|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะหุ้น 23/11/52
|
|
|
Monday, 23 November 2009 10:03 |
|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 23/11/52
ถ้าเทรดดิ้ง..เน้นเล่นสั้นทำกำไรไว // ถือลงทุนรอรับต่ำ... กลยุทธ์วันนี้ ตลาดหุ้นฝั่งสหรัฐและยุโรปเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วปรับตัวลดลง กันถ้วนหน้า เนื่องจากความกังวลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มลด การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และหันไปซื้อเงินดอลลาร์แทน ทำให้ค่าเงินดอลลาร์เริ่ม กลับมาแข็งค่าอีกครั้ง อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ถือว่าปรับตัวลดลงมานำหน้าตลาดหุ้นฝั่งสหรัฐและยุโรปพอควร ขณะที่การคาดการณ์ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียที่เชื่อว่าจะสามารถกลับตัวได้เร็วกว่า ทำให้ FSS คาดว่าสัปดาห์นี้จะมีแรงซื้อสลับเข้ามาผลักดันให้ตลาดในย่านเอเชีย รวมทั้ง SET มีจังหวะแกว่งขึ้นเป็นจังหวะได้บ้าง ดังนั้นถ้าจะเข้าเทรดดิ้งเล่นรอบสั้นก็สามารถ ดูจังหวะเข้าซื้อขายได้ แต่ยังเน้นขายเมื่อตลาดขยับขึ้นอยู่ เพราะเราเชื่อว่า SET จาก นี้ไปจนถึงสิ้นเดือนจะยังอยู่ในช่วงของการปรับพักฐาน ซึ่งยังมองเป้าหมายการแกว่ง ลงไว้ที่บริเวณ 670-650 จุด โดยมีแรงกดดันทั้งจากเรื่องการชุมนุมทางการเมือง ประเด็นมาบตาพุดที่ยังไม่มีความชัดเจน และความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชา ก่อนจะขยับขึ้นในเดือน ธ.ค. จากเม็ดเงินใหม่ของ LTF และ RMF ที่จะช่วยพยุง ตลาด ตลาดที่พักฐานในระยะ 2 – 3 สัปดาห์ข้างหน้าน่าจะเป็นโอกาสดีในการทยอย สะสมหุ้นพื้นฐานดี เราแนะนำ BAY, BANPU, BCP, BGH, CPALL, DCC, DELTA, IRPC, QH, ROJNA, STEC, TASCO และ TVO ประเด็นสำคัญต่างประเทศ Dow Jones เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดลบ 14 จุด (ซึ่งทำให้ทั้งสัปดาห์ที่ผ่าน มาบวกเพียง 0.5% W-W) จากค่าเงินดอลลาร์ที่ดีดกลับมาแข็งค่าเป็นวันที่ 2 เนื่อง จากนักลงทุนลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และเริ่มกลับเข้ามาซื้อเงินดอลลาร์และ พันธบัตรส่งผลให้ผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 2 ปีลดลงต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปี เหลือเพียง 0.68% ขณะที่ตั๋วเงินคลัง 3 เดือน อัตราผลตอบแทนเกือบใกล้ศูนย์ 0.01% สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเปิดซื้อขาย 4 วันทำการโดยหยุดวันพฤหัส เพราะเป็นวัน Thanksgiving ราคาน้ำมันลดลง 74 เซนต์ ปิดที่ US$76.72 หลังค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ขณะที่ตลาดก็ยังกังวลกับความต้องการใช้น้ำมันที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ราคาทองยังปรับตัวบวกได้และทำ New high ต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 แม้ว่าดอลลาร์จะ แข็งค่าก็ตาม โดยปิดที่ US$1,146 ค่าระวางเรือ (BDI) ปรับตัวลง 154 จุด ปิดที่ 4,507 จุด ตลาดหุ้นญี่ปุ่นหยุดวันนี้เนื่องในวันหยุดประจำชาติ
ประเด็นสำคัญในประเทศ การส่งออกของไทยในเดือน ต.ค. มีมูลค่า 14,813 ล้านบาท ลดลง 3.0% Y-Y (หดตัวน้อยสุดในรอบปี) ดีกว่าที่ตลาดคาดว่าจะหดตัว -5% Y-Y และลดลง 0.6% M-M หากไม่รวมอัญมณีและเครื่องประดับ การส่งออกในเดือน ต.ค. จะเพิ่มขึ้น 3.8% M-M เติบโตติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 และลดลงเพียง 4.5% Y-Y ดีขึ้นมากจากเดือน ก.ย. ที่ลดลง 12.7% Y-Y แนวโน้มในเดือน พ.ย. – ธ.ค. จะพลิกกลับมาขยายตัว Y-Y เดือนละ 18% - 23% Y-Y ซึ่งอาจทำให้ทั้งปี 2009 หดตัวเพียง 14% - 15% ใกล้เคียง กับที่กระทรวงพาณิชย์คาด และดีกว่าที่เราคาดที่ -20% ธนาคารใหญ่สินเชื่อเพิ่มขึ้น M-M ยกเว้น TMB และ BAY ที่มีสินเชื่อหดตัว แรง แนวโน้มกำไร 4Q09 คาดจะชะลอตัว 15%Q-Q แต่จะเพิ่มขึ้นมากราว 50%Y-Y แต่ความต้องการสินเชื่อจะสดใสขึ้นในปี 2010 จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และ ความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัว เราคาดการขยายตัวของสินเชื่อในปี 2010 ที่ราว 9% คงคำ แนะนำ Overweight และ Top Pick คือ KBANK SCB และ BAY อย่าลืม! PTT13CA เทรดวันสุดท้าย 14 ธ.ค. (อีก 13 วันทำการ) ราคาแปลง สภาพ 251.90 บาท อัตราใช้สิทธิ 5:1 ราคาหุ้นปัจจุบัน Out of the Money ดังนั้น ยิ่ง เข้าใกล้วันหมดอายุเมื่อไหร่ ราคาหุ้นยิ่งใกล้ศูนย์
Technical View : “ตลาดยังอยุ่ระหว่างการแกว่งตัวลงต่อเนื่อง โดยปิดวันยัง อยู่ใกล้ๆ กับจุดต่ำสุดของวันอยู่ ทำให้ไม่น่าตามเข้าเทรดดิ้ง แต่นับจากวันนี้ไปคาดว่า แม้จะปรับตัวลงต่ออยู่ แต่จะมีจังหวะให้เข้าเทรดดิ้งได้บ้างแล้ว...” แนวรับ : 690* , 684-680** , 677-667*** แนวต้าน : 700-704***
Technical Picks: SCIB (Bt 24.40 เป้าเทคนิค 26 cut loss ถ้าหลุด 24) TCAP (Bt 20.30 เป้าเทคนิค 23 cut loss ถ้าหลุด 19.80) MLINK (Bt 1.33 เป้าเทคนิค 1.50 cut loss ถ้าหลุด 1.30)
|
Comments