|
บล.กิมเอ็ง แนะซื้อ PDI เป้า 26บ.
|
|
|
Thursday, 07 January 2010 09:08 |
|
บล.กิมเอ็ง : PDI แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 26 บาท
ราคาสังกะสีพุ่งทำ new high ในรอบกว่า 21 เดือน ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ราคาสังกะสีล่าสุดพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 2,718 เหรียญ/ตัน เพิ่มขึ้น 147% จากจุดต่ำสุดที่ 1,098 เหรียญ/ตันในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยในไตรมาส 4/52 เพิ่มขึ้นมาเป็น 2,248 เหรียญ/ตัน เพิ่มขึ้น 28% qoq และ 86% จากช่วงต้นปี 2552 ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการใช้สังกะสีที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลกและค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องจากการที่ตลาดยังคงคาดการณ์ว่า FED จะยังคงใช้นโยบายการอัดฉีดเม็ดเงินต่อไปอีกระยะ (Quantitative Easing) ช่วยหนุนราคา อีกทั้งการปิดเหมืองสังกะสีลงหลายแห่งส่งผลให้ supply ตึงตัวส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนหัวแร่จากออสเตรเลียซึ่งเป็นผู้ผลิตแร่รายใหญ่ของโลกด้วย เมื่อบวกกับความต้องการใช้ที่ดีขึ้นจากงบประมาณใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทั่วโลกและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการก่อสร้างและอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ (สังกะสีใช้เคลือบเหล็กกันสนิมในอุตสาหกรรมดังกล่าวประมาณ 50%) ก็ส่งผลให้แนวโน้มราคาสังกะสียัง คงสดใสต่อเนื่องในปีนี้ จากราคาสังกะสีที่พุ่งขึ้นแรงในไตรมาส 4/52 ทำให้เราประเมินว่าผลกำไรไตรมาส 4/52 จะเป็นไตรมาสที่มีกำไรสูงสุดของปี ดีกว่าไตรมาส 3/52 ที่มีกำไรสุทธิ 217 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.96 บาท และดีขึ้นมากจากไตรมาส 4/51 ที่มีผลขาดทุน 142 ล้านบาท ปรับสมมติฐานราคาจำหน่ายสังกะสีเฉลี่ยปีนี้ขึ้น 12% เป็น 2,300 เหรียญ/ตัน จากรายงานดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของ จีน ยุโรป และ สหรัฐฯ เดือนธันวาคม ที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง (US ISM Mfg index +2.3 เป็น 55.9 เพิ่มขึ้นมากสุดในรอบเกือบ 3 ปี, Europe Manufacturing index เพิ่มขึ้น +0.4 สู่ 51.6, China Purchasing Managers' index อยู่ที่ 56.1 จุด สูงสุดในรอบกว่า 4 ปี) ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มความต้องการใช้ภาคอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในภาคก่อสร้าง การผลิตรถยนต์ และการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้เราประเมินว่าราคาสังกะสีจะยังเป็นขาขึ้นต่อในปีนี้ อย่างไรก็ตามเราประมาณการราคาสังกะสีอย่างอนุรักษ์นิยม โดยปรับสมมติฐานราคาสังกะสีเฉลี่ยในปีนี้เพิ่มขึ้น 12% เป็น 2,300 เหรียญ/ตัน ส่งผลให้ประมาณการผลกำไรในปีนี้เพิ่มขึ้น 14% เป็น 589 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 2.61 บาท เติบโต 68% yoy แต่คงประมาณการผลกำไรในปี 2552 ไว้ที่ 350 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.55 บาท เติบโต 32% yoy จากผลดังกล่าวทำให้ราคาที่เหมาะสมอ้างอิง PER เป้าหมายที่ 10 เท่าของปีนี้ ถูกปรับขึ้นจาก 23 บาท เป็น 26 บาท
คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายที่ 26 บาท ราคาหุ้นในปัจจุบันยังถูกอยู่ โดยซื้อขายอยู่ที่ PER ปี 2553 ที่ 8.2 เท่า, อัตราเงินปันผลตอบแทน 7% และมีส่วนต่างราคาหุ้นอีก 21% จากราคาที่เหมาะสมใหม่ของเราที่ 26 บาท จากแนวโน้มขาขึ้นของราคาสังกะสีและการฟื้นตัวของผลกำไรอย่างโดดเด่น เราคงคำแนะนำ ซื้อ สำหรับ PDI
|
Comments