Error
รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง
Print
Wednesday, 05 June 2013 09:31



สรุปภาพตลาด

Sideways up  
          รายวัน คาดดัชนีฯ Sideways up รับ 1,544/1,540 จุด ต้าน 1,566 จุด การรีบาวด์ทางเทคนิค รอบนี้มองเป้าหมาย บริเวณ 1,580/1,590 จุด                    
          เล่นรอบระยะเดือน คงคำแนะนำ ซื้อตั้งแต่โซน 1,540/1,535 จุดลงมา Timing คาด Bottom out ได้ภายในครึ่งแรกของ เดือน มิย. และแกว่งตัว Sideways ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวปลายเดือนนี้ไปถึงเดือน กค. (กรณีแย่กว่าคาด (Worse case) ให้น้ำหนักเกิด 30% คาด Bottom แถว 1,480 จุด อิง 10% ของการปรับฐานในแต่ละรอบ Implied PE ปี 2013-14F จะลงเหลือ 14-12 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี)                     
          หุ้นเด่น SCB KBANK (ราคาหุ้นเริ่มยืน คาดข่าวร้ายสะท้อนไปในราคาหุ้นแล้ว ทั้งลดดอกเบี้ย, มูดี้สจะหั่นเครดิต, ตั้งสำรองเพิ่ม, โบรกต่างชาติ Downgrade) ดูชื่อหุ้นที่ถูก Short sell สูง และ Oversold ในตารางหน้า 2 คาดมีโอกาสรีบาวด์ดีกว่าตลาดแนะนำ ADVANC KBANK SCB  

ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดฯ 
          (+) คาดดอลล์สหรัฐฯอ่อนค่าช่วงนี้ จากแรงซื้อคืนที่ลดลง และจากการเก็งกำไร จีนปล่อยหยวนแข็งค่าจากการปรับกรอบการเคลื่อนไหวค่าเงิน ในช่วงที่ ปธน.จีน พบ ปธน.สหรัฐฯ สัปดาห์หน้า (คาดหนุนต่อตลาดหุ้นโลกและสินทรัพย์เสี่ยง รีบาวด์)
          (+) ครม.เห็นชอบให้มีการปรับปรุง 1) การพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐฯ (e-Government) ประกอบด้วย งานโครงข่าย, ข้อมูล และ คลาวด์ภาครัฐฯ 2) เร่งพัฒนาระบบอินเตอร์เน็ต รองรับ IPv6 แทน IPv4 เป็นวาระแห่งชาติ เริ่มปี 56-58 (หุ้นที่เกี่ยวข้อง JAS ILINK CSL INET)
          (+) ประธานเฟดแถลงรายงาน Beige book วันนี้ คาดเฟดแถลงการณ์เรียกความเชื่อมั่นตลาด กลับคืน
          (+) รมว.พลังงานนัดคุยผู้ค่าน้ำมัน ศุกร์นี้ หารือเพิ่มสำรองน้ำมันอีก 1% (หุ้นที่มีคลังสำรองน้ำมันให้เช่าได้ประโยชน์ AI IRPC SUSCO) 
          (+/-) ตัวเลขเศรษฐกิจ พุธ EU GDP 1Q13 2nd -0.2% q-q EU PMI Composite 47.7 (ไม่เปลี่ยนแปลง) ศุกร์ US อัตราการว่างงานคาด 7.5% คงที่ และ ญี่ปุ่น Economic coincident เพิ่มเป็น 94.9 (จาก 93.8) 
          (*) ผลกระทบจากการยุติโครงการ QE ในเดือน กย.นี้ คาดกระทบหุ้นไทยจำกัด 1. ตั้งแต่ มค.2011 เงินต่างชาติไหลเข้าอินเดีย 16.4%ของMarket cap อินโดฯ 6.5% เกาหลีใต้ 0.5% มาเลเซีย 8.8% ฟิลิปปินส์ +19.2% ไทย 0.8% และไต้หวัน -0.7% 2. ผลกระทบช่วงที่ US Tightening ปี 1994, 1999 และตอนที่ QE2 หยุดซื้อ หุ้นไทย -2.7% ลงน้อยกว่าหุ้นเพื่อนบ้าน Asian -6%, Asia -5% 3. การยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ 1994-2012 หุ้นภูมิภาคลงไม่เกิน 10% 4. ไทยมีการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ขณะที่ประเทศอื่นในภูมิภาคไม่มี

Investment theme:
          (+/-) คาด CENTEL GLOBAL CK มีลุ้นเข้า SET50 และหุ้นหลุด TISCO SPALI ESSO ส่วน SET100 ลุ้นติดโผ DEMCO SRICHA KCE RS UV WHA MDX MBK SITHAI UMI   

วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด         

ธปท.เตือนรับมือค่าเงินบาทผันผวน
          นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่าเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาเงินทุนต่างประเทศเริ่มไหลออกสุทธิจากประเทศไทยโดยไหลออกทั้งจากตลาดหุ้น และตลาดพันธบัตร โดยมีเหตุผล 3 เรื่องคือนักลงทุนต่างประเทศเริ่มหวั่นไหวกับแนวทางการออกมาตรการดูแลเงินทุนไหลเข้าของไทย ซึ่งมีความชัดเจนมากขึ้นหลังจากที่มีการแก้ไขประกาศกระทรวงการคลัง แต่เรื่องที่สำคัญกว่ามาจากตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) จะเริ่มลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE) เร็วกว่าที่คาด ขณะที่อีกประเด็นหนึ่งซึ่งตลาดกังวลคือ เศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวชัดเจนโดยคาดว่าไตรมาสต่อๆไป เศรษฐกิจจีนอาจจะโตน้อยลงกว่า 7.7% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวในไตรมาสแรก ซึ่งเมื่อจีนชะลอตัวก็จะกระทบต่อการส่งออก และเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคไปด้วย (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

งดส่งออกแก้ลำไข่แพง ดึง 3 ค่ายมือถือร่วมให้ข้อมูลราคาสินค้า
          นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายไข่ไก่และผลิตภัณฑ์(เอ้กบอร์ด) วันที่ 5 มิ.ย.นี้ กระทรวงพาณิชย์จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาชะลอส่งออกไข่ไก่ไปต่างประเทศทั้งหมด เพื่อนำกลับมาบริโภคภายในประเทศในช่วงที่ไข่ไก่ยังมีราคาแพง ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาผลผลิตไข่ไก่ตึงตัวได้ในระดับหนึ่ง โดยปริมาณไข่ไก่ที่ส่งออกจะมีถึงประมาณ 1 ล้านฟอง/วัน ส่วนระยะเวลาชะลอคงไม่นาน เพราะเชื่อว่าผลผลิตไข่ไก่ออกสู่ตลาดในปริมาณปกติในเดือน มิ.ย.-ก.ค.นี้พร้อมกันนี้ จะให้กรมการค้าภายในตรวจสอบราคาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่ที่ปรับขึ้นอีกตัวละ 50 บาทว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร แต่ยืนยันว่า กระทรวงจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งผู้ผลิตพ่อแม่พันธุ์ ผู้บริโภคและเกษตรกร (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

สศช.แนะคลังวางแผนบริหารหนี้ แนวโน้มทะยานขึ้นรัฐบาลกู้ก้อนใหญ่ห้ามกระทบเพดาน
          สศช.ห่วงหนี้สาธารณะพุ่งจากการกู้เงินลงทุนน้ำ-ขนส่ง ขณะที่อคส. ดึงเงินขายข้าวใช้หนี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากกระทรวงการคลังรายงานสถานะหนี้สาธารณะของประเทศสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. ที่มี 5.121 ล้านล้านบาท หรือ 44.16% ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจว่า แม้หนี้สาธารณะยังอยู่ในกรอบวินัยการคลัง แต่หนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการกู้เงินของรัฐบาล ดังนั้นกระทรวงการคลังควรเตรียมการบริหารจัดการหนี้เพื่อรองรับการกู้เงินของรัฐบาลในโครงการน้ำและโครงสร้างพื้นฐานประเทศด้วย (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)

เอกชนหวั่นพิษมูดี้ส์ดึงต้นทุนการกู้เพิ่ม
          หวั่น "มูดี้ส์" ปรับลดเครดิตประเทศ กระทบเอกชนมีต้นทุนเพิ่ม นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า หากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส จะลดเครดิตประเทศลงมาจากปัจจุบันอยู่ที่ Baa1 จะกระทบต่อการระดมทุนฝั่งเอกชนทั้งหมด ทำให้เอกชนมีต้นทุนการเงินสูงขึ้นเมื่อต้องการระดมทุนจากต่างประเทศเพราะคงไม่มีเรตติ้งบริษัทรายใดจะสูงกว่าเรตติ้งของรัฐบาลได้อีก จึงเท่ากับว่าเรตติ้งเอกชนก็จะถูกปรับลดลงตาม (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)

ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ Tel. (662) 618-1330-1

รายงานวันนี้         

หุ้น: MINT          คำแนะนำ: ซื้อ          ราคาเป้าหมาย (บาท): 32.00
          ยืนยันมั่นเหมาะกำไรปีนี้ทำสถิติสูงสุดใหม่ พร้อมตั้งเป้าหมายกำไรเติบโตปีละ 15-20% ตลอดห้าปีข้างหน้า โดยเน้นการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมต่อเนื่อง
          ธุรกิจอาหารตั้งเป้ายอดขายเติบโต 12-15% ต่อปีสำหรับ 5 ปีข้างหน้า
          ยอดขายที่อยู่อาศัย (อสังหาฯ) หนุนโดยธุรกิจ timeshare (Anantara Vacation Club, AVC) และโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขาย
          ยอดขายของ AVC เติบโตก้าวกระโดดจาก 18 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2554 เป็น 50 ล้านเหรียญในปี 2555 และตั้งเป้าเติบโตเป็น 80 ล้านเหรียญในปี 2556

นักวิเคราะห์: นฤมล เอกสมุทร

          หมายเหตุ: รายงานดังกล่าวเป็นเพียงเนื้อหาโดยสรุป สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม

Technical Analysis         

          Security: ADVANC
          Position: ซื้อ
          เป้าหมาย : 282/285
          Stop loss: < 272
          Reason: ราคาหุ้นส่งสัญญาณฟื้นตัวขึ้นจากฐานบริเวณ 260 ปัจจุบันพบสัญญาณดีดตัวขึ้นบนเส้นค่าเฉลี่ยระยะ50  วัน สอดคล้องวอลุ่มที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ          

          Security: INTUCH
          Position: ซื้อ
          เป้าหมาย : 94/96
          Stop loss: <90
          Reason: ราคาหุ้นส่งสัญญาณฟื้นตัวภายหลังจากปรับตัวลงมาแล้วทั้งสิ้น 10% จากจุดสูงสุด มองสัญญาณกลับตัวเกิดขึ้นได้ก่อนตลาด ขณะที่ปิดรูปแบบ Bullish Engulfing           

          Security: KBANK
          Position: ซื้อ
          เป้าหมาย : 206/210
          Stop loss: < 198
          Reason: รูปแบบในอดีตบ่งชี้ว่าแนวรับสำคัญจะอยู่บริเวณ 190-195 หรือตรงกับเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ขณะที่ราคาหุ้นปิดบวกและส่งสัญญาณขึ้นได้ดีกว่ากลุ่ม

          Security: SCB
          Position: ซื้อ
          เป้าหมาย : 180/183
          Stop loss: < 173
          Reason: มองสัญญาณเกิดขึ้นได้พร้อมกับตลาด ขณะที่ราคาปิดฟื้นตัวบนแนวรับสำคัญที่ 170 ตามคาด มองเป้าหมายปรับขึ้นไปที่บริเวณ 180-183          

          Security: SIRI
          Position: ซื้อ
          เป้าหมาย : 4.2/4.3
          Stop loss: < 3.9
          Reason: ระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวลงทดสอบแนวรับเดิม 3.8-3.9 และเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว คาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นได้พร้อมกับตลาด          

          Security: PS
          Position: ซื้อ
          เป้าหมาย : 29.5/31
          Stop loss: < 25.5
          Reason: เราคาดว่าหุ้นจะฟื้นตัวเมื่อทดสอลแนวรับสำคัญ 25 บ.คล้ายรูปแบบในอดีต ขณะที่วอลุ่มเพิ่มสูงขึ้นขึ้นโดดเด่นเมื่อเทียบกับกลุ่ม

          โดย บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ประจำวันที่ 5 มิ.ย. 2556


Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment