|
บล.เคจีไอ : รายงานภาวะหุ้น 19/11/52
|
|
|
Thursday, 19 November 2009 10:23 |
|
บล.เคจีไอ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 19/11/52
แนวโน้มลบ แต่ไม่น่าแรง KGI ประเมินตลาดหุ้นวันพฤหัสฯ อ่อนตัวกรอบแคบ โดยความอึมครึมของประเด็นมาบตา พุด ซึ่งมีโอกาสที่จะลากยาวไปถึงต้นปี 2553 น่าจะกดดันจิตวิทยาในหุ้นกลุ่มพลังงานระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดีด้วยปัจจัยเชิงพื้นฐานอย่างราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นเรื่อยๆ ผนวกกับช่วงที่ผ่านมาหุ้นกลุ่ม พลังงานไม่ได้ปรับขึ้นนัก เราคิดว่าทางลงของกลุ่มพลังงานวันนี้จะไม่แรง ดัชนีฯ น่าจะลบในกรอบ แคบๆ มากกว่า โดย KGI มองแนวรับแรกที่ 705 จุด แต่ถ้าตลาดตอบสนองในเชิงลบมากกว่าที่ คาด ดัชนีฯ หลุดไปก็จะมีแนวรับสำคัญที่ 700-698 จุด ด้านปัจจัยภายนอก ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบเล็กน้อย หลังเทรดอยู่ในแดนลบตลอดช่วงซื้อ ขายตามข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านใหม่เดือน ต.ค. ที่ออกมาต่ำกว่าคาดมาก อย่างไรก็ดีด้วยค่าเงิน ดอลล่าร์ฯ ที่กลับมาอ่อนลง ส่งผลให้ตลาดหุ้นมีแรงรับเข้ามาเช่นกัน เช่นเดียวกับราคาสินค้า โภคภัณฑ์หลักๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรือทองคำซึ่งยังทรงตัวในทางแข็งอยู่ได้ สำหรับตลาดน้ำมัน นั้นมีแรงหนุนเล็กน้อยจากตัวเลขสำรองน้ำมันดิบรายสัปดาห์ ที่ลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ไว้ นอกจากนี้สหรัฐฯ ยังรายงานเงินเฟ้อผู้บริโภคเดือน ต.ค. ออกมาด้วย โดยเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่ม ขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแนวโน้มเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ยังเป็นขาลง และ แนวโน้มดอกเบี้ยเฟดก็ยังทรงตัวต่ำไปถึงกลางปี 2553 เป็นอย่างน้อย กลยุทธ์: แนะเลี่ยงหุ้นใหญ่เหมือนเดิม เพื่อรอดูการตอบสนองของตลาดหุ้นกรณีข่าวมาบ ตาพุด หาก SET ปรับลงแถวแนวรับ 700-698 จุด แนะเก็บหุ้นธนาคาร ซึ่งช่วงนี้เป็นกลุ่มใหญ่ที่ แข็งที่สุด เราชอบ KBANK, SCB และ BAY ส่วนหุ้นรายตัวที่น่าสนใจวันนี้แนะเพียง 3 ตัว ได้แก่ TTA (เก็งกำไรตามดัชนีค่าระวางเรือพุ่งต่อ), รวมทั้งหุ้นอิเลกโทรนิกส์พื้นฐานดีเช่น HANA และ DELTA
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ ความคืบหน้าจากการที่ศาลปกครองนัดไต่สวนกรณีนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุตครั้งที่ 3 วานนี้ ยังไม่มีการกำหนดวันในการให้คำตัดสิน และยังคงเตรียมรับพยานเอกสารเพิ่มเติมในวัน ศุกร์ที่ 20 พ.ย. นี้ ซึ่งนายกสมาคมต่อต้านโลกร้อนคาดว่าต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาเอกสาร เป็นเดือน และคำตัดสินของศาลน่าจะออกมาในเดือน ม.ค. 53 ซึ่งเรามองว่ากรณีนิคม อุตสาหกรรมมาบตาพุตที่ยังคงยืดเยื้อและไม่มีข้อสรุปจะส่งผลลบเชิงจิตวิทยาต่อบริษัทที่เกี่ยวข้อง ในโครงการดังกล่าวต่อไป ซึ่งได้แก่ PTT PTTAR PTTCH และ SCC PTT อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าซื้อเหมืองถ่านหิน Borneo การดำเนินการดังกล่าว เป็นการเพิ่มการลงทุนและสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศรวมถึงเป็นการกระจายความเสี่ยงจาก ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ไปยังธุรกิจถ่านหินที่ความต้องการใช้มีแนวโน้มปรับ ตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต และสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทในระยะยาว เรามีความเห็นที่เป็นบวก จากประเด็นการเจรจาดังกล่าว อย่างไรก็ดีการเจรจาคาดว่าจะใช้เวลาอีก 6 เดือนจึงจะได้ข้อสรุป ยังคงคำแนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 322 บาท
|
Comments