|
สถาบันวิจัยนครหลวงไทย : รายงานตลาดหุ้น 23/11/52
|
|
|
Monday, 23 November 2009 09:41 |
|
สถาบันวิจัยนครหลวงไทย : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 23/11/52
แนวโน้มตลาดวันนี้ SCRI มีมุมมองเป็น “Neutral” ดัชนีตลาดหุ้นมีแนวโน้มอ่อนตัวลง ขาดปัจจัย สนับสนุนใหม่ สำหรับรายงานตัวเลข GDP ไทยวันนี้ คาดจะอยู่ในการคาดการณ์ของ ตลาดอยู่แล้วไม่เป็นปัจจัยหนุนใหม่ต่อตลาดหุ้น สำหรับปัจจัยต่างประเทศ การระบุ ของ ECB ที่จะเข้มงวดขึ้นต่อธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอนุพันธ์ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นของ แผนการ exit strategy อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเริ่มมีความกังวลมากขึ้น เนื่อง จากอาจจะมีมาตรการอื่นๆทยอยออกมา ซึ่งอาจจะเป็นการถอนมาตรการผ่อนคลาย ทางการเงินที่เร็วเกินไป อีกทั้งจะเห็นได้ว่า นักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มมีการ ปรับพอร์ตเข้าลงทุนในตลาดพันธบัตรมากขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว สะท้อนถึง การลงทุนอย่างระมัดระวังมากขึ้น ในสินทรัพย์เสี่ยง กลยุทธ์การลงทุน SCRI แนะนำ นักลงทุนระยะสั้น wait & see ตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้มีโอกาสผันผวน สำหรับนักลงทุนระยะยาว “ซื้อสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว” เน้นหุ้นกลุ่มเงินปัน ผลสูง ได้แก่ ADVANC คาดว่าจะจ่ายเงินปันผล 2H/52 อีก 3.30 บาท TRT (0.57) TMT (0.50 บาท) และ TPAC (0.52 บาท) ตัวเลขในวงเล็บคือประมาณการจ่ายเงินปัน ผลที่คาดว่าจะจ่ายผลดำเนินงานปี 2552 และกลุ่มที่คาดผลดำเนินงานฟื้นตัวต่อเนื่อง TASCO / QH / CPN (Q4/52 รับรู้กำไรพิเศษประมาณ 2,100 - 2,200 ล้านบาท หลัง การหักภาษีการขายสิทธิการเช่าให้กับ CPNRF )
ประเด็นสำคัญ วันนี้ สศค. จะรายงาน GDP Q3/52 โดย Reuters consensus คาดหดตัว 3.3% yoy แต่ขยายตัว 2.25% qoq SCRI คาดหดตัว3.7% yoy และ เพิ่มขึ้น 2% qoq คาดตัวเลข GDP ไม่ได้ส่งผลต่อจิตวิทยาการลงทุนวันนี้เนื่องจากอยู่ในคาดการณ์ ตลาดฯ อัตราดอกเบี้ยตลาดพันธบัตรสหรัฐฯปรับลดลงในเกือบทุกช่วงอายุ โดย พันธบัตร อายุ 2 ปี ปรับตัวลดลงทำจุดต่ำสุดใหม่ปี 2552 สะท้อนการเพิ่มน้ำหนักกลับ เข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำของกองทุน สัปดาห์ที่แล้วนักลงทุนต่างชาติมีสถานซื้อสุทธิในตลาดหุ้น 5 จาก 6 ประเทศ (ซื้อสุทธิใน อินเดีย อินโดนิเชีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน และ ฟิลิปินส์ และ มี สถานะขายสุทธิใน ไทย) สถานะขายสุทธิเพียงประเทศเดียวใน ไทย คาดว่าเป็นผล ของปัจจัยในประเทศ ประเด็นกการเมือง และ กรณีมาบตาพุดที่มีโอกาสยึดยื้อ หุ้น “SCRI Sweet Spot Stocks ” ไม่มีสัญญาณการเข้าเก็งกำไร ตลาดหุ้นญี่ปุ่นหยุดทำการในวัน Labor & Thanksgiving Day
ปัจจัยต่างประเทศ ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 14.28 จุด ปิดที่ 10,318 จุด หลังจากรายงานผล ดำเนินงานของ Dell แย่กว่าที่ consensus คาด ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณการชะลอลง ของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี รวมถึงแรงกดดันจากการประกาศของ ประธาน ECB ที่จะชะลอการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป VIX Index ลดลง 0.44 จุด ปิดที่ 22.19 จุด ในคืนนี้จะมีรายงานยอดขายบ้านมือสอง สหรัฐฯ ประจำเดือน ต.ค. consensus คาดเพิ่มขึ้น mom ประธาน ECB ระบุที่ลดระดับการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินลงโดย จะเป็นการเข้มงวดกฏเกณฑ์มากขึ้นโดยเริ่มต้นในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตรา สารอนุพันธ์ หลังจากประเมินสถานการณ์ปัจจุบันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ มาตรการหนุนสภาพคล่องทั้งหมด การประกาศดังกล่าวของ ECB ถือว่าเป็นการเริ่ม ต้นของแผน exit strategy อย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ดี ในแง่ของการปรับขึ้น อัตราดอกเบี้ยคาดว่าจะยังไม่ถึงเวลาเหมาะสม เนื่องจากเศรษฐกิจยุโรปยังอยู่ในช่วง เริ่มต้นของการฟื้นตัว ในขณะที่ภาคแรงงานยังประสบปัญหาการจ้างงาน (อัตราว่าง งานในเดือน ก.ย. ที่ระดับ 9.7%) BOJ ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม 0.1% เป็นไปตามที่ consensus คาด แต่ได้ระบุเศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับภาวะเงินฝืด (เป็นครั้งแรก ในรอบ 3 ปี ที่ประกาศภาวะดังกล่าว) ส่งผลให้คาดว่า BOJ อาจจำเป็นต้องใช้ มาตรการผ่อนคลายทางการเงินต่อไป อย่างไรก็ดี การใช้มาตรการผ่อนคลายทางการ เงิน (อาทิ การซื้อตราสารหนี้) ย่อมมีความเสี่ยงที่รัฐบาลจะก่อหนี้เพิ่มขึ้น (OECD คาด ญี่ปุ่นจะมีสัดส่วนหนี้ต่อ GDP สูงขึ้น 200% ในปี 2011 จากระดับ 170% ในปี 2007)
ปัจจัยในประเทศ กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขส่งออกเดือน ต.ค. มูลค่าส่งออก 14,813 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 3% yoy และลดลงเพียง 0.6% mom ส่วนการนำเข้ามี มูลค่า 13,050 ล้านเหรียญฯ ลดลง 17.5% yoy นักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิ 1405 ล้านบาท และ มีสถานะ short ในตลาดฟิวเจอร์สุทธิ 372 สัญญา
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ธ.ค. ลดลง 0.74 ดอลลาร์ ปิดที่ 76.72 ดอลลาร์/ บาร์เรล การแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง 2 วันของเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ หนุนให้เกิดการขาย ทำกำไรในน้ำมันดิบ ราคาทองคำส่งมอบเดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้น 4.90 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,146.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ทองคำปรับเพิ่มขึ้นถึงแม้เงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่า อย่างไรก็ดี คาด ว่าราคาทองคำใกล้ที่จะปรับฐานราคาลง จากแรงกดดันการขายทำกำไร ดัชนีค่าระวางเรือปิด 4,507 จุด ลดลง 154 จุด
หุ้นเด่นวันนี้ BGH แนะนำ “ซื้อสะสม” SCRI ประเมินการกลับมาระบาดของโรคไข้หวัด ใหญ่สายพันธุ์ใหม่และความใส่ใจในสุขภาพของผุ้ป่วยชาวไทยที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับ จำนวนผุ้ป่วยต่างชาติที่จะเริ่มกลับเข้ามาตามช่วงฤดูกาล จะทำให้อัตราการเข้ารักษา ตัวช่วงที่เหลือของปีจะทรงตัวที่ระดับ 65-70% และส่งผลต่อเนื่องให้กำไรสุทธิปี 2552 ขยายตัว 14% yoy เป็น 1,888 ล้านบาท สำหรับแนวโน้มผลประกอบการใน อนาคต SCRI ประเมิน ความใส่ใจในสุขภาพของคนไทยที่ถูกยกระดับขึ้น เนื่องจาก ยังมีความกังวลจากการกลับมาระบาดอีกครั้งของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ อาจกลายพันธุ์ จะทำให้การเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลยังเป็นเรื่องใกล้ตัว ราคา เหมาะสม 34 บาท / หุ้น TRT แนะนำ “ซื้อสะสม” แนวโน้มผลการดำเนินงานใน Q4/52 ที่คาดจะเติบ โตโดดเด่นสูงถึง 142 ล้านบาท จากการรับรู้งานที่ชะลอการส่งมอบมาจากใน Q3/52 และเมื่อรวมกำไรใน 9M/52 ที่ขยายตัวถึง 119% yoy เป็น 118 ล้านบาท ส่งผลให้ SCRI ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2552 ที่ 260 ล้านบาท สำหรับภาพรวมปี 2553 SCRI ประเมินอุปสงค์การใช้หม้อแปลงไฟฟ้าที่ยังอยู่ในระดับสูงจากการขยาย ตัวของการใช้ไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ทำให้ SCRI ประเมินแนวโน้มรายได้ปี 2553 เพิ่มขึ้น 15% yoy นอกจากนี้ นโยบายการเน้น ผลิตหม้อแปลงกำลังขนาดใหญ่ที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มมากขึ้น จะทำให้ TRT สามารถ รักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับ 26-27% และส่งผลต่อเนื่องให้กำไรสุทธิปี 2553 เพิ่ม ขึ้น 22% yoy คาด TRT จ่ายเงินปันผลต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าปีละ 9.78% ราคาเหมาะสม ตามปัจจัยพื้นฐานปี 2553 เท่ากับ 9.00 บาท/หุ้น
|
Comments