Error
บล.ยูโอบีเคย์เฮียน : รายงานภาวะหุ้น 08/01/53
Print
Friday, 08 January 2010 10:54

บล.ยูโอบีเคย์เฮียน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 08/01/53

ระยะ 1-2 สัปดาห์ ยังไม่น่าห่วง Fund Flow จะช่วยหนุน    
แนวโน้มตลาดวันนี้ : การเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐ หลังตัวเลขเศรษฐกิจยังคงมีแนว
โน้มดีขึ้นในปีนี้ จะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนวันนี้ แม้ว่าราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าที่ลดลง อาจจะ
กดดันราคาหุ้นกลุ่มพลังงานบ้าง แต่คงไม่มากนัก เนื่องจากนักลงทุนยังคงรอดูความคืบหน้าของ
กรณีมาบตาพุด อย่างไรก็ดีทิศทางของตลาดหุ้นวันนี้ ยังคงมีแนวโน้มผันผวนในกรอบแคบ โดยมี
แรงหนุนจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ
แนวรับ: 728-731                แนวต้าน : 738-740

กลยุทธ์ : ระยะสั้นเน้นการเก็งกำไร ในจังหวะที่ราคาหุ้นอ่อนตัว    
แนวโน้มผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และการรอคอยความคืบหน้าของกรณี        
มาบตาพุด อาจจะกดดันราคาหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีในช่วงนี้บ้าง แต่ก็ยังค่อนข้างสนใจ
สำหรับการลงทุน ในจังหวะที่ราคาอ่อนตัวลง เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจพลังงานคาดว่าราคา
น้ำมันดิบ WTI มีแนวโน้มทะลุ 100 ดอลลาร์ในปีนี้ ในขณะที่ผลประกอบการปี 52 และการจ่าย
เงินปันผล จะช่วยหนุนราคาหุ้นกลุ่มธนาคารต่อไป
ระยะสั้น : ขายทำกำไรบ้าง ช่วงราคาหุ้นแกว่งขึ้น รอซื้อเก็งกำไรกลุ่มหลักเมื่ออ่อนตัว
ระยะยาว : ถือต่อ และทยอยซื้อลงทุนหุ้นกลุ่มหลัก ที่แนวรับ
จับข่าวมาเก็งกำไร      
+ ธปท.ประเมินสินเชื่อกลุ่มธนาคารปีนี้สดใส หลังสินเชื่อเดือน พ.ย.’52 ขยายตัวติดต่อกัน
เป็นเดือนที่ 4 นำโดยสินเชื่ออุปโภคบริโภค ที่อยู่อาศัย รถยนต์ ที่รวมกันขยายตัวถึง 10% จาก
ช่วงเดียวกันปีก่อน ในขณะที่ NPL ไร้สัญญาณเพิ่ม
ความเห็น: สินเชื่อตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/52 เป็นต้นไปของ กลุ่มธนาคารมีแนวโน้มขยาย
ตัวดีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสินเชื่อในกลุ่มลูกค้ารายย่อย และ SME ขณะที่แรง
กดดันต่อการตั้งสำรองฯเป็นจำนวนมากนั้นลดลง แนะนำเก็งกำไร BBL, SCB, KBANK และ
BAY เมื่อราคาอ่อนตัวณา
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน    
ปัจจัยในประเทศ
-    ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย คาดการณ์ว่า การส่งออกของไทยปี
นี้จะฟื้นตัวระดับต่ำ เมื่อเทียบกับปี 51 หรือปี 41-44 ที่เคยเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง โดยคาดว่าจะขยาย
ตัว 10.5% ซึ่งต่ำกว่าที่กระทรวงพาณิชย์คาดไว้ที่ 14% โดยมีปัจจัยลบ คือ การลดค่าเงินด่องของ
เวียดนาม, การเปิดเสรีการค้ากับจีน และการเปิดเสรีการค้าอาเซียน ซึ่งทำให้การแข่งขันส่งออก
ด้านราคาสินค้ารุนแรงมากขึ้น
ปัจจัยต่างประเทศ
+    ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 33.18 จุด ปิดที่ 10,606.86 จุด หลังหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา
และหุ้นเจเนอรัล อิเล็กทริก พุ่งขึ้นแรงจากความเห็นในเชิงบวกของโบรกเกอร์ รวมถึงนักลงทุนมี
ความเชื่อมั่นมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ
-    ราคาน้ำมันดิบ (WTI) ส่งมอบเดือน ก.พ. ลดลง 0.52 ดอลล่าร์ ปิดที่ 82.66 ดอลล่าร์
ต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องอุปสงค์ในจีนและดอลล่าร์ที่ดีดตัวขึ้น ขณะที่
ภาวะอากาศในซีกโลกเหนือยังหนาวผิดปกติ

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment