Error
กรุงศรีใช้ประโยชน์จากผลประกอบการที่เข้มแข็งตั้งสำรองรองรับวัฎจักรธุรกิจ
Print
Friday, 19 July 2013 09:23

กรุงศรีกรุ๊ป (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) วันนี้ได้รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 2/2556 โดยมีกำไร 5.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.7% จากไตรมาส 1/2556 และ 37.8% จากไตรมาส 2/2555 ก่อนการตั้งสำรองพิเศษจำนวน 2.6 พันล้านบาท ในไตรมาสสองของปีนี้ มุ่งรองรับวัฎจักรธุรกิจและความเป็นไปได้ของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ(countercyclical reserves) ธนาคารมีสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 12.3 พันล้านบาท เป็น 15.7 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 182.5% ของเกณฑ์สำรองที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ การตั้งสำรองดังกล่าวส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาสสองอยู่ที่ 3.1 พันล้านบาท ลดลง 24.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2556 และลดลง 17.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2555 สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2556 กรุงศรีกรุ๊ปมีกำไรสุทธิ 7.1 พันล้านบาท ลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2555

 

เงินให้สินเชื่อรวมเติบโตต่อเนื่อง ในครึ่งแรกของปี 2556 สินเชื่อขยายตัว 4.1% ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากยอดสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคและสินเชื่อ SME โดยมียอดสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นจำนวน 34.3 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม 2555 สินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้น 9.1% ขณะที่สินเชื่อ SME เพิ่มขึ้น 1.6% ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2556 อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อทั้งหมดยังคงอยู่ที่ 2.4%

 

การเติบโตของเงินรับฝากเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าการเติบโตของสินเชื่อโดยเติบโต 6.5% จากสิ้นเดือนธันวาคม 2555 หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นจำนวน 44.6 พันล้านบาท ทั้งนี้ปัจจัยหลักมาจากผลสำเร็จของธนาคารในการระดมเงินฝากผ่าน เงินฝากประจำ Step Up 9 เดือนที่เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 

ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ระดับ 4.31%

 

นางเจนิส แวน เอ็กเคอเรน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรุงศรีกรุ๊ป กล่าวว่า ไตรมาสที่สอง

ของปีนี้นับเป็นอีกไตรมาสหนึ่งที่กรุงศรีมีผลประกอบการที่ดี โดยปัจจัยพื้นฐานหลักทั้งหมดของเราดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในไตรมาสนี้กรุงศรีได้เพิ่มการตั้งสำรองพิเศษเป็นจำนวน 2.6 พันล้านบาท เพื่อรองรับวัฎจักร

 

ธุรกิจและความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะเติบโตช้าลงอันเป็นผลจากปัจจัยภายในหรือภายนอกประเทศซึ่งสะท้อนนโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังของกรุงศรี

 

สำหรับแนวโน้มธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี 2556 กรุงศรียังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ เราคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ในอัตราประมาณ 4% ทั้งนี้ภาวะการจ้างงานในประเทศที่แข็งแกร่ง นโยบายการเงินที่เอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ ประกอบกับการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น จะมีส่วนช่วยสนับสนุนต่อความต้องการสินเชื่อในช่วงครึ่งปีหลัง ที่โดยปกติจะมีปัจจัยด้านฤดูกาลสนับสนุนให้ขยายตัวในอัตราที่สูงกว่าในครึ่งปีแรก ทั้งในส่วนของสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคและสินเชื่อของภาคธุรกิจ โดยกรุงศรียังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 12% สำหรับปี 2556

นางเจนิสกล่าว

 

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2556 ธนาคารกรุงศรีอยุธยาซึ่งเป็นธนาคารที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับห้าของประเทศไทยมีสินเชื่อรวม 864 พันล้านบาทและสินทรัพย์รวม 1.1 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนของธนาคารยังคงแข็งแกร่งอยู่ที่ 131.11 พันล้านบาท หรือเทียบเท่า 17.02% ของสินทรัพย์เสี่ยงโดยเป็นเงินกองทุน   ชั้นที่ 1 คิดเป็น 12.03%

 

สรุปสาระสำคัญของผลประกอบการ (ตามงบการเงินรวม) สำหรับไตรมาส 2/2556

 

             กำไร: 5.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.7% จากไตรมาส 1/2556 และ 37.8% จากไตรมาส 2/2555ก่อนการตั้งสำรองพิเศษเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 2.6 พันล้านบาท มุ่งรองรับวัฎจักรธุรกิจและความเป็นไปได้ของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ การตั้งสำรองดังกล่าวส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาสสองอยู่ที่ 3.1 พันล้านบาท ลดลง 24.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2556 และลดลง 17.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2556 กรุงศรีกรุ๊ป มีกำไรสุทธิ 7.1 พันล้านบาท ลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2555

 

             ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM): ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ระดับ 4.31% จาก 4.28% ในไตรมาส 1/2556

 

             อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้: ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 43.7% จาก 50.6% ณ สิ้นไตรมาส 1/2556

 

             อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม: ยังคงอยู่ที่ 2.4% ของสินเชื่อรวม

 

             สัดส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ: เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 152% จาก 146% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2555

 

             รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ: เพิ่มขึ้น 1.2% จากไตรมาส 1/2556 หรือเพิ่มขึ้น 14.2% จากไตรมาส 2/2555

 

             การเติบโตของเงินฝาก: เพิ่มขึ้นมากถึง 6.5% หรือเพิ่มขึ้นจำนวน 44.6 พันล้านบาท จาก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2555

 

             อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง: อยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่ 17.02% ภายใต้บริบทของสินเชื่อที่ขยายตัว 3.2% ในไตรมาส 2/2556

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment