| รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง |
|
| Thursday, 18 September 2014 09:51 | |||
|
สรุปภาพตลาด
Short term; cautious optimism
วันนี้คาด Sideways แนวรับ 1,562 ต้าน 1,585 จุด ปัจจัยบวก เมื่อวานเฟดไม่ทำให้ตลาดผิดหวัง ในถ้อยแถลงยังไม่ตัดคำว่า “Considerable time” ออก (ต้องรอให้ภาวะเศรษฐกิจดีกว่านี้ถึงเริ่มขึ้นดอกเบี้ย) ซึ่งดีกว่าที่ตลาดและ MS มอง จากถ้อยแถลงดังกล่าว ทำให้เกิดแรงซื้อคืนหุ้นระยะสั้น จากที่ขายไปก่อนหน้า, จีนอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจราว 5 แสนล้านหยวน (standing lending facility (SLF)) เทียบเท่ากับการลด RRR 0.5% ปัจจัยลบ MS คาด MSCI Thailand มี Downside ราว 8.4% และ Valuation ตลาดหุ้นไทยไม่ถูก กลยุทธ์เล่นรอบระยะเดือน (กย.) เราได้แนะนำขึ้นทยอยขายล็อกกำไร โดยคาดหุ้นใหญ่ที่จะตกเป็นเป้าหมายในการถูกขายล็อกกำไรได้แก่ ขนส่ง ค้าปลีก อาหาร Utilities (ไฟฟ้า ประปา ทางด่วน รถไฟฟ้า) โรงพยาบาล พิจารณาจาก PE forward I/B/E/S อยู่บนโซน+2SD) (ดูตารางเปลี่ยนแปลงด้านในฉบับ) แนะไปรอซื้อคืนเมื่อปรับฐาน ให้น้ำหนักดัชนีฯไม่หลุดแนวรับ 1,530/1,517 จุด หุ้นแนะนำ BJCHI เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 46 บ., GUNKUL (แถลงแผนธุรกิจวันนี้ คาดมีแนวโน้มจับมือบริษัทฯอื่นทำ Solar roof โมเดลเดียวกับ ECF)
BLS รายงานพื้นฐานวันนี้ (ดูรายละเอียดฉบับเต็ม) (+) BJCHI คาดการรับรู้รายได้ตาม backlog จากงาน FPSO หนุนกำไรหลัก 2H14 เติบโต 64% HoH ซึ่งขณะนี้บริษัทมี backlog มีสูงถึง 98% ของรายได้ที่เราคาดการ และคาดอัตรากำไรขั้นต้นของปีถัดๆไปมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ จากโอกาสในการ bid งานตรงจาก Petrobras นอกจากนี้บริษัทยังมีโอกาสได้รับงานในเหมืองแร่ในออสเตรเลียหลังจากเข้าลงทุน 30% ใน Aus-Com เพื่อผ่าน local content ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ประเด็นกดดัน BJCHI ในด้านที่ข้อจำกัดที่จะได้รับงานที่มีมาร์จิ้นต่ำเนื่องจากต้องผ่าน EPC contractors ลดลง เราคงคำแนะนำ ซื้อ และปรับราคาเป้าหมายเป็น 46 บาท (อิง PE กำไร ปี 2015 ที่ 13x) (0) รายงานอัตราค่าโฆษณา เดือน สค.โดยรวมยังคงลดลงอีก 10.24% y-y เราคาดอัตราค่าโฆษณาจะเริ่มฟื้นช่วงปลายปีนี้ หรือ ต้นปีหน้า ยังไม่ต้องรีบซื้อหุ้นทวี, โฆษณาช่วงนี้ สำหรับหุ้นแนะนำซื้อในกลุ่มนี้มีเพียงตัวเดียว คือ MAJOR (+) เราปรับเพิ่มคำแนะนำกลุ่มยานยนต์จาก Underweight เป็น Neutral หุ้น Top pick คือ SAT STANLY PCSGH รายงานยอดผลิตรถยนต์เดือน สค. อยู่ที่ 1.4 แสนคัน ลดลง 27% y-y ส่วนยอดสะสม 8 เดือนอยู่ที่ 1.25 ล้านคัน -28.3% y-y แต่เราคาดเดือน กย.จะเห็นตัวเลขที่ติดลบน้อยลง คาด -23% y-y ส่วนกำไรหุ้นในกลุ่มนี้คาดว่าจะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวตังแต่ 3Q14
หุ้นมีข่าว (+) BMCL หวังได้งานบริหารเดินรถสายสีน้ำเงินก่อนสิ้นปีนี้ (-) BTS มีแนวโน้ม ไม่ได้งาน Subway ในจีน (+) SST คาดมีดีลซื้อกิจการเพิ่ม (-) 18 กย. กสท. ตัดสิน BEC ออกอากาศคู่ขนาน หรือปล่อยจอดับ (เราคงแนะนำ ขาย คาดค่าโฆษณามีแนวโน้มลดลง) (+) EGCO กลางเดือน กย.คาดมีความคืบหน้าเรื่องการตรวจสอบโครงการ IPP 5000 MW (หรือ IPP รอบ 3) ด้านสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจกฟผ. ยื่น รมว.พลังงาน ให้ประมูล IPP#3 ใหม่ หากมีการประมูลใหม่คาด เป็นบวกต่อ EGCO
ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด (-) กลต. หารือ ตลท. ออกมาตรการควบคุมการเก็งกำไรหุ้นเล็ก และ หุ้น MAI (0) ครม.ผ่านร่าง กม.ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล เรามอง Neutral ต่อตลาด 1) ภาษีบุคคลธรรมดาเป็นมาตรการที่ตลาดรับรู้อยู่แล้ว (รัฐเคยประกาศการทยอยปรับลดภาษีให้ใกล้เคียงกับ AEC) 2) ภาษี บจ. เราใส่ไว้ในประมาณการอยู่แล้วที่ 20% ดังนั้นไม่มีผล (+/0) จีนออกมาตรการอัดฉีดเงิน 5 แสนล้านหยวน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการปล่อยสภาพคล่องระยะสั้น 2 วัน ให้สถาบันการเงิน MS มอง Neutral ต่อตลาด (คาดไว้อยู่แล้ว) / เรามองภาพระยะสั้น หุ้นเชื่อมโยงสินค้าโภคภัณฑ์ PSL TTA BANPU PTTGC IVL อาจขึ้นได้ไม่ไกลจากข่าวนี้ แต่ ระยะกลางคาดมีโอกาส Outperform ตลาด เพราะมองว่าจีน มีโอกาสจะดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพิ่มขึ้น (+) เมื่อวันอังคาร US PPI (Core) สค. +0.1% ตามคาด (ลงจาก +0.2%) เงินเฟ้อและการผลิตสหรัฐฯที่ชะลอลง คาดลดความวิตกเฟด เข้มงวดนโยบายเร็ว (+) และเมื่อวาน เงินเฟ้อ US CPI (สค.) พลิกติดลบ 0.2% m-m แย่กว่าคาดที่ 0% จาก 0.1% (+) เมื่อวานเฟด ไม่สร้างความผิดหวังให้ตลาด และเป็นตามที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาด โดยเฟดยังไม่เปิดเผยมาตรการรองรับการเข้มงวดนโยบายการเงินหลังสิ้นสุด QE และไม่เน้นเรื่องระยะเวลาในการขึ้นดอกเบี้ย (อย่างไรก็ตามเราคาดว่าผลกระทบจาก Forward guidance ในการประชุมรอบ ตค.-ธค. จะมีผลลบต่อตลาดจากการปรับพอร์ตของนักลงทุนต่างชาติ แต่เชื่อว่าการลงไม่น่ากลัว เพราะปลายปีก่อนขายไปเยอะ จากประกาศสิ้นสุด QE) (-) นักค้าเงินคาดการลงมติ Scottish referendum (แยกออกจากสหราชอาณาจักร) ปลายสัปดาห์นี้ ส่งผลให้เงินปอนด์อ่อนค่า (ดอลลาร์แข็งค่า เทียบสกุลเงินหลัก) (+/-) เมื่อวาน กนง.คงดอกเบี้ยที่ 2%
วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด
ธนาคารสหรัฐลดมาตรการ QE และยังคงย้ำถ้อยคำอัตราดอกเบี้ยต่ำยาวนาน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด นางเจเนท เยลเลนได้มีการแถลงผลการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 16-17 ก.ย ว่าเฟดมีการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0-0.25% และลดมาตรการเข้าซื้อตราสารหนี้ หรือ QE ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือนเหลือ 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน ภายใต้การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐระดับปานกลาง อัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าหมายที่ระดับ 2% และตลาดแรงงานยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่เทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาว (ล่าสุดอัตราว่างงานเดือนส.คที่ 6.2%) โดยประธานเฟดได้กล่าวถึงการตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยคงพิจารณาจากข้อมูลต่างๆ และไม่ระบุว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่ในแถลงยังมีวลีที่นักลงทุนสนใจ คือ การคงอัตราดอกเบี้ยต่ำที่ยาวนาน ข้อสังเกตคือ การประเมินอัตราดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่เฟดอยู่ที่ 1.375% ในสิ้นปี 2015 (Bloomberg)
กนง.คงดอกเบี้ยเอื้อศก.ฟื้น ชี้นโยบายการเงินที่ผ่อนปรนไม่ก่อความเสี่ยงด้านเสถียรภาพ มติเอกฉันท์ 5 ต่อ 0 'ณรงค์ชัย-อาคม'ไม่เข้าร่วม ประชุม อ้างติดภารกิจ กนง. มติเอกฉันท์ 5 ต่อ 0 เสียง "คง" ดอกเบี้ย 2% ย้ำนโยบายการเงินผ่อนคลายยังจำเป็น เพื่อเอื้อการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่อยู่ในระยะเริ่มแรก มั่นใจนโยบายการเงินโลกที่แตกต่าง ไม่กระทบไทย ด้านนักเศรษฐศาสตร์ ชี้เป็นสัญญาณ เริ่มแรกของดอกเบี้ยขาขึ้น เชื่อกลางปีหน้าได้เห็น กนง. ขยับขึ้นดอกเบี้ย (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)
'สบน.'เล็งออกบอนด์ 7 แสนล้านบาท ลงทุนอินฟรา-ปรับโครงสร้างหนี้ สบน. เผยแผนระดมเงินผ่านตลาดตราสารหนี้ ปีงบ 58 วงเงิน 7 แสนล้านบาท เพื่อนำไปใช้ปรับโครงสร้างหนี้เดิม 3.9 แสนล้านบาท และก่อหนี้ใหม่ในงบ 58 จำนวน 3.15 แสนล้านบาท รัฐบาลมีแผนใช้เงิน 9 หมื่นล้านบาท เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านการกู้สถาบันการเงินระยะสั้น 5 หมื่นล้านบาท ที่เหลือ 4 หมื่นล้านบาท นำมาจากงบประมาณประจำปี (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)
ดัชนีอุตฯวูบสวนทางผู้บริโภคฟื้น หวั่นสงครามลาม กระทบยอดสั่งซื้อ ลุ้นรัฐบาลใหม่รุ่ง ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรม ส.ค. ร่วงครั้งแรกรอบ 4 เดือน คำสั่งซื้อวูบ ด้านดัชนีผู้บริโภคฟื้น นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน ส.ค. อยู่ที่ 88.7 ลดลงจากเดือน ก.ค. ที่ดัชนีอยู่ที่ 89.7 ถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือนนับตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ดัชนีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)
อุตฯยานยนต์อ่วม 8 เดือนยอดขายวูบ 38% นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า เดือน ส.ค. 2557 จำนวนส่งออกรถยนต์ 89,550 คัน ลดลง 14.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่าการส่งออก 42,022.70 ล้านบาท ลดลง 11.58% ส่งผลให้ยอดการส่งออกรถยนต์ในช่วง 8 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-ส.ค. 2557) อยู่ที่ 741,382 คัน เพิ่มขึ้น 1.69% โดยมีมูลค่าการส่งออก 351,210.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% (หนังสือพิมพ์โลกวันนี้)
ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ Tel. (662) 618-1330-1
รายงานวันนี้
หุ้น: BJCHI คำแนะนำ: ซื้อ ราคาเป้าหมาย (บาท): 46.00
เราคงคำแนะนำ ซื้อ และปรับราคาเป้าหมายเป็น 46 บาท (อิง PE กำไร ปี 2015 ที่ 13x) คาดกำไรหลัก 2H14 เติบโต 64% HoH จากการรับรู้รายได้งาน FPSO จาก Petrobras ตาม backlog ซึ่งบริษัทมีงานรอรับรู้ในช่วง 2H14 กว่า 2,600 ล้านบาท คิดเป็น 98% ของประมาณการรายได้ของเรา เราคาดว่าบริษัทมีโอกาสสูงที่จะได้งานต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างประมูลงาน FPSO เพิ่มเติมจาก Petrobras มูลค่างานกว่า 5,900 ล้านบาท เข้าลงทุนในบริษัท Aus-Com 30% เป็นเงิน AUD722,033 คาดเป็นปัจจัยหนุนให้บริษัทจะได้รับงานต่อเนื่องในออสเตรเลียอย่างน้อยปีละ 500 ล้านบาท
นักวิเคราะห์: วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ ผู้ช่วยนักวิเคราะห์: ธนัท พจน์เกษมสิน
กลุ่ม: สื่อ คำแนะนำ: NEUTRAL ราคาเป้าหมาย (บาท): -
เม็ดเงินโฆษณารวมเดือนส.ค.ลดลง 10% YoY และเม็ดเงินโฆษณาทีวีลดลง 8% YoY เม็ดเงินโฆษณาเดือนส.ค.ยังคงไม่ฟื้นตัวเนื่องจากการตัดงบโฆษณารายใหญ่เพิ่มขึ้น หากแยกเป็นรายช่อง BEC ยังคงเป็นรายเดียวที่ใช้เม็ดเงินโฆษณาเพิ่มขึ้น 6% YoY ช่อง 9 ได้รับผลกระทบมากที่สุดในเดือนนี้ ซึ่งเม็ดเงินโฆษณาหดตัวลง 20% YoY Top pick กลุ่มสื่อของเราได้แก่ MAJOR
นักวิเคราะห์: ประสิทธิ์ สุจิรวรกุล
กลุ่ม: ยานยนต์ คำแนะนำ: NEUTRAL ราคาเป้าหมาย (บาท): -
เราปรับคำแนะนำจาก ลดน้ำหนักการลงทุน เป็น NEUTRAL และแนะนำซื้อ STANLY, SAT และ PCSGH หนุนจากอุปสงค์ที่ฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ยอดส่งออกยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น และกำไรกลุ่มยานยนต์ในไตรมาส 4/57 ที่คาดจะปรับตัวดีขึ้น ยอดผลิตยานยนต์ในเดือนส.ค.ลดลง 27% ตามคาด และมองว่ายอดผลิตในเดือนก.ย.จะลดลงอย่างต่ำ 23% YoY มีความเสี่ยงขาลงต่อประมาณการยอดผลิตยานยนต์ปี 2557 กำไรไตรมาส 3/57 ของหุ้นกลุ่มยานยนต์คาดชะลอตัว สอดคล้องกับยอดผลิตรถยนต์ที่น่าจะต่ำลง AH และ SAT มองว่ายอดผลิตรถยนต์ ยอดขาย และยอดส่งออกในปีหน้าจะปรับตัวดีขึ้น 10%
นักวิเคราะห์: สุวัฒน์ บำรุงชาติอุดม
หมายเหตุ: รายงานดังกล่าวเป็นเพียงเนื้อหาโดยสรุป สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม
โดย บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ประจำวันที่ 18 ก.ย. 2557
|
Comments