Error
บล.พัฒนสิน : รายงานภาวะหุ้น 23/12/52
Print
Wednesday, 23 December 2009 10:27

บล.พัฒนสิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 23/12/52

กลยุทธ์การลงทุน
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้: ขึ้นสลับปรับฐาน แนวรับ 717 จุด แนวต้าน 730/739 จุด
แรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่คาดว่าจะชะลอลงในช่วงที่เหลือของปีนี้ และแรงซื้อของนักลง
ทุนสถาบันในประเทศ (จากการซื้อกองทุน LTF , RMF ช่วงปลายปี) จะยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุน
ให้ แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ อยู่ในลักษณะ ขึ้นสลับปรับฐาน โดยมีแนวต้านเป้าหมายที่
730/739 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 717 จุด เราคงคำแนะนำ ซื้อสะสมเมื่ออ่อนตัว สำหรับ 1.หุ้นกลุ่ม
ปันผลสูง 2.หุ้นกลุ่มที่เชื่อมโยงกับการบริโภค เช่น อาหารเกษตร พาณิชย์ ฯลฯ 3.กลุ่ม Tourism
คาดจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้จาก 14 ล้านคนเป็น 15-15.5 ล้านคนในปี 10F ส่วนหุ้นน่าขายทำ
กำไร ได้แก่ หุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทน้ำมัน ปิโตรเคมี ฯลฯ เนื่องจากคาดว่า แนวโน้มค่า
เงินดอลล์สหรัฐฯ มีโอกาสสูงที่จะปรับแข็งค่าขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ไปจนถึงเดือน มค.ปีหน้า
จากการ Unwind Carry trade และรายงานเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ดีขึ้น
ประเด็นวันนี้ คือ การแถลงผลงานรอบปีของคณะรัฐบาลอภิสิทธิ์ ความคืบหน้าในเชิงบวกต่อ
โครงการในมาบตาพุต หุ้นเด่นวันนี้ คงคำแนะนำ CPN, TUF (Events play) QH(Property
tax) GFPT HMPRO(Consumption related) เพิ่ม AOT THAI MINT(Tourism
Theme) Trading-กลุ่มพลังงาน PTT PTTEP

ปัจจัยสำคัญวันนี้ ได้แก่
1. + คดีมาบตาพุต ;ลุ้นศาลฯอาจเพิ่มโครงการให้ดำเนินการต่อ : ครม.มีมติวานนี้ให้เอกชน
19 โครงการ (กลุ่มปตท.9 โครงการ รวมโครงการท่อส่งน้ำมัน 6 ด้วย และกลุ่มซีเมนต์ไทย 7
โครงการ ส่วนที่เหลือ 3 โครงการเป็นของบจ.ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดฯ) เราคาดว่าข่าวดัง
กล่าวถือว่าเป็นบวกต่อรายบริษัทฯและภาคเศรษฐกิจรวม
2. – คดียึดทรัพย์ : ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาฯ นัดไต่ส่วนข้อเท็จจริงพยานและเอกสารหลัก
ฐานเพิ่มเติมอีก 2 นัดในวันที่ 12 มค และ 14 มค. ปี 53 คดียึดทรัพย์7.6 หมื่นล้านบาทของอดีต
นายกฯทักษิณ ตกเป็นของแผ่นดิน (เราคาดว่า ความเสี่ยงของเหตุการณ์รุนแรงที่อาจเกิดขึ้นก่อน
คำตัดสินของศาลฯ จะเป็นหนึ่งในปัจจัยลบสำคัญต่อแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในเดือนมค. และส่งผล
ให้แนวโน้มการเกิดการซื้อคืนของนักลงทุนต่างชาติ หรือ January Effect อาจไม่เกิดขึ้นตาม
คาดการณ์เดิม)
3. - US3Q09 GDP ครั้งสุดท้ายของสหรัฐฯ แย่กว่าคาด (+2.2%q-q saar Vs ครั้ง
ก่อน +2.8%q-q saar) เป็นผลจากการ Downgrade-Consumer spending (โดยเฉพาะ
ธุรกิจ Health care service ลดลงกว่า $7bn),inventories, business fixed investment
ต่างปรับลดลงต่ำกว่าคาดการณ์เดิม

สรุปกลุ่มอุตสาหกรรม/หลักทรัพย์ ที่น่าสนใจ:
1. -กลุ่มค้าปลีก :Bullish (ข่าวร้ายจะเป็นจังหวะในการซื้อสะสมเมื่ออ่อนตัวเนื่องจากคาดว่า
ผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีกจะมีจำกัดจากการมี High Barrier to entry แนะนำ CPALL
(TP25.30 บาท) BIGC (TP 54 บาท) ส่วน MAKRO (TP 80 บาท) แต่คาดอัตราปันผลที่
เหลือ 2.19% ในปี 09 (1.90 บาท) 1H10 3 บาท/หุ้น และปี 10F คาดจ่ายปันผล 5.20 บาท
Dividend Yield 5.98% จะส่งผลต่อการแรลลี่ของราคาหุ้น คาดแนวต้าน 94-100 บาท
2. +/-กลุ่มที่อยู่อาศัญ ยังคงมีความหวังจากการต่ออายุมาตรการภาษีอสังหาฯ: แม้วานนี้ ครม.
จะไม่มีการส่งสัญญาณเรื่องการต่ออายุมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯ แต่เราคาดว่า
โอกาสมากกว่า 50% ที่ทางการจะกลับมาพิจารณาต่ออายุมาตรการฯดังกล่าวออกไปอีก 1 ปี ภาย
หลังจากการเติบโตทางเศรษฐกิจปีหน้า อาจมีผลลบจากกรณีมาบตาพุต

ปัจจัยสำคัญวันนี้ ได้แก่
1. + คดีมาบตาพุต : ลุ้นศาลฯอาจเพิ่มโครงการให้ดำเนินการต่อ : ครม.มีมติวานนี้ให้
เอกชน 19 โครงการ (กลุ่มปตท.9 โครงการ รวมโครงการท่อส่งน้ำมัน 6 ด้วย และกลุ่มซีเมนต์
ไทย 7 โครงการ ส่วนที่เหลือ 3 โครงการเป็นของบจ.ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดฯ) ที่ถูกระงับ
การดำเนินกิจกรรมตามคำสั่งศาลปกครอง มูลค่า 7.71 หมื่นล้านบาท ยื่นต่อศาลฯใหม่เป็นราย
โครงการ เพื่อขอทบทวนคำสั่งดังกล่าว ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มปิโตรเคมีและ
พลังงาน โครงการเหล็ก (เราคาดว่า ข่าวดังกล่าวถือว่าเป็นบวกต่อรายบริษัทฯและภาคเศรษฐกิจ
รวม-ผลกระทบสูงสุดต่อ GDP ปรับลดลงต่ำกว่า 0.5%) หากศาลฯอนุญาตให้ดำเนินกิจการต่อไป
ได้ในทางตรงกันข้าม ผลกระทบด้านลบจะมีจำกัด เนื่องจากนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ได้รวมประเด็น
เรื่องมาบตาพุตไว้ในประมาณการณ์บ้างแล้ว) ส่วนอีก 46 โครงการที่เหลือ จะมี 23 โครงการ
มูลค่า 1.1 แสนล้านบาท จะต้องหาเหตุผลอื่นๆในการขอผ่อนผัน และอีก 23 โครงการ มูลค่า
4.22 หมื่นล้านบาท ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้างส่วนการประชุม คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่ง
ชาติ วันที่ 24 ธค.นี้ หากคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ศึกษาแล้วได้ข้อยุติเกี่ยวกับระเบียบของกระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและข้อกำหนดของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติว่าด้วย
เรื่องผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ก็จะนำมาพิจารณาในที่ประชุม เพื่อให้มีการประกาศใช้ และให้ 65
โครงการ จะต้องเข้าสู่กระบวนการเหล่านี้ได้เลย
2. –คดียึดทรัพย์ : ศาลฏีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่ส่วนข้อ
เท็จจริงพยานและเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอีก 2 นัดในวันที่ 12 มค และ 14 มค. ปี 53 คดียึด
ทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของอดีตนายกฯทักษิณ ตกเป็นของแผ่นดิน (เราคาดว่า ความเสี่ยงของ
เหตุการณ์รุนแรงที่อาจเกิดขึ้นก่อนคำตัดสินของศาลฯ จะเป็นหนึ่งในปัจจัยลบสำคัญต่อแนวโน้ม
ตลาดหุ้นไทยในเดือนมค. และส่งผลให้แนวโน้มการเกิดการซื้อคืนของนักลงทุนต่างชาติ หรือ
January Effect อาจไม่เกิดขึ้นตามคาดการณ์เดิม)
3. –/+ ครม.ประชุมวานนี้ ไม่มีการส่งสัญญาณล่วงหน้าเกี่ยวกับการต่ออายุมาตรการกระตุ้น
ธุรกิจอสังหาฯ เช่นการลดค่าธรรมเนียมการโอน ฯลฯ ที่จะหมดอายุในวันที่ 31 มีค.10 นี้ อย่างไร
ก็ดี เราให้น้ำหนักมากกว่า 50%จากเดิม 10% ที่ทางการฯจะต่อมาตรการดังกล่าวออกไปอีก 1
ปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายหลังแนวโน้มเศรษฐกิจอาจมีผลกระทบจากกรณีการหยุดดำเนิน
กิจการของ 65 โรงงานในนิคมมาบตาพุต
4. - US3Q09 GDP ครั้งที่สาม ของสหรัฐฯ แย่กว่าคาด (+2.2%q-q saar Vs ครั้งก่อน
+2.8%q-q saar) เป็นผลจากการ Downgrade-Consumer spending (โดยเฉพาะธุรกิจ
Health care service ลดลงกว่า $7bn) , inventories, business fixed investment ปรับ
ลดลงต่ำกว่าคาดการณ์เดิม รายการละ $6bn (CNS คาดว่าการปรับลดเป้าหมายเศรษฐกิจ
สหรัฐฯ เป็นสัญญาณชี้นำว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯและเศรษฐกิจโลกอาจจะเติบโตแบบ
ค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าปรับขึ้นอย่างก้าวกระโดดในปี 2010F โดย Nomura คาดว่าสหรัฐฯจะ
เติบโต 2.7% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก +2.5% ในปี 09F ส่วน 4Q09F GDP คาดว่าจะเติบโตสูง
ขึ้นเป็น+3.5%q-q saar )
5. + UK 3Q09 GDP: ครั้งสุดท้าย ดีกว่าคาดเล็กน้อย โดยเติบโต -0.2%q-q sa Vs ครั้ง
ก่อน -0.3%q-q sa ทั้งนี้Nomura คาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจอังกฤษ จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในปี
2010F โดยคาดว่า Real GDP ปี 2010Fจะเติบโตเป็น +1.4% จาก -4.6% ในปี 2009F
(การฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศชั้นนำ จะส่งผลบวกต่อการค้าโลก และการส่งออกของไทยไปยัง
ประเทศคู่ค้าสำคัญ แนะนำ หุ้นกลุ่มส่งออก เช่น ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์อาหาร ฯลฯ)
6. *OPEC Meeting ผลประชุมกลุ่มโอเปคเป็นไปตามคาดการณ์ โดยคงการผลิตไว้ที่ระดับ
เดิม เนื่องจากการผลิตของกลุ่มโอเปคปัจจุบัน สูงกว่าโควต้าผลิต 24.84 ล้านบาร์เรลต่อวัน อยู่
แล้ว 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 63% ของโควต้าลดการผลิตที่ต้องลดจริงๆ ในทางตรง
กันข้าม โนมูระคาดว่า กลุ่มโอเปคต้องลดการผลิตลงประมาณ 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อคุมอุป
ทานให้เท่ากับอุปสงค์ในปีหน้า ทั้งนี้ เราคาดว่า ราคาน้ำมันดิบจะปรับลดลงในระยะสั้นจากการ
แข็งค่าของเงินดอลล์สหรัฐฯเทียบกับสกุลเงินหลัก (เยน ยูโร) ขณะที่ในระยะยาว คาดว่าการฟื้นตัว
จะเห็นชัดเจนในครึ่งหลังของปีหน้า โดยโนมูระคาดว่า ราคาน้ำมันดิบ Brent ปี10F จะอยู่ที่ 72
ดอลล์ต่อบาร์เรล ต่ำกว่า Consensus ตลาดฯ ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 80 ดอลล์ต่อบาร์เรล เนื่องจาก
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างช้าๆ แนะนำเก็งกำไรเพื่อรอขายที่แนวต้านใหญ่ PTT
(แนวต้าน 246/250บาท) PTTEP (150 บาท) PTTCH (75.75/78 บาท) PTTAR
(26.25/27 บาท) IRPC (>4.6 บาท) TOP (45 บาท)

หุ้นเด่น :
1. ระยะ 1-2 เดือน คงคำแนะนำ สะสมเมื่ออ่อนตัว a)Dividend Theme (Dividend
Stocks: GFPT MCS ADVANC)-ดูรายงาน 9 ธค. b) China growth : BANPU TVO
CPF MINT THAI AOT และ c)M&A Theme(PTTAR IRPC SCIB)
2. ระยะสัปดาห์และรายวัน คงคำแนะนำ CPN, TUF (Events play) QH(Property tax)
GFPT HMPRO(Consumption related) เพิ่ม AOT THAI MINT(Toursim) / Trading –
หุ้นกลุ่มพลังงาน PTT PTTEP

พอร์ตลงทุน : Accumulate Buy สำหรับการลงทุนระยะ 12 เดือน
1. ระยะยาว 12 เดือน (คงแนะนำถือหุ้น 90% และเงินสด 10%) โดยมีเป้าหมายสิ้นปี
2010F ที่ 812/884 จุด อิงจาก PER 13-14 เท่า EPS Growth 16.1% โดย 60% ของ
พอร์ตรวม เน้นหุ้น High Earnings Growth (BAY PTT IRPC HANA TVO SAT SSI
TTA MINT) และ Value Stocks (ADVANC BBL CPALL CPN KBANK LH PTTEP
TUF) –ดูรายงานในเล่ม
2. พอร์ตรายเดือน : เราคาดว่า เป้าหมายสิ้นปี 2009F อยู่ที่ 717/730 จุด (ดูรายงาน
Monthly Report) แนะนำเพิ่ม a)พอร์ตหุ้นปันผลดี จากความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้นมีจำกัด หุ้น
แนะนำ GFPT TVO SPALI MCS ADVANC ฯลฯ b) หุ้นมีประเด็น PTTAR IRPC SCIB
c) Events play portfolio
Performance: อัตราผลตอบแทนของพอร์ต 2 (c) วานนี้ อยู่ที่เฉลี่ย +1.33%d-d (SET
Index +1.29%) และตั้งแต่แนะนำเมื่อ 5/11 เป็นต้นมา พอร์ตลงทุน มีผลตอบแทนเฉลี่ย
+9.29% (ไม่รวมกำไรที่รับรู้ไปแล้ว 15.13% แบ่งเป็น +7.83% ขายเมื่อวันที่ 11/11 กลุ่ม
High Beta และ 4Q09F Earnings Play และ+7.3% จากขายทำกำไร RATCH SCIB
MINT เมื่อ 12/11) และดีกว่าตลาดฯที่ -0.31%               

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment