Error
บล.พัฒนสิน : รายงานภาวะหุ้น 23/11/52
Print
Monday, 23 November 2009 10:00

บล.พัฒนสิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 23/11/52

กลยุทธ์การลงทุน
ทิศทางตลาดหุ้น
แนวโน้มสัปดาห์หน้า : ลดลง
คาดซึมลง อยู่ในกรอบ 685/711 จุด โดยการรีบาวด์อาจเกิดขึ้นช่วงต้นสัปดาห์
จากรายงานเศรษฐกิจที่ดีขึ้น แต่จะอ่อนลงตั้งแต่กลางถึงปลายสัปดาห์จากปัจจัยการ
เมือง โดยเฉพาะการชุมนุมของกลุ่มนปช.ที่จะเป็นแบบยืดเยื้อเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล
ยุบสภา สำหรับประเด็นสำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่
1) +รายงาน 3Q09GDP ไทย โดย Consensus คาดเติบโต -3.2%y-y ใกล้เคียง
กับคาดการณ์ของธปท.ที่อยู่ระหว่าง -3% ถึง -3.5% (จาก -4.9%y-y ใน 2Q09) ส่วน
CNS คาดว่า อัตราการเติบโตอาจดีกว่าคาดการณ์ของตลาด โดยเติบโตดีกว่า -3.0%
y-y ทั้งนี้ Nomura ปรับเพิ่มเป้าหมายเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 09F เป้น -3.1% จาก
เดิม -3.7% แต่คงเป้าหมายปี 10F ที่ +3.5% เท่าเดิม
2) +/-คาดตลาดหุ้นสหรัฐฯ สัปดาห์นี้จะผันผวน เนื่องจากรายงานเศรษฐกิจ ที่จะ
มีจำนวนมากในสัปดาห์นี้ ได้แก่
2.1. US 3Q09F GDP ครั้งที่2 (24/11) คาดว่าจะเติบโตลดลง เหลือ 3.0%q-q
annualized (จากเดิม 3.5%q-q)
2.2 ตัวเลขการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เช่น Existing Home Sales เดือน ตค.
(23/11)คาดเติบโตเหลือ +1.4%m-m (จากเดือนก่อน +9.4%m-m), New Home
Sales เดือนตค.(25/11)คาด +3%m-m( จากเดือนก่อน -3.6%m-m) S&P/Case Shiler
Composite -20 y-y เดือนกย.(24/11) คาดดีขึ้นเป็น -9.10%y-y (จากเดือนก่อน -
11.32%) Durable goods Orders เดือนตค.(25/11) คาด +0.5% (จากเดือนก่อน
+1%)
2.3.ตัวเลขเกี่ยวกับความเชื่อมั่น US Consumer Confidence เดือนพย (24/11)
คาดลดลงเป็น 47.5(จากเดือนก่อน 47.7) และ U of Michigan Confidenceเดือนพย.
(25/11)คาดเพิ่มขึ้นเป็น 66.5(จากเดือนก่อน 66)
3) -การเมือง จะมีอิทธิพลเชิงลบต่อตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงปลายสัปดาห์ ได้แก่
คณะกรรมการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มีกำหนดเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐ
ธรรมนูญทั้ง 6 ประเด็น ซึ่งแยกเป็น 6 ฉบับอย่างละเอียด ที้ได้นำกลับไปแก้ไขมา
เสนออีกครั้งในการประชุมวิป 2 ฝ่าย วันที่ 26 พ.ย. และกลุ่ม นปช. นัดชุมนุมที่บริเวณ
ทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาฯ ตั้งแต่ 23 พย.เป็นต้นไปส่วนสภาฯ
จะ หมดสมัยประชุมสภาสมัยนิติบัญญัติ (วันที่ 1 ส.ค. 52-28 พ.ย.52)

รายวัน:
วานนี้ (Mix): ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิคยังคง Mix เป็นวันทีสาม และอิงปัจจัยใน
ประเทศเป็นหลัก โดยตลาดหุ้นที่ปรับสูงขึ้น ได้แก่ เกาหลีใต้ +1.03%(จากแรงซื้อ
ต่างชาติในกลุ่มเทคโนโลยี) ฟิลิปปินส์ +1.01% จีน +0.53% สิงคโปร์ +0.5%
มาเลเซีย +0.12% ส่วนตลาดหุ้นที่ปรับลดลง ได้แก่ ญี่ปุ่น-1.32% (ทำสถิติต่ำสุด
รอบ 4 เดือน จากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มส่งออก และข่าวเพิ่มทุนของ Mitsubishi
UFJ) ไทย -0.97% ฮ่องกง -0.86%(Profit Taking) อินโดนีเซีย -0.62% ไต้หวัน -
0.09%(นักลงทุนหันมาเก็งกำไรหุ้นขนาดเล็ก ทดแทน)
ดัชนีตลาดฯปิดตลาดที่ระดับ 700.42จุด -6.84จุด -0.97% วอลุ่มซื้อขายลดลง
เป็น 14,055.40ล้านบาท โดยดัชนีฯปรับลดลงตั้งแต่เปิดตลาด และลงไปสร้างสถิติต่ำ
สุดรอบ 3 วันทำการที่ 699.09 จุด ก่อนที่จะมีแรงซื้อช่วงปลายตลาด มาหนุนดัชนีฯ
จำนวนหลักทรัพย์ที่ปรับเพิ่มขึ้นมี 83 หลักทรัพย์(ลดลงจากวันก่อนหน้าที่มี 164 หลัก
ทรัพย์) และจำนวนหลักทรัพย์ลดลงมี 248หลักทรัพย์( เพิ่มขึ้น จากวันก่อนที่ 164
หลักทรัพย์) ส่วนหลักทรัพย์ที่มีวอลุ่มซื้อขายสูงสุด 20 อันดับแรก มีจำนวนบจ.ที่ปิด
ลบ 16หลักทรัพย์ (จากวันก่อน 9 หลักทรัพย์) แล้ว 15.13% แบ่งเป็น +7.83% ขาย
เมื่อวันที่ 11/11 กลุ่มHigh Beta และ 4Q09F Earnings Play และ+7.3% จากขายทำ
กำไร RATCH SCIB MINT เมื่อ 12/11)

สรุปประเด็นเด่นวันนี้ :
(-) คาด ดัชนีฯ ปรับลดลง และมีโอกาสสูงที่ดัชนีฯจะหลุดแนวรับย่อย 695 จุดลง
มาที่แนวรับหลัก 685 จุดในเร็วๆนี้ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 705/713 จุด แนะนำ Short โดย
มีจุดซื้อคืนบริเวณดัชนีฯ 685-690 จุด

ประเด็นที่จะมีผลต่อตลาด
1. - พฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเริ่มหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย
มากขึ้น หลังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังคงเป็นไปอย่างช้าๆและการวิตกต่อการควบ
คุม Hot Money ของประเทศในเอเชีย ส่งผลให้ Dollar Index วานนี้ปิดแข็งค่าขึ้น
เป็น75.293 จากวันพุธ 75.185 และเช้านี้อยู่ที่ 75.268-75.304 สะท้อนมุมมองเชิงลบ
ต่อตลาดหุ้นเอเชียในระยะสั้น
2 + CNS คาดว่า กระทรวงพาณิชย์จะรายงานตัวเลขการค้าระหว่างประเทศตาม
ระบบศุลกากรประจำเดือน ต.ค.09 ที่ดีขึ้น และเป็นบวกต่อตลาดรวม โดย
Consensus คาดว่าการส่งออกจะมีมูลค่า 14.6 พันล้านเหรียญ -3.8% y-y (Sep-09 = -
8.5%) และการนำเข้าจะเติบโต – 16.8%y-y (Sep-09 = -17.9%y-y) ดุลการค้าจะเกิน
ดุล $1.82 พันล้านเหรียญ(Sep-09 = +1.98 พันล้านเหรียญ ) ส่วนวันจันทร์นี้ จะ
รายงาน 3Q09 GDP ไทย และมีโอกาสสูงที่จะรายงานเติบโตดีกว่าคาดการ์ของ
ตลาด (-3.2%y-y)
3. – ปัจจัยการเมืองในประเทศ เริ่มมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หลังกลุ่มนปช.ประกาศเริ่ม
ชุมนุมตั้งแต่วันที่ 23 พย.เป็นต้นไป
Investment Strategy: ระยะยาว (คงแนะนำถือหุ้น 90% และเงินสด 10% คงเป้า
หมายสิ้นปีนี้ที่ 762 จุด) ส่วนระยะสัปดาห์ แนะนำ Short : หุ้นกลุ่ม Earnings Play
และ Value Stocks /รอซื้อคืน เมื่อดัชนีฯอ่อนมาที่บริเวณ 685-690 จุด /
1. 4Q09F Earnings Play คงคำแนะนำ ถือ CPN SAT ROJNA BAY TTA SSI
2. หุ้นปันผลดี คงคำแนะนำ CPF TVO SPALI MCS GFPT
3. Value Stocks : คงคำแนะนำ KBANK
Performance : อัตราผลตอบแทนวันพฤหัสบดี อยู่ที่เฉลี่ย -0.80%d-d และตั้งแต่
แนะนำเมื่อ 5/11 เป็นต้นมา พอร์ตลงทุนมีผลตอบแทนเฉลี่ย +0.72% (ไม่รวมกำไรที่
รับรู้ไปแล้ว 15.13% แบ่งเป็น +7.83% ขายเมื่อวันที่ 11/11 กลุ่ม HighBeta และ
4Q09F Earnings Play และ+7.3% จากขายทำกำไร RATCH SCIB MINT เมื่อ
12/11)

(-) สรุปทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก และกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญวานนี้
• - Daily Index Performance (Mix) : พฤติกรรมการลงทุนที่เริ่มหันไปหาสินทรัพย์
เสี่ยงมากขึ้น จะส่งผลลบต่อตลาดหุ้นเอเชียฯเช้านี้ แม้วานนี้ การเปลี่ยนแปลงของ
ตลาดหุ้นเอเชียฯ จะ Mix และส่วนใหญ่อิงจากปัจจัยในประเทศเป็นหลัก เช่น ญี่ปุ่น-
การเพิ่มทุนใหม่จำนวนมาก ไต้หวัน*แนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีหลังมีข้อตกลงร่วมทางการ
เงินกับประเทศจีน ฮ่องกง-การขายทำกำไรหลังดัชนีฯสร้างสถิติสูงสุดใหม่
อินโดนีเซีย-วิตกต่อการทำCapital Control ฯลฯ หลังจากทิศทางดอลล์สหรัฐฯ ไม่มี
ความชัดเจนว่าจะอ่อนต่อ หรือ ปรับแข็งค่าขึ้น
• +/- Sector Performance : คาด การปรับลดลงของหุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ ใน
หลายอุตสาหกรรม เช่น พลังงานอสังหาฯ วัสดุก่อสร้าง ขนส่ง ปิโตรเคมี ฯลฯ จะยังคง
มีต่อเนื่อง จาก การทำช็อตของพอร์ตโบรกเกอร์ในประเทศที่วานนี้ ขายสุทธิสูงถึง -
599 ล้านบาท และการกลับมาขายสุทธิรอบใหม่ของนักลงทุนต่างชาติ แม้วานนี้จะ
กลับมาซื้อสุทธิ +194 ล้านบาทก็ตาม คำแนะนำวันนี้ คือ ตั้งรับ หุ้นปันผลสูง หรือ หุ้น
มีข่าวดี เมื่อดัชนีฯอ่อนตัวลงมาบริเวณ 685-690 จุด
• +/- Fund Flow เราพบว่า พฤติกรรมการลงทุนในปัจจุบัน (เดือนพย.09) ยังคง
เป็นไปตามพฤติกรรมการลงทุนในอดีตย้อนหลังเฉลี่ย15 ปีที่ผ่านมา-ดูตารางข้างล่าง
โดยนักลงทุนต่างชาติจะเป็นผู้ขายสุทธิสูงสุดในเดือนพย.ขณะที่นักลงทุนสถาบันใน
ประเทศจะเป็นผู้ซื้อสุทธิ ซึ่งสอดคล้องกับการลงทุนปัจจุบัน (1-19 พย) ที่นักลงทุน
ต่างชาติขายสุทธิสะสม 8.45 พันล้านบาท และนักลงทุนสถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ
5.88 พันล้านบาท โดยวานนี้ ต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อครั้งแรก ในรอบ 6 วันทำการ
จำนวน +194.06 ล้านบาท จากวานนี้ขายสุทธิ -1.03พันลบ. และนักลงทุนสถาบันซื้อ
สุทธิอีก +158.06ล้านบาท จากวานนี้ +307.76 ล้านบาท ทั้งนี้ เราคาดว่าประเด็น
เศรษฐกิจจาก การส่งออกเดือนตค.วันนี้ และตัวเลข 3Q09 GDP จันทร์นี้ เป็นหนึ่งใน
ปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นวันนี้

สรุปปัจจัยที่มีผลต่อตลาดวันนี้ เป็นสัญญาณ NEGATIVE
• + Nomura ออกรายงาน Earnings Results Monitor (Recent results
summary) พบว่า รายงานผลการดำเนินงานล่าสุด ที่ออกใน 3Q09F (นับจนถึงล่าสุด)
พบว่า จำนวนบจ. ทีรายงานกำไรดีกว่าคาดเหลือเพียง 36%ลดลงจาก 41% ใน
2Q09 ส่วนรายงานผลการดำเนินงานของไทยล่าสุด จำนวน 113 หลักทรัพย์ พบว่า
จำนวนบจ.ที่ดีกว่าคาดการณ์มี 31.9% และแย่กว่าคาด มี 30.1% ซึ่งถือว่าแย่ลงเมื่อ
เทียบกับช่วงสำรวจในเดือนก่อน จากจำนวนทั้งหมด 106 หลักทรัพย์ มีจำนวนบจ.ที่ดี
กว่าคาด 33.96% และแย่กว่าคาด 22.64% โดยไทย อินเดีย เกาหลีใต้ เป็น3 ประเท
สที่พบว่า จำนวนบจ.ที่รายงานกำไรลดลง ปรับเพิ่มขึ้น ในการสำรวจล่าสุด ขณะที่
ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ เป็นสองประเทศที่รายงานกำไรดีกว่าคาดถึง 10% แต่ด้วยจำนวน
บจ.ที่รายงานงบการเงิน ยังคงมีจำนวนน้อย
• ทั้งนี้ กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน เป็นกลุ่มที่รายงานกำไรเติบโตเพิ่มขึ้นสูงสุด
(มากกว่า 10 ppt) ส่วนกลุ่มอุตฯที่มีจำนวนบจ.รายงาน Surprise ลดลง ได้แก่
Consumer Durables & Apparel, Food Beverages & Tobacco, Media, Retailing,
Soft ware & Services, Telecommunication service, Utilities ขณะที่กลุ่มที่รายงาน
กำไรแย่กว่าคาด สูงสุด คือ Real Estate, Semiconductors ส่วนประเทศไทย บจ.ที่
รายงานกำไรดีกว่าคาดล่าสุด ได้แก่TRUE AMATA THCOM MAJOR ITD TASCO
RS HAAN AIT STEC EASTW ROJNA KCE CPALLTSTH MILL CPF BANPU
BCP ส่วนบจ.ที่รายงานกำไรแย่กว่าคาด ได้แก่ CENTEL CK ESSO TRT RCL CPI
AH UPOIC HMPRO GRAMMY KH THAI HEMRAJ ERAWAN MINT TTCL IRP
UVAN CSP SVI SF CCET
• - ค่าเงินดอลล์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นจากพฤติกรรมการลงทุนที่หันไปหาสินทรัพย์
เสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยวานนี้Dollar Index ในตลาดสหรัฐฯ ปิดแข็งค่าขึ้น เป็น 75.293 จาก
วันพุธ 75.185 และเช้านี้อยู่ที่ 75.268-75.304 จากพฤติกรรมการลงทุนที่เริ่มหันไปหา
สินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูงมากขึ้น และการวิตกต่อการควบคุม Hot Money
ของประเทศในเอเชีย
• +/- รายงานเศรษฐกิจวานนี้ ลบ แต่วันนี้ บวก โดยวานนี้ Singapore รายงาน
3Q09 GDP (+0.6%y-y แต่ถุกปรับลดลงจากประมาณการณ์เริ่มต้น +0.8%y-y) แต่ดี
กว่าคาด +0.5%y-y และดีกว่า2Q09 -3.3%y-y ส่วนสัญญาณฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
สหรัฐฯ เป็นไปอย่างช้าๆ โดย US Leading Indicators เพิ่มขึ้นแต่น้อยกว่าคาด
(+0.3%m-m Vs คาด +0.5%m-m และลดลงจากเดือนก่อน +1.0%m-m),
Philadelphia Fed Survey เดือนพย. ดีกว่าคาดมาก(16.7 Vs คาด 11.6 และดีกว่า
เดือนก่อน

ส่วนรายงานเศรษฐกิจวันนี้ คาดว่าจะเป็นบวก นำโดย
1.OECD ปรับเพิ่มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 10F เป็น 3.4% (จากเดิม 2.3%)
และ +3.7% สำหรับปี 11F
2.Thailand-การส่งออกเดือนตค. คาดเติบโตดีขึ้นเป็น -3.8%y-y (จากเดือนก่อน -
8.5%y-y) ดุลการค้าเดือนตค.คาดลดลงเป็น $1.8bn (จากเดือนก่อน +$2bn.)
3.Malaysia-3Q09F GDP คาดเติบโตดีขึ้นเป็น -2%y-y (จาก 2Q09 เติบโต -3.9%
y-y) CPI เดือนตค. คาดปรับเพิ่มขึ้นเป็น -1.5%y-y (จากเดือนก่อน -2.0%y-y)
4.Japan-ผลประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น วันที่สอง คาดคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ
เดิม 0.10% ส่วนในยุโรปและสหรัฐฯ จะไม่มีรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ โดย
สหรัฐฯมีเพียง state-by-state Job reports และEarnings-Ann Taylor

(+/-) สรุปกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ วันนี้หรือสัปดาห์นี้
1. CNS ออกรายงาน Weekly Commodity Update (ดูรายงานใน Weekly
Commodity Update วันอังคาร แนะนำ รอซื้อเมื่อดัชนีฯลดลงมาที่บริเวณต่ำกว่า 690
จุด BANPU TTA TVO SSI )
2. + กลุ่มสถาบันการเงิน (สินเชื่อเดือนตค. Update ล่าสุด) Top pick คือ KBANK
95 บาทSCIB (ประเด็น M&A อาจมี Upside ถึง 26 บาท ณ 1.5 เท่าของ Adjusted
BV/share ) คาดสินเชื่อของกลุ่มธนาคารมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นในช่วงปลายปี: คาดการ
เติบโตของสินเชื่อในกลุ่มธนาคารจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น m-m เมื่อเทียบกับช่วง 9M09
โดยเฉพาะในเดือนธ.ค. ที่คาดว่าสินเชื่อจะเติบโตชัดเจนสนับสนุนจากปัจจัยตามฤดู
กาลที่ความต้องการของสินเชื่อจะปรับเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี โดยเฉพาะสินเชื่อที่ใช้
เป็นเงินทุนหมุนเวียน(ล่าสุด BBL+0.2%m-m KTB +0.4%mm KBANK+0.4%m-m
SCIB -0.5%m-m ต่อจาก SCB TISCO KK TMB )
3. + กลุ่มส่งออก : คาดว่า รายงานการส่งออกของไทยเดือนตค.ในวันศุกร์นี้ โดย
การส่งออกจะมีมูลค่า 14.6 พันล้านเหรียญ ลดลงเพียง -3.8% y-y ( Nomura คาด -5%
y-y; Sep-09 = -8.5%y-y)และการนำเข้าจะลดลงในอัตรา – 16.8%y-y (Nomura คาด -
13%y-y;Sep-09 = -17.9%) และดุลการค้าจะเกินดุล 1.82 พันล้านเหรียญ (Nomura
คาดเกินดุล 900 ล้านเหรียญ ;Sep-09 =+1.98 พันล้านเหรียญ ) จะส่งผลบวกต่อหุ้น
กลุ่มส่งออก อย่างไรก็ดี แรงขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดัคเตอร์ ในสหรัฐฯวานนี้ คาดว่าจะ
ส่งผลลบต่อหุ้นกลุ่มนี้ แนะนำ ตั้งรับเมื่อดัชนีฯต่ำกว่า 690 จุดHANA SAT ราคาเป้า
หมาย 25.15 บาทและ 14.90 บาทตามลำดับ
4. CNS Reports : Company Update(MAJOR PTT) Banking Sector (Loan
update)
5. News: SCIB-ที่ปรึกษาฯจะส่งแนวทางการขายหุ้นให้ FIDF สัปดาห์หน้า-
นสพ.ทันหุ้น SAMART-ผู้บริหารชี้ว่าไม่ได้รับผลกระทบกรณี CATS ในเขมร
MAJOR-ขายหุ้น CAWOW 43ล้านหุ้นเหลืออยู่ 19% / กลุ่มเสื้อแดงนัดชุมนุมเร็วขึ้น
ตั้งแต่ 23 พย.เป็นต้นไป เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา-บิสนิวส์

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment