Error
บล.ยูโอบีเคย์เฮียน : รายงานภาวะหุ้น 29/12/52
Print
Tuesday, 29 December 2009 09:46

บล.ยูโอบีเคย์เฮียน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 29/12/52

ทยอยซื้อหุ้นกลุ่มหลัก ช่วงอ่อนตัว รอขายที่ 750 สัปดาห์หน้า    
แนวโน้มตลาดวันนี้ : การเพิ่มขึ้นต่อเนื่องของตลาดหุ้นสหรัฐ และราคาน้ำมัน
ดิบล่วงหน้า จะเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุนวันนี้ โดยยังคงมีแรงซื้อจากเงิน
ลงทุนของ LTF และ RMF และการทำ Window Dressing เป็นปัจจัยหนุนเช่นเดิม
ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ยังคงมีแนวโน้มผันผวนแคบๆ แต่คาดว่าดัชนีจะแกว่งขึ้นได้ต่อ
เนื่อง จากการพยุงราคาหุ้นกลุ่มหลัก ส่วนปริมาณซื้อขายยังคงเบาบางเช่นเดิม
แนวรับ: 728-730            แนวต้าน : 737-740
กลยุทธ์ : ขึ้นขายบ้าง รอซื้อคืนหุ้นกลุ่มหลัก ช่วงราคาอ่อนตัว    
แนวโน้มผันผวนแคบ ๆ ของค่าเงินดอลลาร์ คงจะไม่กดดันตลาดหุ้นหลัก ๆ
และราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า ในขณะที่สภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นขึ้น จะทำให้มีการ
ใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าได้ต่อเนื่อง จึงสามารถเก็ง
กำไรราคาหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีข้ามปีได้ ในขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารอาจ
จะผันผวนแคบ ๆ อีกสักระยะ และอาจจะดีดขึ้นในช่วงต้นปีหน้า รับข่าวเงินปันผล
และ January Effect
ระยะสั้น : ขายทำกำไรบ้าง บริเวณแนวต้าน รอซื้อเก็งกำไรหุ้นกลุ่มหลัก เมื่อ
อ่อนตัว
ระยะยาว : ถือต่อ และรอซื้อลงทุนหุ้นกลุ่มหลัก ที่แนวต้าน
จับข่าวมาเก็งกำไร      
+ ผู้บริหาร PTT เผยในปี 2553 คาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตจากปีนี้ โดยกำไร
ขั้นต้นของกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีจะชะลอตัว และกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจะทำให้
รายได้ขยายตัวได้ประมาณ 20% ส่วนแผนควบรวมกิจการของบริษัทลูกทั้ง 4 บริษัท
ได้แก่ PTTCH, PTTAR, IRPC และ TOP จะสรุปได้ในไตรมาสที่ 1/53
ความเห็น: เราคาดว่ากำไรสุทธิของ PTT ในปี 2553 จะเติบโต 14% จากปี
2552 ด้วยผลการดำเนินงานของธุรกิจก๊าซ และกำไรสุทธิของ PTTEP ที่เพิ่มขึ้น
อีกทั้งการควบรวมกิจการของบริษัทลูกจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันใน
ระดับภูมิภาค แนะนำ เก็งกำไร PTT, PTTEP, PTTAR และ IRPC เมื่อราคาอ่อนตัว
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน    
ปัจจัยในประเทศ
+    สศค. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ของไทยในปี 53 เป็นเฉลี่ย 3.5% จากเดิม
ที่เคยคาดว่าจะขยายตัว 3.3% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะ
ในเอเชีย และการเร่งจ่ายเงินของภาครัฐในโครงการไทยเข้มแข็ง และคาดอัตรา
ดอกเบี้ยนโยบายจะขึ้นไปอยู่ที่ 1.5% ในช่วงครึ่งหลังของปี 53  
+    กระทรวงพลังงานคาดการณ์ความต้องการใช้พลังงานในปี 53 จะเติบโต
3.8% โดยคาดว่าปริมาณการใช้น้ำมันสำเร็จรูปจะเพิ่มขึ้น 1.7%, ก๊าซธรรมชาติเติบ
โต 5.1%, ถ่านหินและลิกไนต์เติบโต 2.9% และความต้องการใช้ไฟฟ้าเติบโต 4%
ปัจจัยต่างประเทศ
+    ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 26.98 จุด ปิดที่ 10,547.08 จุด จากการปรับตัวขึ้น
ของหุ้นกลุ่มค้าปลีกหลังการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่ดีขึ้นในช่วงปลายปี ขณะที่
หุ้นสายการบินปรับลดลงจากความกังวลเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางทาง
อากาศ    
+    ราคาน้ำมันดิบ (WTI) ส่งมอบเดือน ก.พ. เพิ่มขึ้น 0.72 ดอลล่าร์ ปิดที่ 78.77
ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงหนุนจากภาวะอากาศที่หนาวเย็นและจากการ
คาดการณ์ในเชิงบวกต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment