|
วันนี้(5ม.ค.)บล.กิมเอ็ง แนะ“ซื้อเก็งกำไร” KTB
|
|
|
Tuesday, 05 January 2010 09:04 |
|
บล.กิมเอ็ง : KTB แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” มูลค่าเหมาะสมใหม่ที่ 11.10 บาท
ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 4/52 ไว้ที่ 2,551 ล้านบาท เราประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 4/52 ของ KTB ไว้ที่ 2,551 ล้านบาท ลดลง 40.0% จากไตรมาสก่อน (qoq) อันเป็นแนวโน้มปกติของธนาคาร สาเหตุหลัก 1) คาดจะมีการตั้งสำรองฯเพิ่มเติมจากระดับปกติที่ประมาณไตรมาสละ 1.5 พันล้านบาท เป็น 2.8 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 78.7%qoq (โดยปกติธนาคารมักมีการตั้งสำรองฯพิเศษเพิ่มเติมในไตรมาสที่ 2 และ 4 ของทุกปี) 2) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 4.3%qoq เนื่องจากไตรมาสนี้ไม่มีรายได้เงินปันผลรับจากกองทุนวายุภักษ์ ในขณะที่ไตรมาสก่อนมีเงินปันผลรับจากกองทุนวายุภักษ์ประมาณ 880 ล้านบาท และ 3) ค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 6.1%qoq ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มธุรกิจปกติ หากเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนพบว่ากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 9.4%yoy สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองที่ลดลง 41.2%yoy เนื่องมาจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้นในปีนี้
สินเชื่อไตรมาส 4/52 ฟื้นตัว ธนาคารรายงานยอดสินเชื่อ ณ วันที่ 30 พ.ย. 52 อยู่ที่ 1,065,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.33% จากสิ้นไตรมาส 3/52 โดยเราคาดสินเชื่อเดือน ธ.ค. 52 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้เราประเมินสินเชื่อไตรมาส 4/52 ของธนาคารขยายตัว 2.3%qoq ส่งผลให้สินเชื่อปี 52 ขยายตัว 2.8% โดยกลุ่มสินเชื่อที่มีการขยายตัวสูงในไตรมาส 4/52 คือ ลุ่มสินเชื่อรายย่อย และสินเชื่อ SMEs ทางด้าน NIM ไตรมาส 4/52 คาดลดลงเล็กน้อยจาก 3.24% ในไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 3.15% ในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจากไตรมาสนี้ไม่มีการบันทึกเงินปันผลรับจากกองทุนวายุภักษ์ สำหรับปี 52 คาด NIM อยู่ที่ 3.35% ลดลง 49bps จาก 3.84% ในปี 51 สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของสินเชื่อ และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่รวดเร็วในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้
แนวโน้มสินเชื่อฟื้นตัวในปี 53 จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวในปี 53 ส่งผลให้เราคาดว่าสินเชื่อปี 53 มีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากปี 52 โดยเบื้องต้นเราตั้งเป้าหมายการขยายตัวของสินเชื่อปี 53 ไว้ที่ 5.5%yoy เทียบกับเป้าหมายอย่างไม่เป็นทางการของธนาคารที่ 7.0%yoy โดยเรามองว่าธนาคารจะเน้นกลุ่มสินเชื่อ SMEs มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างอันเกี่ยวเนื่องกับแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง เนื่องจากได้รับประโยชน์จากโครงการรับประกันเงินกู้ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) นอกจากนี้เรามองว่าธนาคารยังมีโอกาสการปล่อยสินเชื่อให้แก่ภาครัฐหากรัฐบาลเดินหน้าในการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของประเทศทั้งในระดับภาคและระดับจังหวัด โดยเฉพาะแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 เนื่องจาก KTB เป็นธนาคารที่มีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
คงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ด้วยมูลค่าที่เหมาะสมใหม่ที่ 11.10 บาท/หุ้น KTB มีกระทรวงการคลังถือหุ้นกว่า 55% และเป็นผู้นำในกลุ่มสินเชื่อภาครัฐ โดยมีสัดส่วนสินเชื่อภาครัฐสูงที่สุดที่ 13-14% ดังนี้เราเชื่อว่า KTB จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการ พ.ร.ก. เงินกู้ และสินเชื่อภาครัฐอื่นๆ ประกอบกับแนวโน้มธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้นในปี 53 ดังนี้เราจึงแนะนำในลักษณะ “ซื้อเก็งกำไร” ด้วยมูลค่าที่เหมาะสม 11.10 บาท/หุ้น อ้างอิงกับ 1.04 เท่าของมูลค่าทางบัญชีปี 53 พร้อมคาดการณ์เงินปันผลปี 52 ไว้ที่ 0.44 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 4.4%
|
Comments