON KCE CCET HMPRO ROBINS SAMART KBS THAI CPF ADVANC INTUCH IRPC CK ITD

จจัยที่ต้องติดตาม
- 20-22 ก.พ. Thailand: สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
- 25-27 ก.พ. Thailand: กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออกของไทย
- 25-28 ก.พ. Thailand: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง
- 25 ก.พ. China: HSBC Flash Manufacturing PMI
- 25 ก.พ. US: Dallas Fed Mfg Survey
- 26 ก.พ. US: S&P Case-Shiller HPI
- 26 ก.พ. US: New Home Sales
- 26 ก.พ. US: Consumer Confidence
- 27 ก.พ. EU: Euro-Zone Consumer Confidence (ตัวเลขขั้นสุดท้าย)
- 27 ก.พ. US: Durable Goods Orders
- 27 ก.พ. US: Pending Home Sales Index
- 28 ก.พ. Thailand: สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)แถลงดัชนีอุตสาหกรรมประจำเดือน
- 28 ก.พ. Thailand: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน
- 28 ก.พ. EU: Euro-Zone CPI
- 28 ก.พ. US: GDP
- 28 ก.พ. US: Jobless Claims
- 28 ก.พ. US: Chicago PMI
- 01 มี.ค. Thailand: กระทรวงพาณิชย์รายงานอัตราเงินเฟ้อ ประจำเดือนกุมภาพันธ์
- 01 มี.ค. China: Manufacturing PMI
- 01 มี.ค. EU: PMI Manufacturing
- 01 มี.ค. EU: Euro-Zone Unemployment Rate
- 01 มี.ค. US: Personal Income and Outlays
- 01 มี.ค. US: Consumer Sentiment
- 01 มี.ค. US: ISM Mfg Index
- 03 มี.ค. China: Non-manufacturing PMI          
- 03 มี.ค. EU: PMI Composite
- 03 มี.ค. EU(Event): Euro-Area Finance Ministers Meet in Brussels
- 04 มี.ค. EU(Event): EU-27 Finance Ministers Meet in Brussels

บทวิเคราะห์วันนี้
- PTTEP (ซื้อ ปิด 157.5 ,พื้นฐาน 200.0 +26.98%) เราได้เข้าร่วมงานประชุมนักวิเคราะห์กับทาง PTTEP เมื่อวาน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทาง PTTEP มีการเปิดเผยตัวเลขปริมาณสำรองทั้ง 2P และ 2C โดยในปี 55 ปริมาณสำรอง 2P อยู่ที่ 1.8 พันล้านบาเรลล์ หรือเท่ากับอายุการผลิตที่16 ปี ขณะที่ ปริมาณสำรอง 2C อยู่ที่ 4.0 พันล้านบาเรลล์ หรือเท่ากับอายุการผลิตที่ 35 ปี ส่วนเป้าหมายการผลิตในปี 56 ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง บริษัทคาดว่าจะมีการเติบโต ที่ 13% YoY ขึ้นสู่ระดับ 310,000 บาเรลล์ต่อวัน ส่วนการผลิตในแหล่งมอนทารายังคงตั้งเป้าจะเริ่มผลิตใน
1Q56 รวมถึงทาง บริษัทได้มีการเชิญวิศวกรของทางบริษัทมาให้ความรู้ทางด้าน shale gas/oil และมีการให้ข่าวในหนังสือพิมโพสทูเดย์ ซึ่งทำให้เราเชื่อว่าทาง PTTEP มีความสนใจที่จะลงทุนใน Shale oil/gas ในมุมมองของเราเชื่อว่าปัญหาหลักยังเป็นเรื่องราคา แต่อย่างไรก็ตามใน
มุมมองของเรา เรายังคงชอบ PTTEP และคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่มูลค่าพื้นฐาน 200 บาท
- STEC (ซื้อ ปิด 32.5 ,พื้นฐาน 33.5 +3.1%) ผู้บริหารบริษัทให้มุมมองในเชิงบวกต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมก่อสร้างในไทยอย่างน้อยในอีก 5 ปีข้างหน้า จากปัจจัยทางการเมืองที่มีความมั่นคงซึ่งน่าจะสามารถผลักดันโครงการก่อสร้างที่จำเป็นออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ทั้ง
รถไฟฟ้า (คาดว่าสีเขียว หมอชิต-คูคต และสีชมพู แคราย-มีนบุรี), มอเตอร์เวย์, รถไฟรางคู่รวมถึงโรงไฟฟ้า IPP จะสามารถเปิดประมูลได้ในปีนี้ ขณะที่ต้นทุนก่อสร้างที่มีความผันผวนไม่มากจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังอ่อนแอ ยิ่งกว่านั้นสถานะ backlog ที่สูงกว่า 60 พันลบ.ในปัจจุบันของ STEC ยังสามารถสร้างโอกาสเติบโตได้อีกหลายปี (แม้จะไม่มีงานใหม่) เทียบกับรายได้ปี 2555 ที่ประมาณ 20 พันลบ. นอกจากนี้ฐานะการเงินที่เป็นเงินสดสุทธิยังช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองกับคู่ค้าของ STEC ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้เรามองเห็น upside จากประมาณการปัจจุบันของเราที่ประเมินการเซ็นงานใหม่ในปีนี้ที่ 30 พันลบ.โดยหาก STEC ชนะการประมูลโครงการรัฐสภาแห่งใหม่ในวันที่ 6 มี.ค.จะทำให้เป้าหมายนี้สำเร็จแล้ว 50% โดยใช้เวลาเพียง 1
ไตรมาส อย่างไรก็ตามด้วยความไม่แน่นอนเรายังคงประมาณการเดิม แต่คงคำแนะนำ “ซื้อ”
- LPN (ถือ ปิด 23.4 ,พื้นฐาน 25.0 +6.8%) เราปรับลดคำแนะนำลงทุนใน LPN เป็น “ถือ”จาก “ซื้อ” แม้จะปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐานตามวิธี DCF เป็น 25.0 บาทจาก 23.0 บาท หลังปรับเพิ่มประมาณการ EPS 1-7% ในปี 2557-2558 ตามการปรับเพิ่มรายได้จากบริษัทลูกของ LPNได้แก่ พรสันติ ทั้งนี้ LPN มีการตั้งเป้าหมายการเติบโตของยอดขาย (Pre-sales) อย่างอนุรักษ์นิยมเพียง 8% เป็น 20 พันลบ. ขณะที่ทาวน์เฮ้าส์ที่พัฒนาโดยพรสันติยังถือเป็นสัดส่วนไม่มากเทียบกับรายได้รวม โดย LPN มีแผนเปิดโครงการใหม่ 13 โครงการมูลค่า 24.5 พันลบ.ในปีนี้
บวก 4-5 โครงการทาวน์เฮ้าส์มูลค่า 1.5 พันลบ.ของพรสันติ โดยโครงการที่รังสิตคลอง 1 มูลค่า6 พันลบ. และมีถึง 10.2 พันหน่วยถือเป็นโครงการเด่นในปีนี้ นอกเหนือจากแผนการเปิดโครงการที่อุดรธานีมูลค่า 1.9 พันลบ.และที่หัวหินและชะอำรวม 3 พันลบ. แม้จะมีแผนพัฒนาโครงการชัดเจน แต่ราคาหุ้นที่ซื้อขายระดับ PER ที่ 12.9x ซึ่งอยู่ระดับ +2SDV ของค่าเฉลี่ยในอดีต ถือว่าราคาหุ้น LPN ในปัจจุบันไม่ถูกแล้ว
- CPNRF (ถือ ปิด 19.9 ,พื้นฐาน 22.0 +10.6%) CPNRF ประกาศรายได้จากการลงทุนสุทธิใน 4Q55 ที่ 512 ลบ.เพิ่มขึ้น 20%YoY และ 1%QoQ ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่าและบริการและความสามารถในการทำกำไร ส่งผลให้ทั้งปี CPNRF มีรายได้จากการลงทุนสุทธิ
เพิ่มขึ้น 12% เป็น 2.0 พันลบ.และ NAV เพิ่มขึ้นเป็น 17.6 พันลบ.หรือ 10.766 บาทต่อหน่วยโดยความสามารถในการบริหารศูนย์ที่ดีโดยศูนย์ต่างๆมีอัตราการเช่าเฉลี่ยสูงถึง 97-98% ตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้ CPNRF สามารถปรับเพิ่มค่าเช่าศูนย์การค้าได้ 7-9% ต่อปีและออฟฟิตได้ 3.5-4.0% ต่อปี ทั้งนี้ CPNRF มีแผนซื้อศูนย์การค้าอีก 2 แห่งจาก CPN ได้แก่ เซ็นทรัลรามอินทราและเซ็นทรัล แอร์พอร์ต เชียงใหม่ โดยเราประเมินมูลค่ารวม 5.0 พันลบ. เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยมูลค่าพื้นฐานตามวิธี DDM ที่ 22.0 บาท โดย CPNRF ถือเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล 6-8% ต่อปี เทียบกับอุตสาหกรรมที่ 5%
- JAS (ซื้อ ปิด 6.20 ,พื้นฐาน 8.10 +30.6%) JAS รายงานกำไร 4Q55 ที่ 582 ลบ.(+72% YoY แต่ -5% QoQ) อย่างไรก็ตามในไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายพิเศษที่ไม่ใช่เงินสดเพียงครั้งเดียวสองก้อนใหญ่ จากการตั้งสำรองหนี้ที่สงสัยจะเป็นหนี้สูญของ TT&T จำนวน 194 ลบ.
และ ขาดทุนจากการตั้งสำรองหุ้น TT&T เป็น 0 บาท จำนวน 49 ลบ. ดังนั้นหากมองที่กำไรปกติจะอยู่ที่ 794 ลบ. (+83% YoY และ +37% QoQ) หรือมากกว่าที่เราคาดถึง 21% โดยผลการดำเนินงานเติบโตแข็งแกร่งจากการเติบโตของรายได้เนื่องจากการการออกโปรโมชัน10Mbps ทำให้ net add เพิ่มถึง 62,000 ราย โดย gross margin ซึ่งลดลงจากสัดส่วนรายได้ที่มาจากธุรกิจวางระบบซึ่งมีมาร์จิ้นสูงมีสัดส่วนเพิ่ม แต่การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจากการควบคุมต้นทุนที่ดีมาช่วยการเติบโตของกำไร โดยกำไรทั้งปีโตสูงถึง 99% YoYและประกาศจ่ายปันผล 0.09 บาท จากผลการดำเนินงาน 4Q55 ที่ออกมาดีกว่าคาดทำให้เรายังมีความเชื่อมั่นในธุรกิจของ JAS ราคาหุ้นปัจจุบันที่ PER 15.8 เท่า น่าสนใจเมื่อเทียบการเติบโตของกำไร 26% ในปี 55-58 คงคำแนะนำซื้อ ที่ราคาเหมาะสม 8.10 บาท

สรุปภาวะตลาด
- DJIA ปิด 13,880.62 จุด -46.92 จุด (-0.3%) S&P500 ปิด 1,502.42 จุด -9.53 จุด(-0.6%) Nasdaq ปิด 3,131.49 จุด -32.92 จุด (-1%) ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐและยูโร
โซน นอกจากนี้ ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)อาจจะยุติโครงการซื้อพันธบัตร
- NYMEX ส่งมอบ มี.ค. อยู่ที่ USD92.84/bbl -2.38(-2.5%) สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบ เม.ย. อยู่ที่ USD1,578.6/ounce +0.6(+0.04%) สัญญาราคาน้ำมันปรับตัวลงแรง หลังจากสหรัฐรายงานสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเกินคาดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลด้านแรงงานที่อ่อนแอของสหรัฐด้วย ขณะที่สัญญาราคาทองคำปรับตัวขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากยุโรปส่งผลให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง

สรุปข่าวประจำวัน

ต่างประเทศ
- กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่ากระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 16 ก.พ. เพิ่มขึ้น 20,000 ราย สู่ระดับ362,000 ราย ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานอย่างต่อเนื่องโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ เพิ่มขึ้น8,000 ราย สู่ระดับ 360,750 ราย ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานของสหรัฐยังคงฟื้นตัวอย่างเชื่องช้า(อินโฟเควสท์)
- กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทรงตัวในเดือนม.ค.56 เป็นเดือนที่สองติดต่อกัน ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐานที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น0.3% ในเดือนม.ค.56 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.54 ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า ดัชนี CPI ทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนม.ค.56 หลังจากทรงตัวในเดือนธ.ค.55 และดัชนี CPI พื้นฐานที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงานจะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนม.ค.56 หลังเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนธ.ค.55 (รอยเตอร์)
- สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) รายงานว่า ยอดขายบ้านมือสองเดือนม.ค.56 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% สู่ระดับ 4.92 ล้านยูนิต/ปี มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่ายอดขายบ้านมือสองจะอยู่ที่ 4.90 ล้านยูนิต (อินโฟเควสท์)
- ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาฟิลาเดลเฟียเปิดเผยตัวเลขกิจกรรมการผลิตในเขตมิด-แอตแลนติกของสหรัฐหดตัวลงเกินคาดสู่ระดับ -12.5 ในเดือนก.พ.56 จากระดับ -5.8 ในเดือนม.ค.56 นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า กิจกรรมการ
ผลิตจะอยู่ที่ระดับ 1.0 ในเดือนก.พ.56 (รอยเตอร์)
- Markit รายงาน ผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เบื้องต้นภาคการผลิตของยูโรโซนในเดือนก.พ.56 ลดลงสู่ระดับ 47.8 จาก 47.9 ในเดือนม.ค.56 เช่นเดียวกับดัชนีPMI เบื้องต้นภาคบริการที่หดตัวลงแตะ 47.3 จาก 48.6 ในเดือนก่อนหน้า โดย ผลสำรวจล่าสุดแสดงให้เห็นว่าดัชนี PMI เบื้องต้นทั้งภาคการผลิตและภาคบริการของยูโรโซนต่างก็หดตัวรุนแรงขึ้น (อินโฟเควสท์)

ข่าวบริษัท
- THAI ซ่อนกำไรค่าเงินอื้อ พีอีถูกสุดหุ้นสายการบิน การบินไทยซ่อนกำไรค่าเงินบาท กว่า7 พันล้านบาท หนี้สกุลเงินเยน-รายจ่ายเงินดอลลาร์ลดฮวบ รวมกว่า 7 พันล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้นยังถูก พีอีและ P/B ต่ำสุดในหุ้นสายการบิน คาดแนวโน้มผลประกอบการปีนี้ดีที่สุดโต 3 เท่า
จากปีก่อน กำไร Q1 ก้าวกระโดด (ข่าวหุ้น)
- PTTEP ถือโมซัมบิกเพิ่ม ปีนี้ทุ่มลงทุน1.7แสนล. "ปตท.สผ." ยอมรับสนใจเข้าถือหุ้นในแปลงสัมปทานโมซัมบิกเพิ่ม หลังมีผู้ถือหุ้นบางส่วนอยากขายออก พร้อมทุ่มงบปีนี้ 1.74 แสนล้านบาท เพิ่มปริมาณการผลิต-หาแหล่งปิโตรเลียมใหม่ มั่นใจมอนทาราเดินเครื่องผลิตได้มี.ค.นี้
(ข่าวหุ้น)
- PTTGC ทุ่มงบ4.5พันล.เหรียญดันโตต่อเนื่อง PTTGC ตั้งเป้า EBITDA ใน 5 ปีโต 5-6%ต่อปี มีลุ้นปี 60 โต 15-30% จากปี 56 พร้อมทุ่มงบลงทุน 4.5 พันล้านเหรียญ ในระยะ 5 ปีนี้จ่อลงทุนโครงการในอินโดนีเซีย และจีน คาดได้ข้อสรุปกลางปีนี้ ส่วนที่มาเลเซียเชื่อชัดเจนใน
ไตรมาส 3/56 (ข่าวหุ้น)
- PJW ปันผลหุ้นละ15สต. ปลื้มปี55กำไร200ล้าน ปี56ตั้งเป้าเติบโต25% บอร์ด PJW สั่งจ่ายปันผลหุ้นละ 0.15 บาท หลังผลงานปี 55 โชว์กำไรเพิ่มเป็น 202.7 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น39.6% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 145.2 ล้านบาท เหตุยอดขายทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์สดใส“วิวรรธน์” ตั้งเป้าปีนี้ปั๊มรายได้โตอีก 20-25% รับคำสั่งซื้อที่ยังไหลเข้ามาต่อเนื่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นและชิ้นส่วนยานยนต์ และกลุ่มบรรจุภัณฑ์อาหาร (ข่าวหุ้น)
- JAS ตามนัดกำไร2.1พันล้าน บรอดแบนด์ตัวชูโรง จ่ายปันผล0.09บาท JAS ไม่ทำให้ผิดหวังปี 55 กำไรกว่า 2,100 ล้านบาท ส่วนรายได้ทะลุ 10,000 ล้านบาท ธุรกิจบรอดแบนด์-อินเตอร์เน็ต เป็นตัวชูโรง พร้อมประกาศปันผล 0.09 บาท ขึ้นป้าย XD วันที่ 18 มี.ค.นี้ (ข่าวหุ้น)
- LPN แย้มQ1ยอดขาย2พันล้าน เปิดโครงการใหญ่6พันล้านQ2 "แอลพีเอ็น" แย้มไตรมาส1 คาดรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท พร้อมคาดไตรมาส 2 และ 3 จะโตก้าวกระโดดกว่า 1 หมื่นล้านบาท เหตุโอนโครงการมากขึ้น เตรียมเปิดโครงการใหญ่ย่านรังสิตคลอง 1 มูลค่า 6,000
ล้านบาทในไตรมาส 2/56 (ข่าวหุ้น)
- UAC โชว์กำไร115ล้านโต44% ลั่นปีนี้รายได้เพิ่มอีก30% ปันผลเป็นหุ้น-เงินสด UACโชว์กำไรปี 55 เริ่ด 115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% จากปีก่อน เหตุราคาสินค้าเคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้นและบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงบันทึกกำไรจากบางจากไบโอฟูเอลสูงขึ้น บอร์ดไฟเขียวจ่ายเป็นหุ้นในอัตรา 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล และเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ0.01112 บาทต่อหุ้น ขณะที่ปี 56 ตั้งเป้ารายได้โตอีก 20-30% (ข่าวหุ้น)
- CMO รายได้1.2พันล้าน ใจป้ำปันผล10สตางค์ ปีนี้ลุ้น1.3พันล้านบาท “ซีเอ็มโอ” ตั้งเป้าโกยรายได้ปีนี้ 1.3 พันล้านบาท เดินหน้าบุกตลาด Entertainment ลุยงานทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โชว์แบ็กล็อก 300 ล้านบาท หลังปี 55 รายได้เติบโตกว่า 1.23 พันล้านบาท พร้อม
ปันผลอีก 0.10 บาท/หุ้น (ข่าวหุ้น)
- ILINK ลั่นรายได้ปีนี้โตอีก30% รับอานิสงส์ธุรกิจโทรคมนาคมโตต่อเนื่อง ILINK ตั้งเป้าปี 56 ตั้งเป้าโตอีก 30% จากปี 55 รับธุรกิจโทรคมนาคมโตต่อเนื่อง พร้อมปรับธุรกิจเป็น 3 ส่วนเพื่อความชัดเจนในการรับงาน “อินเตอร์ลิ้งค์ เพาเวอร์ฯ” จ่อประมูลงานปีนี้ 2-3 พันล้านบาท
ส่วน “อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม” ซุ่มเจรจาให้เช่าโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกกับผู้ให้บริการ 3G (ข่าวหุ้น)
- PAE ฮุบงานปตท.สผ.908ล้าน ปีนี้โฟกัสกลุ่มธุรกิจOil&Gas PAE คว้างาน S1 ของปตท.สผ. เฟสแรกมูลค่า 908 ล้านบาท ส่งผลงานในมือพุ่ง 4,000 ล้านบาท บันทึกรายได้ตั้งแต่ไตรมาสแรก เดินหน้าประมูลงานใหม่ต่อเนื่อง เน้นโฟกัสธุรกิจ Oil & Gas เหตุมาร์จิ้นดี ดัน
สัดส่วนรายได้ปีนี้ขยับเพิ่มขึ้น 70% ของรายได้รวม จากเดิมแค่ 10-20% (ข่าวหุ้น)
- ML เดินเกมรุกตลาดภูธรอัพกำไรปีนี้โต ML วางแผนลุยเชิงรุกหวังขยายตลาดลูกค้าภูธรคาดรายได้รวมและกำไรสุทธิปี 2556 เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% มองตลาดรถยนต์มือสองและมือสามฟื้นตัวมากขึ้นหลังหมดแรงกดดันจากนโยบายรถคันแรก พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจจำนำทะเบียนรถยนต์ต่อ หวังโกยมาร์จิ้นเต็มกระเป๋า (ทันหุ้น)
- ESTAR เปิดเกมขายที่ดินพันไร่ ทุนไทย-เทศรุมซื้อ ESTAR จ่อขายที่ดินเพิ่มกว่า 1 พันไร่หรือ 1 พันล้านบาท หลังกลุ่มทุนในประเทศและต่างประเทศสนใจเข้าเสนอซื้อ คาดได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ แย้มนำเม็ดเงินเร่งขยายกิจการเปิดโครงการริม BTS แถมล้างขาดทุนสะสมกว่า 600 ล้าน
บาท ด้าน "รัตนชัย ผาตินาวิน" เร่งเปิดโครงการใหม่มูลค่า 4 พันล้านบาท (ทันหุ้น)
- LALIN หุ้นต่ำบุ๊ก-รายได้โต20% ตั้งเป้ารักษาการเติบโต รายได้เฉลี่ยปีละ 15-20% จากปีนี้ที่คาดทำได้ 2.25 พันล้านบาท พร้อมอัพเป้ายอดขายปีนี้เป็น 2.65 พันล้านบาท มั่นใจอัตรากำไรสุทธิสูงกว่าปีก่อน กางแผนเปิดโครงการใหม่ 8-10 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 4 พันล้านบาท (ทัน
หุ้น)
- NBC ปีนี้ขอรายได้อัพ15% ลั่นพร้อมลุยชิงทีวีดิจิตอล NBC วาดฝันปี 2556 รายได้พุ่งพรวด 15% จากปีก่อนที่ 547.32 ล้านบาท รับอุตสาหกรรมมีเดียขยายตัว พร้อมไฟเขียวขายหุ้นเพิ่มทุน 541.84 ล้านหุ้น ในอัตรา 1 หุ้น เดิมต่อ 2 หุ้นใหม่ ในราคาเสนอขายหุ้นละ 3.00 บาท
หวังนำเงินลุยประมูลไลเซนส์ทีวีดิจิตอลช่วงมีนาคมนี้ เสริมโอกาสโกยเงินเข้ากระเป๋าเพิ่ม (ทันหุ้น)
- TRUBB ออเดอร์จีน-มาเลย์ หนุนยอดขายปี56โต15% TRUBB วางเป้ายอดขายปี 2556 เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% หลังออเดอร์จากลูกค้าหลักทั้งจีน-มาเลเซีย ยังขยายตัวต่อเนื่อง อ้อนรัฐบาลช่วยดูแลราคายางพาราไม่ให้ปรับตัวผันผวนหลังมาตรการแทรกแซงราคายางพาราจะหมดอายุ 31 มีนาคมนี้ มองราคายางพาราที่ระดับ 80-90 บาทต่อกิโลกรัมส่งผลดีต่อทุกคน (ทันหุ้น)
- LHK ยอดขายทุบสถิติ จ่อซื้อกิจการยานยนต์ LHK อวดผลงาน แย้มปี 2555-56 (เม.ย.55-มี.ค.56) รายได้ 2.8 พันล้านบาททะลุเป้า ยอดขายลุ้นสูงสุดในรอบ 4 ปี หลัง 9 เดือนแรก มียอดขายแล้วกว่า 2.02 พันล้านบาท เจรจาซื้อกิจการเพิ่มในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกับ
อุตสาหกรรมยานยนต์-ชิ้นส่วน (ทันหุ้น)

ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม
- กลุ่มยานยนต์: คาดผลิตรถปีนี้2.55ล้านคันลุ้นอันดับ9โลกแซงแคนาดา นายสุรพงษ์ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และค่ายรถยนต์ในไทยตั้งเป้าการผลิตรถยนต์ในปี 56 จำนวน 2.55ล้านคัน เพิ่มจากปีก่อน 3.92% แบ่งเป็นส่งออก 1.1 ล้านคัน และขายในประเทศ 1.45 ล้านคันซึ่งจำนวนดังกล่าวจะเป็นยอดการผลิตรายใหญ่อันดับ 1 ใน 10 ของโลก เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากความต้องการตลาดโลกที่เพิ่มต่อเนื่อง รวมถึงนโยบายรถยนต์คันแรกของรัฐบาลที่ยังไม่สามารถส่งมอบให้แก่ลูกค้าอีก 700,000 คัน ทั้งนี้ในปี 55 ที่ผ่านมาพบว่าจีนยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 1 ของโลก ที่19.2 ล้านคัน รองลงมาเป็น สหรัฐ 10.2 ล้านคัน, ญี่ปุ่น 9.4 ล้านคัน,เยอรมนี 5.69 ล้านคัน, เกาหลี 4.5 ล้านคัน, อินเดีย 4.1 ล้านคัน, บราซิล 3.3 ล้านคัน, เม็กซิโก2.99 ล้านคัน, ไทย 2.45 ล้านคัน และ แคนาดา 2.44 ล้านคัน (เดลินิวส์)

กิจพล ไพรไพศาลกิจ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it +662 696-0057
ปณิธิ จิตรีโภชน์ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0053

โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 22 ก.พ. 2556

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment