Error
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะหุ้น 21/12/52
Print
Monday, 21 December 2009 09:38

บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 21/12/52

กลยุทธ์การลงทุน
หน่วยงานรัฐเตรียมขอยกเว้นกิจการที่ได้ EIA ก่อน 2550 น่าจะเอื้อประโยชน์ต่อ PTT,
SCC
อาจต้องปรับเพิ่มกำไรกลุ่มบ้านหากรัฐยืดมาตรการภาษี และเงินดาวน์อีก 1 ปี แนะนำ
AP
คาดหุ้นน้ำมันแกว่งตัวเชิงบวก ทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดูไบ ที่สามารถยืนเหนือ 70
เหรียญฯ   
คาด SET Index มีโอกาสทดสอบ 720 จุดอีกครั้ง หลังมีข่าวบวก แนะนำ AP,
KBANK, PTTEP

หน่วยงานรัฐเตรียมขอยกเว้นกิจการที่ได้ EIA ก่อน 2550 น่าจะเอื้อประโยชน์ต่อ PTT, SCC
ตามที่ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างของ 65 โครงการ ยืนตามคำสั่งศาล
ปกครองกลาง ล่าสุด กระทรวงอุตสาหกรรม และ กระทรวงพลังงาน เตรียมเสนอขอผ่อนผันกิจการ
ที่ได้รับ IEA ก่อน 24 ส.ค. 2550 รวมถึงมีการปรับปรุงผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อเสนอต่อครม.
ใน 22 ธ.ค. นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีราว 25 โครงการที่จะได้รับการยกเว้น ซึ่งในมุมมองของฝ่ายวิจัย
คาดว่าจะมีอย่างน้อย 2 โครงการที่น่าจะได้รับคือ โครงการผลิตเอทิลินแห่งที่ 2 (MOC) ของ
SCC กำลังการผลิต 1 ล้านตัน ซึ่งก่อสร้างเสร็จแล้ว ตามแผนเดิม เตรียมเดินเครื่องผลิตในเชิง
พาณิชย์ในงวด 6 เดือนหลังของปี 2552 และโรงแยกก๊าซหน่วยที่ 6  กำลังการผลิต 2.6 ล้านตัน
หรือคิดเป็น 38.8% ของกำลังการผลิตก๊าซที่มีอยู่ในปัจจุบัน การเคลื่อนไหวดังกล่าวน่าจะเป็น
ปัจจัยบวกต่อผู้ประกอบการในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี หลังจากที่ราคาหุ้นได้ตกต่ำอย่างมาก
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา จากความไม่ชัดเจนของขบวนการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม ล่าสุดนัก
วิเคราะห์กลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมีได้มีการปรับลดประมาณการปี 2553 โครงการที่ได้รับผล
กระทบให้ล่าช้าออกไป  12 เดือน ซึ่งทำให้กำไรของกลุ่มนี้ลดลงจากเดิม 3.75% โดยเป็นการลด
ของกลุ่มปิโตรมีมากที่สุดถึง 9.75% นำโดย PTTCH (ถือ : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it )  ซึ่งปรับลดกำไรลง
จากเดิม 10.64% ขณะที่กลุ่มพลังงานปรับลดลงจากเดิม 3.3% ซึ่งทั้งหมดมาจากการปรับลดลง
ของ PTT(ซื้อ : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it ) ส่วนกลุ่มที่คาดว่าได้รับผลกระทบน้อยมาก หรือแทบไม่กระทบ
เลยคือ SCC โดยแม้ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับโครงการ MOC ข้างต้น แต่นักวิเคราะห์ ASP
ก็ได้รวมไว้ในประมาณการปี 2553 เพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงไม่มีผลต่อการปรับลดประมาณ  

อาจต้องปรับเพิ่มกำไรกลุ่มบ้านหากรัฐยืดมาตรการภาษี และเงินดาวน์อีก 1 ปี แนะนำ AP
มีกระแสข่าวในวงกว้าง คาดการณ์กันว่ากระทรวงการคลังอาจจะต่ออายุมาตรการกระตุ้น
อสังหาริมทรัพย์ ทั้งแพคเกจออกไปอีก 1 ปี  (เป็นการต่ออายุเป็นครั้งที่ 3) กล่าวคือ ลดภาษีธุรกิจ
ภาษีการโอน และจดจำนอง ซึ่งจะครบกำหนดสิ้น มี.ค. 2553 รวมถึงการลดหย่อนเงินดาวน์  3
แสนบาท ซึ่งครบกำหนดสิ้นปี 2552 ทั้งนี้หากรัฐยืดมาตรการออกจริง คาดว่าจะมีผลทำให้นักวิ
เคราะห์กลุ่มอสังหาริมทรัพย์อาจจะต้องปรับเพิ่มประมาณการจากเดิมที่คาดว่ากำไรสุทธิในปี
2553 เติบโตจากปี 2552 เพียง 7% ชะลอตัวลงจากปี 2552 ที่เติบโตสูงถึง 42% เทียบกับปี
2551  ฝ่ายวิจัยเลือกหุ้น AP เป็น Top pick เนื่องจากเป็น 1 ในหุ้นที่ให้ผลตอบแทนในเดือน
ม.ค.  (January Effects) โดยมีเงินปันผลเฉลี่ยราว 4.31% สำหรับปี 2552

คาดหุ้นน้ำมันแกว่งตัวเชิงบวก ทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดูไบ ที่สามารถยืนเหนือ 70 เหรียญฯ   
Dollar Index เริ่มแกว่งตัวแคบๆ ไปในทิศทางอ่อนค่าเล็กน้อยระหว่าง 78.0-77.4 จุด
หลังจากแข็งค่าอย่างรวดเร็วในต้นสัปดาห์ก่อน ประกอบกับความกังวลใจเล็กๆ เกี่ยวกับ
สถานการณ์ที่อิหร่านบุกเข้ายึดบ่อน้ำมันในอิรัก เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ส่งผลให้ราคาน้ำมัน
ดิบโลกยังทรงตัว โดยล่าสุดน้ำมันดิบล่วงหน้าไนเม็กส์ทรงตัวอยู่ที่ 73.36 เหรียญฯต่อบาเรลล์
เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบดูไบที่อยู่ที่ระดับ 72.40 เหรียญฯต่อบาเรลล์ และคาดว่าจะยังคงยืน
เหนือ ระดับ 70 เหรียญฯต่อบาเรลล์ ไปจนถึงสิ้นปี ซึ่งจะทำให้ค่าเฉลี่ยน้ำมันดิบทั้งปี 2552 สูง
กว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ที่ระดับ 60 เหรียญฯต่อบาเรลล์เล็กน้อย และยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
ในปี 2553 ซึ่งคาดว่าราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยน่าจะอยู่ในระดับ 75 เหรียญฯต่อบาเรลล์ได้  สอดคล้อง
กับการสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์กลุ่มพลังงานในต่างประเทศ ซึ่งราว 46% ของผู้ตอบ
คาดหมายว่าราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้จะปรับตัวขึ้น ส่วนที่เหลือ 31% มองว่าราคาน้ำมันทรงตัว
และ 23% คาดว่าจะลดลง    ฝ่ายวิจัยคงแนะนำให้ Switch จากหุ้น BANPU ที่ราคาเต็มมูลค่า
ไปซื้อสะสมหุ้น PTT, PTTEP ที่ราคาหุ้นยัง Undervalue มากกว่า

คาด SET Index มีโอกาสทดสอบ 720 จุดอีกครั้ง หลังมีข่าวบวก แนะนำ AP, KBANK,
PTTEP
คาดว่าตลาดหุ้นต่างประเทศจะแกว่งตัว แต่ตลาดหุ้นไทยน่าจะได้รับผลจิตวิทยาเชิงบวก
ต่อ แนวทางการแก้ไขปัญหาเสนอของกระทรวงอุตสาหกรรมฯ ดังกล่าวข้างต้น  รวมถึงความคาด
หวังต่อการผ่อนผันมาตรการลดอสังหาฯ ข้างต้น  ขณะที่เชื่อว่ายังมีแรงซื้อของนักลงทุนสถาบัน
จากการซื้อกองทุน RMF-LTF ของนักลงทุนไทย คาดว่าจะผลักดันให้ดัชนีหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัว
ในเชิงบวก โดยมีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 720 จุดอีกครั้ง โดยยังแนะนำให้ทยอยลดน้ำหนักหุ้น
December Effects ที่ราคาปรับตัวขึ้นมามาก มี Upside จำกัด เช่น BANPU, STANLY
แล้วให้ Switch ไปลงทุนหุ้นที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนแก่นักลงทุนในเดือน ม.ค. สูง (January
Effects) ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในหุ้นสถาบันการเงิน กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากฤดูกาล และกลุ่ม
หุ้นปันผล โดยนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูงแนะนำทยอยสะสม KBANK, BAY, PTTEP,
SCB และ PTT  สำหรับกลุ่มที่ยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลางแนะนำ KSL, KK, KTB และ AH
และกลุ่มที่ยอมรับความเสี่ยงได้น้อย ให้สะสมหุ้นปันผลสูงอย่าง TMT, ADVANC, THERE,
TVO, AP หรือเลือกสะสม SCC, SCC, DCC เมื่อราคาอ่อนตัว    ทั้งนี้ให้ใช้จังหวะดัชนีอ่อนตัว
เป็นโอกาสสะสมหุ้น

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment