Error
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะหุ้น 23/12/52
Print
Wednesday, 23 December 2009 09:22

บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 23/12/52

กลยุทธ์การลงทุน
ดอกเบี้ยต่ำยังคงอยู่ต่อไปใน 1H53 แนะนำหุ้นปันผลที่จะขึ้น XD ในเดือน ม.ค.- ก.พ.
2553
โครงการที่ได้ EIA ก่อนรัฐธรรมนูญปี 2550 มีโอกาสกลับมาดำเนินการตามปกติ ซื้อ
PTT,SCC
ค่าการกลั่นเริ่มเข้าสู่วงจรขาขึ้น และจะทำสถิติที่ 10 เหรียญฯ ปลายไตรมาสแรกปี
2553  
แนะนำสะสม PTTEP, PTT คาดราคาน้ำมันทรงตัวเหนือ 70 เหรียญฯ ตลอดช่วงที่เหลือ
ของปีนี้
SET Index มีโอกาสแตะ 730 จุด  แนะนำสะสมหุ้น PTTEP, PTT, TMT

ดอกเบี้ยต่ำยังคงอยู่ต่อไปใน 1H53 แนะนำหุ้นปันผลที่จะขึ้น XD ในเดือน ม.ค.-ก.พ. 2553
โดยภาพรวมดอลลาร์ที่หยุดแข็งค่า โดย Dollar Index ยังทรงตัวที่ 78 จุด แต่อย่างไรก็
ตามหากพิจารณาเป็นรายสกุล พบว่าเงินดอลลาร์ยังแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเยน แต่
ทรงตัว เมื่อเทียบกับเงินยูโร และปอนด์ รวมถึงเมื่อเทียบกับเงินสกุลในเอเซียก็อยู่ภาวะทรงตัว
เช่นกัน ทั้งนี้การที่เงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่องนั้น เป็นผลจากการรายงานตัวเลขดัชนีชี้นำ
เศรษฐกิจของสหรัฐที่ดีกว่าคาด คือ ยอดขายบ้านมือสอง ในเดือน พ.ย. เพิ่มขึ้น 7.4% จากเดือน
ก่อนหน้า และดีกว่าตลาดคาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 6.25% ซึ่งสะท้อนถึงตลาดที่อยู่อาศัยเริ่มทรง
ตัว และน่าจะหนุนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และยังสนับสนุนแนวคิดว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังอยู่ใน
ภาวะฟื้นตัว แม้ความเสี่ยงจะยังมีอยู่ก็ตาม บวกกับภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐที่กลับขึ้นมาเป็นบวก
1.8% ใน พ.ย. ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 0.25% ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายสุทธิเป็นลบ อย่างไรก็
ตามข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีขึ้นดังกล่าว ทำให้ตลาดเริ่มมีมุมมองขัดแย้งต่อแนวทางการดำเนิน
นโยบายการเงินของสหรัฐ จากเดิมที่ส่วนใหญ่คาดว่า FED น่าจะค่อย ๆ เริ่มปรับดอกเบี้ยเพียง
เล็กน้อยในงวด 2H53 และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2554 กลายเป็นว่า FED อาจจะปรับขึ้น
ดอกเบี้ยเร็วขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตามในมุมมองของ  ASP ยังเชื่อมั่นว่าการขึ้นดอกเบี้ยของ
สหรัฐน่าจะคล้ายกับไทย คือจะเกิดขึ้นในงวด 2H53 และไม่เกิน 0.5% เนื่องจากเศรษฐกิจโลก
ยังมีความเสี่ยง หลังจากที่เกิดวิกฤติการเงินในดูไบอันอาจจะทำให้เป็นอุปสรรคให้การฟื้นตัวล่าช้า
กว่าเดิม ในสถานการณ์ดอกเบี้ยโลกที่ยังอยู่ในระดับต่ำใกล้ 0% น่าจะยังเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด
อย่างน้อยในระยะ 3 เดือนข้างหน้า เพราะในช่วง ม.ค.-ก.พ. 2553 เป็นช่วงประกาศจ่ายเงินปัน
ผล ทำให้หุ้นปันผลจะกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุน ทั้งนี้จากการศึกษาหุ้นปันผลที่ฝ่าย
วิจัยศึกษาพบว่าหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงเกิน 5% และมีคำแนะนำซื้อ 36 บริษัท โดยฝ่ายวิจัย ASP
คัดเลือก 20 อันดับแรกที่น่าสนใจ รายละเอียดดังปรากฏข้างต้น

ค่าการกลั่นเริ่มเข้าสู่วงจรขาขึ้น และจะทำสถิติที่ 10 เหรียญฯ ปลายไตรมาสแรกปี 2553  
แม้ดอลลาร์สหรัฐฯ ยังแข็งค่าขึ้น แต่ในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป และพบว่าราคาน้ำมันดิบ
ล่วงหน้าไนเม็กส์และดูไบ สามารถยืนเหนือ 72 เหรียญฯต่อบาร์เรล ได้ใกล้เคียงกัน และเนื่องจาก
เข้าสู่ฤดูหนาวเย็นในโลกตะวันตก ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นส่งผลให้ค่าการกลั่น
ยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยวานนี้ปิดที่ 4.84 เหรียญฯต่อบาร์เรล
โดยเชื่อว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้น วงจรขาขึ้นของธุรกิจโรงกลั่น โดยจากการศึกษาของนักวิเคราะห์
กลุ่มพลังงานคาดว่าค่าการกลั่นจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องใน 1Q53 และจะทำสถิติสูงสุดในงวด 2Q53  
ซึ่งเข้าสู่ฤดูกาลขับขี่อีกครั้ง โดยจะทำให้ค่าการกลั่นมีโอกาสแตะ 10 เหรียญฯ ปลาย 1Q53 และ
ต่อเนื่องใน 2Q53 ฝ่ายวิจัยยังแนะนำซื้อหุ้นโรงกลั่นทั้ง BCP และ TOP โดยคาดว่าราคาตลาดยัง
มี upside จาก Fair Value ปี 2553 ราว 36% และ 33% ตามลำดับ  

โครงการที่ได้ EIA ก่อนรัฐธรรมนูญปี 2550 มีโอกาสกลับมาดำเนินการตามปกติ ซื้อ PTT,
SCC
เมื่อวานนี้ ครม. มีมติเห็นชอบแนวทางแก้ไขปัญหาผลกระทบจากคำสั่งศาลปกครองสูง
สุดที่ระงับ  65  โครงการในนิคมมาบตาพุด โดยให้นำเสนอ 19 โครงการที่ได้รับ EIA ก่อนรัฐ
ธรรมนูญปี 2550 และไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งโครงการเหล่านี้มีลักษณะใกล้เคียงกับ
11 โครงการที่ได้รับการยกเว้นไปก่อนหน้าแล้ว โดยให้การสนับสนุนภาคเอกชน ทำการยื่นคำ
อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ทั้งนี้พบว่าโครงการที่มีคุณสมบัติ และเข้าข่ายดังกล่าวจะอยู่ใน
PTT รวม 9 โครงการ และ กลุ่ม SCG 7 โครงการ โดยล่าสุดนักวิเคราะห์กลุ่มพลังงานได้ปรับลด
ประมาณกำไรของหุ้นพลังงานและปิโตรเคมีปี 2553 ลงจากเดิม 3.75% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการ
ปรับลดของ PTTCH มากที่สุด รองลงมาคือ PTT ภายใต้สมมติฐานให้โครงการที่ได้รับผล
กระทบต้องล่าช้าออกไป 12 เดือน ทั้งนี้หากโครงการเหล่านนี้สามารถกลับมาดำเนินการได้ตาม
ปกติ อาจจะส่งผลให้ต้องมีการทบทวนประมาณใหม่ อย่างไรก็ตามในระยะสั้นจะรอจนกว่าคำสั่ง
ศาลฯ จะมีความชัดเจน แต่คาดว่าราคาหุ้นน่าจะมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อจากปัจจัยบวกดังกล่าว  
แนะซื้อสะสม   PTT และ  PTTEP, SCC   

SET Index มีโอกาสแตะ 730 จุด  แนะนำสะสมหุ้น PTTEP, PTT, TMT
ด้วยปัจจัยบวกต่าง ๆ ที่กล่าวข้างต้นทำให้เชื่อมั่นว่าหุ้นพลังงานจะนำตลาดอย่างโดด
เด่นนับจากนี้ (หากไม่มีอะไรมาทำให้สะดุด)  บวกกับ ตลาดหุ้นต่างประเทศที่สดใส น่าจะหนุนให้
ดัชนีเดินหน้าทดสอบ 730 จุด ทั้งนี้กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น แนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นพลังงาน
(PTT, PTTEP, TOP, BCP) และหุ้นปันผล  (PRIN, TMT,  SC, MCS, BCP, CPI)               

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment