Error
Daily View - บล.กสิกรไทย
Print
Friday, 12 July 2013 10:46

อีกครั้ง (แล้ว) ที่การไม่เสี่ยงในจุดเสี่ยง ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

 

          แนวโน้มตลาด: หุ้นยุโรปปิดบวก และสหรัฐฯ ปรับขึ้นทดสอบใกล้จุสูงสุดเดิม โดยดัชนี Nasdaq สามารถทำจุดสูงสุดใหม่เหนือ พ.ค.56ได้ ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น 16,000 ราย สู่ระดับ 360,000 ราย ตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง กลายเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนเกมส์ที่แท้จริงเกิดขึ้นในคืนก่อนหน้า เนื้อหาในรายงานการประชุมของเฟด ที่ต้องการให้ตลาดแรงงานพัฒนาขึ้นมากกว่านี้ก่อนมีการชะลอ QE ทำให้ตลาดมองข้ามผลการประชุมปลายก.ค. และซื้อเวลาจากความกังวล QE ไปได้จนใกล้การประชุมครั้งหน้าในเดือน ก.ย. ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงส่วนใหญ่ปรับขึ้น ภาวะการไหลออกของเงินทุนจากตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market: EM) จึงเกิดการกลับทาง ซึ่งมีโอกาสทำให้ EM หรือ TIP market มีโอกาสกลับมา Outperform ตลาดโลกได้ในช่วงนี้ ผู้ที่เข้าซื้อตามที่แนะนำเอาไว้ในระดับ 1400-1420 หรือต่ำกว่า จึงควรอดทนในการถือ/ขาย (หากจะขายให้ทยอยแบ่ง) เพื่อลุ้นโอกาสทดสอบเป้าใหญ่ของรอบที่ 1490-1520 จุด อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นมาแรงของหุ้นไทยถึง 4% ในวันเดียวทำให้การปรับขึ้นต่อในระดับ 1460+/- อาจเสี่ยงต่อแรงขายทำกำไรระยะสั้นบ้าง กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเชิงบวก ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ (KCE HANA CCET SVI DELTA) อาหาร (TUF GFPT CPF MALEE) และปิโตรเคมีปลายน้ำ (IVL AJ PTL) ซึ่งหุ้นส่วนใหญ่แย่มานานมานาน / ธนาคารและอสังหาริมทรัพย์ยังน่าสนใจมากในเชิงของ Valuation ในขณะที่หุ้นที่เด่นมาระยะหนึ่งในช่วงก่อนหน้าอย่างโภคภัณฑ์และสื่อสาร อาจเริ่มโดดเด่นน้อยลง หุ้นที่ผลประกอบการ 2Q56 ดี อาทิ KTB TCAP MAJOR หุ้นปันผลระหว่างกาลที่น่าสนใจ TICON PTT PTTGC KTB MC

          กลยุทธ์การลงทุน: อาจเจอแกว่งระหว่างทางแต่ลุ้นขึ้นทดสอบ 1490-1520ธนาคารพาณิชย์ ส่วนใหญ่น่าจะรายงานผลประกอบการภายใน 17 ก.ค.ด้วยราคาที่ถูกมาก ทำให้หากรายงานผลประกอบการออกมาดี จะมีโอกาสถูกผลักดันต่อ สัปดาห์หน้าจีนประกาศ GDP 2Q56 (15 ก.ค.)ซึ่งมีโอกาสอ่อนแอและอาจกระทบหุ้นโภคภัณฑ์ได้ (ช่วงสั้นควรชะลอการเก็งกำไรกลุ่มนี้และรอซื้ออ่อนตัวสัปดาห์หน้า) โดยรวมเน้นเก็งกำไรหุ้นที่ปรับลงมามากและไม่เกี่ยวกับการบริโภคโดยตรง หรือเลือกหุ้นที่มีปันผลระหว่างกาล หุ้นแนะนำ KK TICON SPCG

          สำหรับนักลงทุนระยะกลาง: คงน้ำหนักการลงทุนที่ 60% หลังลดไป 20% ใน 2 ครั้ง (22 ก.พ. และ 20 มี.ค.) จากที่วางแผนจะปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้น เราขอชะลอเพื่อประเมินภาพความผันผวนที่เกิดขึ้นจากการที่นักลงทุนให้พรีเมียมกับการลงทุนลดลง (de-rating) ก่อนปรับน้ำหนักการลงทุนอีกครั้ง (หุ้นสะสมระยะกลาง KTB SAT TNH SMK PTTGC AP)

 

หุ้นแนะนำวันนี้

          - KK (ปิด 51.50 เป้าระยะสั้น 54-55 ขายเมื่อหลุด 48.50) ราคาปัจจุบันคิดเป็น PER 9.3x และ 9.2x และให้ผลตอบแทนปันผล5.4%และ5.6% และมีการจ่ายปันผลระหว่างกาล + มีโอกาสรายงานกำไร 2Q56 ดีจากธุรกิจหลักทรัพย์ (ดีล BTS)

          - TICON (ปิด 18.10 เป้าระยะสั้น 19.00-20.00 ขายเมื่อหลุด 16.80) บริษัทยืนยันการออก REIT โดยจะยื่นไฟลิ่ง ก.คและขาย4Q56 + การถูกปรับออกจาก SET100 ไม่กระทบพื้นฐานและเป็นโอกาสซื้อ +ราคาปัจจุบันซื้อขายที่เพียง 8.7x และ 7.2x PER 56-57 และให้ปันผล 8.7% และ 10.5% (มีจ่ายระหว่างกาล)

          - SPCG (ปิด 23.00 เป้าระยะสั้น 24.00-26.00 ขายเมื่อหลุด 21.50) กำไรเข้าสู่ช่วงขาขึ้นจากการรับรู้การขายไฟจากเพียง 9โรง ณ สิ้นปี เป็น16, 28 และ 34 ในระหว่างไตรมาส1-3Q56 + กำไรจะเดินหน้าจากระดับไตรมาสละ 10-15 ล้านบาทในช่วง 1Q-4Q55 สู่ ใกล้200 ล้านบาท ก่อนสิ้นปี 56 + เตรียมออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ก.ค.-ส.ค.นี้

 

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

          - 12 ก.ค. EU: Euro-Zone Industrial Production

          - 12 ก.ค. US: Producer Price Index

          - 12 ก.ค. US: Consumer Sentiment

          - 15-19 ก.ค. Thailand: สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

          - 15 ก.ค. China: GDP - 2Q13

          - 15 ก.ค. China: Industrial Production

          - 15 ก.ค. China: Retail Sales

          - 15 ก.ค. US: Retail Sales

          - 15 ก.ค. US: Empire State Mfg Survey

          - 16 ก.ค. EU: CPI

          - 16 ก.ค. EU: Trade Balance

          - 16 ก.ค. EU: ZEW Survey (Econ. Sentiment)

          - 16 ก.ค. US: Consumer Price Index  

          - 16 ก.ค. US: Industrial Production

          - 17 ก.ค. US(Event): Fed's Bernanke Delivers Semi-Annual Policy Report to House 

          - 17 ก.ค. US: Housing Starts

          - 17 ก.ค. US: Beige Book

          - 18-19 ก.ค. Thailand: ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จ.พระนครศรีอยุธยา

          - 18 ก.ค. US(Event): Fed's Bernanke Delivers Semi-Annual Policy Report to Senate

          - 18 ก.ค. US: Jobless Claims

          - 18 ก.ค. US: Philadelphia Fed Survey

          - 19 ก.ค. Thailand: ธปท.เตรียมปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยปี 56 ลงต่ำกว่า 5.0%

          - 19 ก.ค. Thailand: ธปท.รายงานนโยบายการเงิน (รายงานแนวโน้มเงินเฟ้อ)

          - 22-26 ก.ค. Thailand: กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออกของไทย

          - 22-26 ก.ค. Thailand: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง

          - 22 ก.ค. US: Existing Home Sales

          - 23 ก.ค. EU: Euro-Zone Consumer Confidence (ตัวเลขเบื้องต้นเดือนก.ค.)

          - 24 ก.ค. China: HSBC Flash Manufacturing PMI

          - 24 ก.ค. EU: PMI Composite (ตัวเลขเบื้องต้นเดือนก.ค.)

          - 24 ก.ค. US: New Home Sales

          - 25 ก.ค. US: Durable Goods Orders

          - 25 ก.ค. US: Jobless Claims

          - 26 ก.ค. US: Consumer Sentiment

          - 26 ก.ค. Thailand: สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)แถลงดัชนีอุตสาหกรรมประจำเดือน

          - 30 ก.ค. Thailand: แกนนำกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) นัดชุมนุมหน้าสภา

          - 31 ก.ค. Thailand: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน

 

บทวิเคราะห์วันนี้

          - ASK (ซื้อ ปิด 18.30, พื้นฐาน 28.00 +53.0%) ช้าแต่ชัวร์ เราเริ่มต้นออกบทวิเคราะห์หุ้น ASK ด้วยคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาพื้นฐาน 28 บาท (ราคาปัจจุบันซื้อขาย 2556 PER 9.7x และ PBV 1.7x) เราชอบหุ้นตัวนี้ด้วยการที่ ASK มี ผลิตภัณฑ์เช่าซื้อรถยนต์เกือบทุกประเภท โดย ASK เน้นไปที่รถยนต์เชิงพาณิชย์ ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงกว่ารถยนต์ส่วนบุคคล ดังนั้นเราคาดว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อโดยรวมยังคงสดใส ในขณะที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับบริษัทเช่าซื้ออื่นๆที่ไม่ใช่ธนาคารโดยคาดว่าสินเชื่อ และ กำไร จะเติบโตได้ในระดับเลข 2 หลัก ในอีก 3 ปีข้างหน้า รวมทั้งมีระดับเงินปันผลค่อนข้างน่าสนใจที่ 5.4%จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนคำแนะนำซื้อของเรา

          - ASK ถือเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเช่าซื้อรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ซึ่งมีทั้ง รถบรรทุก รถตู้ และรถแท็กซี่ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 66% โดย ASK มีแผนว่าจะเน้นไปที่ตลาดเช่าซื้อประเภทนี้เป็นหลัก โดยเฉพาะรถบรรทุก ที่มีการแข่งขันต่ำกว่าและให้ผลตอบแทนดีกว่ากลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคล โดยเรามองว่าอุตสาหกรรมของรถยนต์เชิงพาณิชย์ยังมีแนวโน้มเติบโตดีในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ตามการขยายการลงทุนในโครงการทั้งจากภาครัฐ และภาคเอกชน  รวมถึงการเปิดตลาด AEC ในปี 2558 ดังนั้นเราคาดว่าเงินให้สินเชื่อของ ASK จะเติบโตโดยเฉลี่ย 16.9% ในอีก 3 ปีข้างหน้า

          - ในขณะที่ NIM ของ ASK คาดว่ายังคงอยู่ในระดับสูงที่ 5.1% เนื่องจาก มีดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อเฉลี่ยสูงถึง 8-9% ต่อปี ขณะที่ ASK มีทางเลือกในการจัดหาเงินทุนที่หลากหลาย เพื่อที่ให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนเงินทุนได้เหมาะสม นอกจากนี้ ASK ยังสามารถรักษาระดับคุณภาพหนี้ได้ยอดเยี่ยม เมื่อดูจาก NPL ratio ต่ำที่สุดในกลุ่มเช่าซื้อด้วยกันประมาณ 0.8% โดยเราคาดว่า ASK จะรักษาระดับ NPL ratio ให้อยู่ในระดับต่ำแบบนี้ต่อไปข้างหน้า จากการที่พนักงานมีประสบการณ์ยาวนาน และมีความชำนาญในการประเมิน และติดตามลูกหนี้ ดังนั้นในภาพรวมเรามองว่าผลประกอบการจะออกมาดีต่อเนื่องทั้งในแง่การเติบโตของธุรกิจ และความสามารถในการทำกำไร โดยเราคาดว่ากำไรสุทธิในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเติบโตโดยเฉลี่ย 22.1% และROE จะสูงขึ้นไปถึงระดับ 20% ภายในปี 2558

          - TISCO (ซื้อ ปิด 42.25, พื้นฐาน  58.50 +38.5%) เมื่อวานนี้ TISCO ประกาศกำไรสุทธิออกมาที่ 1,159 ล้านบาท (EPS 1.52 บาท) เพิ่มขึ้น 26% YoY แต่ทรงตัว QoQ ซึ่งผลประกอบการค่อนข้างสอดคล้องกับที่ตลาดคาด แต่ต่ำกว่าที่เราประมาณการไว้  6% เนื่องจากเงินสำรองที่สูงกว่าที่เราคาดไว้ จาก NPL ที่เพิ่มขึ้นจากสินเชื่อรถมือสอง (เพิ่มขึ้น 20% QoQ) โดยเบื้องต้นเรายังคงประมาณการกำไรทั้งปีที่  4,668  ล้านบาท แต่อาจจะมีการปรับประมาณการอีกครั้ง หลังจากได้ไปอัพเดตจากผู้บริหารเพิ่มเติม ดังนั้นเรายังคงคำแนะนำซื้อ ที่ราคาพื้นฐาน  58.50 บาท

          - เงินให้สินเชื่อเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 34% YoY และ 5% QoQ ซึ่งมากว่าที่เราประมาณการทั้งปีที่ 19.4% ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตในกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ (65% ของสินเชื่อ) รวมถึงสินเชื่อรายใหญ่ และ SME ก็ยังเติบโตดี สำหรับ NIM ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 2.81% ซึ่งดีกว่าที่เราประมาณการไว้ที่ 2.75%

          - รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตต่ำกว่าที่เราคาด (เพิ่มขึ้น 18% YoY แต่ลดลง 15% QoQ ซึ่งการที่ลดลงจากไตรมาสที่แล้วเนื่องจาก รายได้ค่าธรรมเนียมธนาคาร รายได้ธุรกิจ broker และ กองทุนรวม ลดลงมากว่าที่เราคาดไว้ อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ TISCO ก็ลดลงจากไตรมาสที่แล้วเช่นกัน ทำให้ Cost-to-income ratio ลดลงเล็กน้อยในไตรมาสนี้

          - กลุ่มผู้ประกอบการที่อยู่อาศัย โครงการเปิดตัวใหม่เดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 31%YoY  บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส รายงานตัวเลขเปิดตัวโครงการใหม่เดือนมิ.ย.ที่ 11,866 หน่วย เพิ่มขึ้น 31%YoY และ 66%MoM หลักๆ 73% มาจากคอนโดมิเนียม 12% มาจากทาวน์เฮ้าส์และ 10% มาจากบ้านเดี่ยว ขณะที่มูลค่าเปิดตัวเดือนล่าสุดอยู่ที่ 36.4 พันลบ. เพิ่มขึ้น 94%YoY และ 71%MoM ส่งผลให้ตัวเลขเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วง 6M56 ที่ 56,173 หน่วย เพิ่มขึ้น 24%YoY ซึ่งคิดเป็น 44% ของประมาณการทั้งปีของเราที่ 128 พันหน่วย ขณะที่มูลค่าอยู่ที่ 156 พันลบ. เพิ่มขึ้น 29%YoY

          - สำหรับตัวเลขเฉพาะในเดือนม.ย.พบว่ายอด take-up rate แสดงพัฒนการในเชิงบวก โดยเพิ่มขึ้นเป็น 49% จาก 36% ในเดือนก่อน คอนโดมิเนียมมี taek-up rate สูงสุดที่ 62% ตามด้วยทาวน์เฮ้าส์ 18% และบ้านเดี่ยวที่ 4% โดยในช่วง 6M56 ค่าเฉลี่ยรายเดือนสำหรับ take-up rate เพิ่มขึ้นเป็น 37% จาก 33% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับราคาขายเฉลี่ยก็เพิ่มขึ้น 3%MoM เป็น 3.07 ลบ.ในเดือนมิ.ย.ตามการเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามเราคาดว่าราคาเฉลี่ยต่อหน่วยจะลดลงในช่วงที่เหลือของปีเนื่องจากผู้ประกอบการรายใหม่มีแผนเปิดตัวโครงการคอนโดมเนียมระดับกลางถึงล่างจำนวนมากใน 256 ทั้งนี้ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีสัดส่วนการเปิดตัวโครงการใหม่ถึง 75% ในเดือนมิ.ย.เทียบกับเพียง 58% ในเดือนก่อนโดยเราคาดว่าตัวเลขนี้ทั้งปีจะอยู่ที่ 70%

          - หลังการปรับลดของราคาหุ้นกลุ่มผู้ประกอบการที่อยู่อาศัยอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้นมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจลงทุนมาก กอรปกับแนวโน้มยอดขายและรายได้รวมถึงกำไรใน 2H56 ที่เป็นในเชิงบวกชัดเจน ขณะที่โอกาสประสบปัญหาด้านอุปทานส่วนเกินเป็นไปได้น้อย เราจึงยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในกลุ่มในปัจจุบัน โดยเรายังคงเลือก PS และ QH เป็น top pick

 

สรุปภาวะตลาด

          - DJIA ปิด 15,460.92 จุด +169.26 จุด (+1.11%) S&P500 ปิด 1,675.02 จุด +22.40 จุด (+1.36%) Nasdaq ปิด 3,578.30จุด +57.55 จุด (+1.63%) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับถ้อยแถลงของเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ระบุว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสหรัฐ

          - NYMEX ส่งมอบ ส.ค. อยู่ที่ USD104.91/bbl -1.61(-1.51%) สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบ ส.ค. อยู่ที่ USD1,279.9/ounce +32.5(+2.61%) สัญญาราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น หลังจากสหรัฐรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสัปดาห์ที่แล้วปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ขณะที่สัญญาทองคำปิดบวกตามการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้เป็นการปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 4 และแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์

 

สรุปข่าวประจำวัน

 

ต่างประเทศ

          - กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 6 ก.ค.เพิ่มขึ้น 16,000 ราย สู่ 360,000 ราย จาก 344,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้า นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะลดลงสู่ 340,000 ราย (รอยเตอร์)

          - กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยยอดเกินดุลงบประมาณสูงเกินคาดที่ ระดับ 1.17 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า สหรัฐจะมียอดเกินดุลงบประมาณที่ 3.95 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. หลัง  จากขาดดุลงบประมาณ 1.390 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค. (รอยเตอร์)

          - กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานตัวเลข ราคานำเข้าลดลง 0.2% และราคาส่งออกลดลง 0.1% ในเดือนมิ.ย. นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า ราคานำเข้าจะทรงตัวในเดือนมิ.ย.หลังจากลดลง 0.6% ในเดือนพ.ค. ขณะที่ราคาส่งออกจะลดลง 0.1% ในเดือนมิ.ย. หลังจากลดลง 0.5% ในเดือนพ.ค. (รอยเตอร์)

 

ข่าวบริษัท

          - กรุงไทยใส่เงินอุ้มสหฟาร์ม แบงก์เจ้าหนี้พร้อมดูแลการันตีสิงหาฯเสร็จ ส่งจนท.ดูแลเงิน-เจ้าของเดิมเป็นผู้รับจ้าง แบงก์กรุงไทยต่อลมหายใจสหฟาร์ม ใส่เงินกู้ก้อนใหม่เร่งด่วนไม่ให้กระทบเศรษฐกิจ เสร็จไม่เกิน ส.ค. นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้หารือร่วมกับเจ้าของบริษัท สหฟาร์ม ผู้ผลิตและส่งออกไก่รายใหญ่ของไทย เพื่อหาทางออกธุรกิจร่วมกัน โดยได้ข้อสรุปว่า ผู้บริหารบริษัทยินยอมให้ธนาคารในฐานะที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่เข้าไปควบคุมระบบการเงินทั้งหมด ธนาคารจึงได้ว่าจ้างบริษัทเอินส์ท แอนด์ ยัง สำนักงานตรวจสอบบัญชีเข้าไปตรวจฐานะการเงินและตรวจสอบบัญชีใหม่ (โพสต์ทูเดย์)

          - แกรมมี่หนี POST 'ศุภกรณ์'ยืนยันโครงสร้างคงเดิม บิ๊กล็อตหุ้นโพสต์โผล่อีก 75 ล้านหุ้น ราคา 8.25 บาท มูลค่า 618.75 ล้านบาท โครงสร้างผู้ถือหุ้นไม่เปลี่ยน รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์ฯเปิดเผยว่า ในการซื้อขายหุ้นเมื่อวันที่ 11 ก.ค. มีรายการซื้อขายในกระดานขนาดใหญ่ (บิ๊กล็อต) เกิดขึ้นรวมทั้งหมด 17 หลักทรัพย์ ซึ่งพบว่าหุ้นของ บริษัท โพสต์พับลิชชิง (POST) มีมูลค่าการซื้อขายบิ๊กล็อตมากที่สุด คือ 618.75 ล้านบาท หรือมีรายการซื้อขายจำนวน 75 ล้านหุ้น ที่ราคา 8.25 บาทต่อหุ้น (โพสต์ทูเดย์)

          - ซีดาร์ขายอินทัชใกล้หมดพอร์ตครึ่งปีแรกรับเงิน5.2หมื่นล้าน สำรวจครึ่งปีแรก "ซีดาร์ โฮลดิ้งส์" ทยอยลด สัดส่วนถือครองอินทัช รวม 650 ล้านหุ้น คิดเป็น 20.29% ล่าสุดเหลือการถือครอง 3.35% และได้รับเงิน 5.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่รับปันผลงวดปีก่อน 511 ล้านบาท (กรุงเทพธุรกิจ)

          - 'เด็มโก้' ทุ่มเงิน 800 ล้านซื้อหุ้นเพิ่มทุน'วินด์ฯ'4% "เด็มโก้"จ่ายเงิน800ล้านบาทซื้อหุ้นเพิ่มทุน "วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง" 4% "พงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์" เผยการร่วมทุนครั้งนี้จะได้ประโยชน์อย่างเต็มที ด้วยศักยภาพที่แข็งแกร่งของวินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง และแผนธุรกิจที่ชัดเจน โดยพร้อมเข้าระดมทุนใน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2557 ส่งผลดีต่อบริษัทเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น และเสริมทีมสร้างความแข็งแกร่งลุยธุรกิจ ตั้งเป้ารับรู้รายได้ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านบาท(กรุงเทพธุรกิจ)

          - KCE ขยายกำลังผลิตปั๊มกำไรพร้อมลุยตลาดญี่ปุ่น ผู้บริหาร KCE "พิธาน องค์โฆษิต" การันตีผลงานครึ่งปีหลัง 2556 สดใส คาด Q3/2556 ผลงานโต 5-7% จาก Q2/2556 ที่อยู่ในเกณฑ์ดีกว่างวดเดียวกันของปีก่อนมาก พร้อมลุยทำการตลาดประเทศญี่ปุ่นปั๊มออเดอร์ใหม่เพียบ (ทันหุ้น)

          - SUPER เปิดเกมรับพันธมิตรปรับกลยุทธ์ SUPER ทุ่มงบ 200 ล้านบาท เร่งเครื่องธุรกิจ OPEN เอาใจพันธมิตร หลังเปิดเกมเทกโอเวอร์ จับตาปูทางธุรกิจกินรายได้ขั้นต่ำ 30% ต่อปี ส่วนงบ Q2/2556 อู้ฟู่ หลังรับรู้รายได้ 90-100 ล้านบาท แถมงานประมูลเรียงคิว (ทันหุ้น)

          - "EPCO" เก็งGENร่วมลงทุน เทกโรงไฟฟ้า-Q2กำไรพุ่ง EPCO ส่งซิก GEN ผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทแม่ ร่วมหุ้นปูทางธุรกิจไฟฟ้ามากขึ้น หลังเห็นผลตอบแทนแกร่ง ปั๊มกำไรงาม ด้าน "วีระ เหล่าวิทวัส" ดี๊ด๊าบริษัทแม่หนุนฐานลูกค้า จับตาไตรมาส 2/2556 กำไรพุ่ง รับรู้รายได้โรงไฟฟ้า พร้อมทุ่มงบเทกโอเวอร์อีก 15 MW ติดเครื่องโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น สัดส่วนโรงไฟฟ้าพุ่ง 80% (ทันหุ้น)

          - TOP ทุ่ม1.2หมื่นล.ผุดโรงงาน ผลิตสารLAB-ดีมานด์ทะลัก TOP ทุ่มงบลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท ผุดโรงงานผลิตสาร LAB จ.ชลบุรี กำลังผลิต 1 แสนตันต่อปี ผู้บริหาร "วีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล" เผยหวังต่อยอดธุรกิจอนาคตแข็งแกร่ง แถมสร้างงานสร้างรายได้ให้ประเทศ 6,000 ล้านบาทต่อปีคาดโรงงานแล้วเสร็จปี 2558 รองรับตลาด AEC ดีมานด์พุ่ง (ทันหุ้น)

          - "SMT" ผนึกธุรกิจในเครือ ปั๊มยอดขาย SMT "พลศักดิ์ เลิศพุฒิภิญโญ" ทุ่มงบลงทุนบริษัทย่อยและร่วม ปรับหมวดธุรกิจเพิ่มสัดส่วน IC ปั๊มมาร์จิ้นอู้ฟู่ แย้มตุนฐานลูกค้าใหม่เต็มพอร์ต เตรียมซื้อเครื่องจักรใหม่หนุนกำลังการผลิต หวังยอดขายปี 2556 พุ่งราว 9 พันล้านบาท (ทันหุ้น)

          - "AS" เล็งชงบอร์ดจ่ายปันผลส.ค.นี้คงเป้ารายได้โต30% AS เร่งปิดงบ Q2/2556 มั่นใจผลงานออกมาดีกว่าไตรมาส 1/2556 ที่มีรายได้ 496.13 ล้านบาท กำไรสุทธิ 51.85 ล้านบาท เล็งชงบอร์ดจ่ายปันผลเดือนสิงหาคมนี้ มั่นใจรายได้ทั้งปีเข้าเป้า 30% หลังเดินหน้าขยายตลาดในประเทศเพิ่ม(ทันหุ้น)

          - EARTH ซดออเดอร์IRPC100ล. ย้ำปีนี้รายได้พุ่ง30% EARTH เป๋าตุงซิวออเดอร์ IRPC กว่า 100 ล้านบาท บุ๊กเป็นรายได้ Q3 นี้ ด้านเอ็มดี การันตีปี 2556 รายได้ตามฝันพุ่ง 30% จากปีก่อนที่ราว 1 หมื่นล้านบาท รับดีมานด์ใน-นอกทะลักตรึม แจงค่าบาทอ่อนไร้เอฟเฟ็กต์ต่อการดำเนินงาน (ทันหุ้น)

          - RS รายได้-กำไรจ่อนิวไฮจับมือPSIขยายฐานเพิ่ม RS ลั่นปีนี้รายได้-กำไรทำสถิติใหม่ มองผลงาน Q2/2556 โตต่อเนื่องจากธุรกิจมีเดีย ยันไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนหากประมูลไลเซ่นส์ทีวีดิจิตอลกระแสเงินสดแกร่งกว่า 300 ล้านบาท แย้มรอรับรายได้จากการถ่ายทอดฟุตบอลลาลีกา สเปน 3 ฤดูกาล ล่าสุด RS ผนึกกำลัง PSI ดันกล่อง PSI 02 Digital เปิดตลาดเจ้าแรกหวังขยายฐานผู้ชมและเม็ดเงินโฆษณา(ทันหุ้น)

          - SRICHA ลุยงานใหม่1.6หมื่นล. มั่นใจกวาดรายได้ปีนี้กว่า20% SRICHA ประกาศรุกประมูลงานใหม่ต่างประเทศ 1.6 หมื่นล้านด้านผู้บริหาร "กฤษฎา โพธิสมภรณ์" มั่นใจปั๊มรายได้โตตามฝัน 20% พร้อมโปรยข่าวดีจ่ายปันผลสูงลิ่วทุกปี หลังบริษัทปลอดหนี้กระแสเงินสดเต็มหน้าตัก (ทันหุ้น)

          - BWG ส่งสัญญาณงบไตรมาส2เริดรัฐเข้มกำจัดกาก BWG ส่งสัญญาณโค้ง 2/2556 โชว์ผลงานโดดเด่นจากโค้งแรก หลังพบกากอุตสาหกรรมขยายตัวเพิ่มขึ้น จากการจัดกิจกรรมทางการตลาดเชิงรุก ภาครัฐเดินหน้าเอาผิดโรงงานฝ่าฝืนกฎกำจัดกากอุตสาหกรรมไม่ถูกวิธีอย่างจริงจัง และปรับราคาค่าบริการขึ้นอีก 5% (ทันหุ้น)

          - 'TKS' ขึ้นแท่นงานพิมพ์เล็งอัพเป้ารายได้ TKS โชว์ผลงานปี 2556 บรรเจิดหลังธุรกิจสิ่งพิมพ์รุ่งโรจน์ แย้มมีงานในมือ (Backlog) 500 ล้านบาท ทยอยรับรู้ไปถึงสิ้นปีหนุนรายได้เพิ่มเตรียมพิจารณาเป้ารายได้ปี 2556 เพิ่มจากเป้าเดิม 20% จากปีก่อนมีรายได้ 1,369.65 ล้านบาท ตั้งป้อมขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในธุรกิจงานพิมพ์ในปี 2557 หลังผนึกกำลัง "ฟูจิ ซีร็อกซ์" รุกงานพิมพ์ดิจิตอล

          - ทิสโก้พุงกางQ2กำไรสนั่นรับ1.2พันลบ. กลุ่มทิสโก้เผยตัวเลขผลประกอบการไตรมาส 2/56 กำไรกว่า 1.16 พันล้านบาท  เพิ่มขึ้น 26% ขณะที่สินเชื่อเพิ่มขึ้นถึง 33.6% ส่งผลครึ่งปีแรกกำไรแล้วกว่า 2.31 พันล้านบาท เพิ่ม 31.7% และเอ็นพีแอล 1.45% (ข่าวหุ้น)

          - คลังล้างไพ่วายุภักษ์ สั่งปิดกองทุนคืนเงิน กระทรวงการคลังเตรียมปิด "กองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง" หลังครบอายุ 10 ปี ในเดือนพ.ย.นี้ พร้อมคืนเงินผู้ถือหน่วยลงทุน ระบุไม่มีความจำเป็นต้องระดมทุนอีกเหมือนในอดีต โอนหุ้นคืนให้คลัง (ข่าวหุ้น)

          - WHA ส่งซิกครึ่งแรกแจ่ม "WHA" เผยผลงานครึ่งปีแรกแจ่ม! ยอดเช่าพื้นที่พุ่ง 2.5 แสนตารางเมตร ลูกค้ารอเซ็นเพียบ มั่นใจรายได้ปีนี้โตกระโดด 200% จากปีก่อน แย้มกำไร Q2 สวย ขณะที่ครึ่งปีหลังเตรียมบุกตลาดพม่ารุกธุรกิจรับจ้างสร้างคลังสินค้า(ข่าวหุ้น)

          - OFM ลั่น 3 ปีรายได้ 2 หมื่นล้าน เดินหน้าธุรกิจออนไลน์-รุกขยายตลาดต่างประเทศ "ออฟฟิศเมท" หวังรายได้ปีนี้ 1 หมื่นล้านบาท เติบโต 18-19% จากปีก่อน ลุ้น 3 ปีข้างหน้า มีรายได้ 2 หมื่นล้านบาท มั่นใจปิดตัวธุรกิจออนไลน์ในช่วงปลาย Q3 หรือต้น Q4 ส่วนการขยายในต่างประเทศมองไว้ช่วง 2-3 ปีข้างหน้า เน้นตลาดแถบอาเซียนเป็นหลัก

          - SALEE ย้ำรายได้ปีนี้ 1.3 พันล้าน หลังติดตั้งเครื่องจักรเพิ่ม-ออเดอร์ทะลักเข้า "SALEE" มั่นใจไตรมาส 2 รายได้และกำไรดีกว่าไตรมาสแรก รับอานิสงส์ออเดอร์เพิ่มขึ้น หลังลงทุนขยายเครื่องจักรเพิ่มขึ้น ส่วนแนวโน้มไตรมาส 3 ดีขึ้นต่อเนื่อง พร้อมคงเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 25% แตะระดับ 1,300 ล้านบาท

 

ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม

          - รัฐเมิน'อัดฉีด'งบกระตุ้นศก.หวังผลระยะสั้น "กิตติรัตน์"ยันไม่ออกมาตรการอัดฉีดเงิน กระตุ้นเศรษฐกิจ ชี้ใช้งบประมาณสูงได้ผลระยะสั้น เน้นสร้างสมดุลระบบเศรษฐกิจ ผ่านการเร่งรัดการเบิกจ่าย การลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน เตรียมพร้อมรับเศรษฐกิจโลก ฟื้นตัว พาณิชย์เสนอมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้น(กรุงเทพธุรกิจ)

          - สว.ยื่นศาลล้มโปรเจกต์น้ำ กมธ.ย้ำไม่เปิดราคากลาง-คลังฝืนกู้เงิน รัฐบาลนำเอกชนรุกโฆษณาแจงปชช. กมธ.วุฒิสภา ยื่นศาลปกครองยกเลิกโครงการน้ำ 3 แสนล้านเอกชนยันศาลสั่งแค่ให้ชี้แจงประชาชน น.ส.รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตรวจสอบการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา แถลงว่า ที่ประชุม กมธ.มีมติขอส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพิกถอนโครงการบริหารจัดการน้ำ ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศพ.ศ. 2555 วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท(โพสต์ทูเดย์)

          - ญี่ปุ่นยังกั๊กลงทุนทวาย ญี่ปุ่นยังไม่ตกลงร่วมทุนบริษัทเอสพีวี ขอเวลาศึกษาความเป็นไปได้โครงการทวายนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)เปิดเผยหลังหารือกับนายชิเกะคะสุซะโต เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และเอกชนญี่ปุ่น โดยระบุว่า ญี่ปุ่นยังไม่ตอบตกลงว่าจะเข้าร่วมลงทุนในบริษัท ทวาย เอสอีแซด ดีเวลล็อปเมนท์ เพื่อพัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ (โพสต์ทูเดย์)

          - ย้ำจำนำข้าวทำลายวินัยการคลัง "ดร.โกร่ง"ค้านทำโซนนิ่งเกษตร "สุภา"ส่งวิธีโกงถึงมือนายกฯ นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)เปิดเผยว่า รัฐบาลจะอุ้มแบบโครงการรับจำนำทำไปนานๆ ไม่ได้ จะเป็นการทำลายวินัยทางการคลังอย่างร้ายแรง เสียหายต่อประเทศไทย ทั้งนี้ สินค้าเกษตรที่ประเทศไทยสามารถผลิตได้ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ สินค้าเกษตรสมัยใหม่ ที่ผูกโยงกับภาคอุตสาหกรรม มีการทำสัญญาระหว่างโรงงานและเกษตรกร เช่น อ้อยและสับปะรด ทำให้เกษตรกรมีรายได้ดี และสินค้าเกษตรดั้งเดิม ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพาราและข้าวโพด ที่เป็นภาระหนักที่สุดคือ ข้าว เพราะข้าวคุณภาพดีราคาแพง กลับมีผลผลิตต่อไร่ต่ำ ส่วนข้าวมูลค่าต่ำ กลับมีผลผลิตต่อไร่สูง ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้จะมีมากขึ้นในอนาคต ดังนั้น การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรดั้งเดิมจึงไม่น่าถูกต้อง (ไทยรัฐ)

 

          กิจพล ไพรไพศาลกิจ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it +662 696-0057

          ปณิธิ จิตรีโภชน์ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0053

 

          โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 12 ก.ค. 2556

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment