|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 16/11/52
Market Recap and Trend: คาด SET เคลื่อนไหวแคบ ซื้อเก็งกำไรหุ้นใหญ่ หลังจากที่ MSCI ได้ปรับน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในวันพฤหัสที่ผ่านมาทำให้เกิดแรงขายหุ้นใหญ่ส่งผลให้ SET ปรับตัวลง 2.7% แต่เกิดการรีบาวด์ขึ้นในระหว่างวันศุกร์เพียงเล็กน้อย (ปิดบวก 0.23%) โดยไม่สามารถผ่านแนวต้านทางเทคนิคที่ 703 จุด และปิดตลาดที่ 698.33 ด้วยมูลค่าการซื้อขายเบาบาง 14,518 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นสุทธิ 676 พันล้านบาท จากการปรับพอร์ตที่ในสัปดาห์ที่แล้วเรามองแนวโน้ม SET ในสัปดาห์นี้เริ่มมีความเสี่ยงทางลงเริ่มจำกัด โดยเชื่อว่าอาจเกิดแรงซื้อกลับในหุ้นพื้นฐานขนาดใหญ่ (Bargain Hunting) เพื่อซื้อเก็งกำไรระยะสั้นโดยเฉพาะหุ้นที่ได้ปรับตัวลงมาก เช่น PTT, PTTEP, KBANK, และ BBL และส่งผลต่อ SET ไปในทางบวก ส่วนการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรเมื่อวานเป็นไปอย่างสงบ ขณะที่ความสัมพันธ์ไทยเขมรยังคงไม่ถึงขั้นรุนแรงจากเดิม และประเด็นการลงทุนในเขตมาบตาพุดล่าสุดศาลฯนัดสรุปไต่สวนอีกครั้งวันที่ 18 พ.ย.นี้ ยังคงเป็นปัจจัยไม่แน่นอนที่อาจกดดันตลาดในช่วงสั้นๆ
Investment Strategy: แนะนำถือหุ้นในสัดส่วน 80% ของพอร์ตต่อเนื่อง...การพักฐานเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นเพิ่ม เนื่องจากเราคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ SET ในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้าเหมือนดิมและคงเป้าหมาย Bottom-Up ที่ 740-800 จุด ทำให้เราแนะนำนักลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน 80% ของพอร์ตต่อเนื่อง โดยเรามองการพักฐานของ SET เป็นโอกาสในการเข้าสะสมหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่อย่างกลุ่มพลังงาน (PTTEP, PTT, PTTAR, TOP, IRPC, BANPU ปรับมูลค่าพื้นฐานขึ้นเป็น 582 บาท จากปริมาณการผลิตถ่านหินที่เพิ่มสูงขึ้น) กลุ่มธนาคาร (BBL, TCAP, SCIB, KBANK, SCB, TISCO) วัสดุก่อสร้าง (SCC, DCC) อสังหาฯ (QH,AP, LPN, LH, PS, STEC) ชิ้นส่วนยานยนต์ (SAT, STANLY) เดินเรือ (TTA) และบันเทิง (BEC, MCOT – BEC ตกลงจ่ายผลประโยชน์ 405 ล้านบาทให้ MCOT และ 2 พันล้านบาท ในสัญญาสัมปทานเดิม ช่วง 10 ปี, MAJOR) ขณะที่กลุ่มพาณิชย์ CPALL ประกาศผลการดำเนินงาน 3Q09 ขยายตัวสูงถึง 68% YoY ดีกว่าที่ตลาดและเราคาดไว้มาก โดยมีโอกาสถูกปรับ ประมาณการกำไร และมูลค่าพื้นฐาน แนะนำ ซื้อ
Top Picks PTT PTTEP BANPU TOP PTTAR BBL KBANK SCB KTB TISCO DCC SCC LH QH AP PS SPALI KSL CPF TUF CPALL KH AOT GLOW STANLY TTA
Futures Strategy: ยังแนะนำ Wait & See รอยืนยันทิศทางตลาดไปก่อน AUTO: CPF และ PS มี Sentiment แข็งแกร่งที่สุดต่อเนื่อง
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดเพิ่มขึ้น ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.72% เช่นเดียวกับดัชนี S&P500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.57% โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มผู้บริโภค หลังการเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาดของวอลท์ ดิสนีย์ และอาเบอร์ครอมบี แอนด์ ฟิทช์ ประกอบ กับเจซี เพนนีย์เปิดเผยว่า ผลกำไรในไตรมาสนี้อาจดีเกินคาด โดยหุ้นเจซีเพนนีย์พุ่งขึ้น 6.2% และหุ้นอาเบอร์ครอมบี แอนด์ ฟิทช์ทะยานขึ้น 10.7% นอกจากนี้หุ้นกลุ่มconsumer discretionary พุ่งขึ้น 1.6% แม้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนพ.ย.ของรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนท่ามกลางการคาดการณ์เชิงลบต่อการจ้างงานและรายได้ ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดลดลง ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. ปิดลดลง 0.59 ดอลลาร์ หรือ 0.77% เป็น 76.35 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องอุปสงค์ ทั้งนี้นักวิเคราะห์ระบุ สต็อกน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรลสะท้อนความจริงที่ว่าอุปสงค์ยังคงชะลอตัวในขณะที่ซีกโลกเหนือกำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาว ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจะยังคงจำกัดความต้องการเชื้อเพลิง ดอลลาร์อ่อนค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างๆ ดอลลาร์ร่วงลง โดยได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ว่ายอดขาดดุลการค้าของสหรัฐสูงสุดในรอบกว่า 10 ปีในเดือนก.ย.นั้น สร้างความวิตกให้นักลงทุน และข้อมูลแนวโน้มการจ้างงานที่ย่ำแย่ก็ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนในเดือนพ.ย. ซึ่งหนุนการคาดการณ์ที่ว่าอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐจะยังคงอยู่ใกล้ระดับ 0% ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 157 จุด อยู่ที่ 4,111 จุด เริ่มกลับมาสต็อกวัตถุดิบตามฤดูกาล จะผลักดันให้ค่าระวางเรือมีทิศทางขาขึ้นอีกครั้งหนึ่งไปจนถึงปลายปีนี้
|
Comments