|
บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส แนะ 'ซื้อ' PTTEP
|
|
|
Monday, 14 December 2009 14:59 |
|
บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : PTTEP แนะนำ 'ซื้อ' ราคาพื้นฐาน 173 บาท
กำไรสุทธิจะกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 53-54 เราคาดว่ากำไรสุทธิของ PTTEP ในปี 52 จะลดลง 41% สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี เนื่องจากราคาน้ำมันดิบปรับลง (ราคาน้ำมันดิบ Brent เท่ากับ 97 US$/bbl ในปี 51 และเป็น 61 US$/bbl ใน YTD ของปี 52) และได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำมันรั่วในแหล่งมอนทารา ออสเตรเลีย แต่กำไรสุทธิจะกลับมาเติบโตแข็งแกร่ง 62% ในปี 53 จากราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยที่คาดว่าจะปรับขึ้นเป็น 80 US$/bbl และปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น 18% เป็น 271k boed รวมทั้งได้รับค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัยด้วย สำหรับปี 54 กำไรสุทธิมีแนวโน้มขยายตัวต่ออีก 31% โดยมีแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นต่อเป็น 85 US$/bbl และปริมาณการผลิตสูงขึ้น เกี่ยวกับความเสียหายของโครงการมอนทารา ใน 3Q52 ทาง PTTEP ได้บันทึกค่าเสียหายจากการรั่วไหลของน้ำมันในโครงการมอนทาราไปแล้ว 156 ล้านUS$ (เป็นความเสียหายจริง 100 US$/bbl และคาดการณ์ความเสียหายอีก 56 US$/bbl) แต่คาดว่าจะบันทึกค่าเสียหายเพิ่มอีก 100 ล้านUS$ หลังจากมีเพลิงไหม้เกิดขึ้น ขณะนี้ PTTEP กำลังประเมินความเสียหายที่แท้จริงและดำเนินการเรื่องการขอเคลมค่าสินไหมทดแทน ทั้งนี้บริษัทได้ทำประกันความเสียหายของโครงการนี้ไว้เท่ากับ 267 ล้านUS$ โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้ค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่ 4Q52 และจะรับรู้ทั้งหมดภายใน 1H53 จากการประเมินในเบื้องต้นบริษัทเชื่อว่าโครงการนี้ยังสามารถเดินหน้าพัฒนาต่อได้หลังการปรับปรุงและซ่อมแซมความเสียหาย โครงการลงทุนอื่นเดินหน้าตามแผน โดยโครงการอาทิตย์ด้านเหนือได้มีการผลิตก๊าซเต็มที่แล้วตั้งแต่เดือนต.ค.52 ซึ่งเท่ากับ 150mmscfd ส่วนโครงการ MTJDA เริ่มการผลิตตั้งแต่ต้นพ.ย.52 และคาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ก่อนสิ้นปีนี้ โดยคาดว่าโครงการนี้จะเริ่มผลิตก๊าซ 135 mmscfd และเพิ่มขึ้นเป็น 335 mmsfcd ใน 4Q53 ซึ่งทั้งสองโครงการนี้เป็น Key growth ในปี 53 ของ PTTEP สำหรับโครงการมอนทาราคาดว่าจะเลื่อนเปิดดำเนินการไปเป็น 1Q54 (จากเดิมที่จะเปิดปลายปี 52) โดยโครงการนี้มีกำลังการผลิต 35,000bpd ในปี 54 และลดลงเป็น 20,000bpd ในปี 55 และ 9,000bpd ในปี 56 สำหรับโครงการลงทุนอื่นๆ ที่เหลือเดินหน้าตามแผน PTTEP ได้รับประโยชน์จากทิศทางการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบ โดยเรามีการปรับสมมติฐานราคาน้ำมันดิบ Brent ในปี 53-55 ขึ้น 5 US$/bbl เป็น 80-90 US$/bbl แต่คงราคาน้ำมันดิบระยะยาวไว้ที่ 90 US$/bbl ทำให้คาดการณ์กำไรสุทธิปี 53-54 เพิ่มขึ้นปีละ 7% และราคาตามพื้นฐานขยับขึ้นเป็น 173 บาท (DCF, WACC : 11.1%, ราคาน้ำมันดิบระยะยาว : 90 US$/bbl, Terminal growth : 2%) ยังคงคำแนะนำซื้อ แม้ว่าผลกระทบจากปัญหาน้ำมันรั่วไหลที่มอนทารายังไม่ชัดเจน แต่เชื่อว่าบริษัทได้ผ่านจุดที่แย่ที่สุดมาแล้ว และการเติบโตที่แข็งแกร่งของกำไรสุทธิในปี 53-54 จะช่วยหนุนราคาหุ้นในระยะต่อไปได้ ณ ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ปี 53 เท่ากับ 11.1 เท่า, EV/EBITDA 4.4 เท่า และ P/BV 2.5 เท่า นับว่าไม่สูงเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ
|
Comments