Error
บล.ทรีนีตี้ แนะซื้อ MAJOR เพิ่มเป้า 11.40บ.
Print
Monday, 11 January 2010 11:15

บล.ทรีนีตี้ : MAJOR แนะนำซื้อ ปรับเพิ่มประมาณการราคาเหมาะสมเป็น 11.40 บาท (Sum-of-the-parts) กำไรไตรมาส 4/52 จะยืนยันภาพการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก

           คาดกำไรไตรมาส 4/52 แข็งแกร่ง และยืนยันภาพการพ้นจุดต่ำสุดแล้ว จากหน้าภาพยนตร์ที่แข็งแกร่ง การฟื้นตัวของธุรกิจโบว์ลิ่ง การฟื้นตัวของรายได้โฆษณาและการรับรู้รายได้ค่าเซ้งจากการเปิดสาขางามวงศ์วาน-แคลาย จากแนวโน้มดังกล่าวและการไม่ต้องรับรู้ขาดทุนจาก MPIC และ CAWOW กำไรมีแนวโน้มแตะระดับ 100 ล้านบาทอย่างยั่งยืนตลอดปี 2553 จึงยังคงคำแนะนำซื้อ

            คาดกำไรไตรมาส 4/52 จะยืนยันภาพการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก: จากความมั่นใจของผู้บริโภคที่ฟื้นต่อเนื่อง และภาพยนตร์ทำเงินมากมายทั้ง 5 แพร่ง, รถไฟฟ้ามาหานะเธอ,2012, Avartar ทำให้คาดว่ารายได้จากจำหน่ายตั๋วจะสูงถึง 25% YoY (และอาจสูงกว่านั้น) รวมทั้งการฟื้นตัวของรายได้โฆษณา นอกจากนั้นผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัทลูกทั้ง MPIC ที่เริ่มมีกำไรแล้ว และ CAWOW ที่ไม่ต้องรับรู้ขาดทุนหลังลดสัดส่วนถือหุ้นลงเหลือ 19% จากเดิม 37% คาดว่าจะมีกำไรสุทธิสูงถึง 152 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% QoQ และ 253% YoY แม้หักกำไรจากรายได้ค่าเซ้ง (Upfront lease) จากการเปิดสาขางามวงศ์วาน-แคลาย (เดิมชื่อรัตนาธิเบศร์) ซึ่งเราคาดที่ 50 ล้านบาท ยังคาดว่าจะมีกำไรปกติถึง 102 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 99% QoQ และ 54% YoY

             2553 กำไรปกติ มีแนวโน้มฟื้นยั่งยืน อาจมีกำไรพิเศษจากการออกกองอสังหาฯ: ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน คาดกำไรสุทธิปี 2553 เฉลี่ยในระดับไตรมาสละ 100 ล้านบาท เป็นผลมาจาก 1) ความสำเร็จของหนัง 32 ธันวา ของ MPIC ที่เป็นบริษัทลูก 2) หน้าภาพยนตร์ไทยที่ดีอย่างนเรศวร 3 – 4 ในช่วงไตรมาส 2/53 3) ไม่มีขาดทุนของบริษัทย่อยเช่นปี 2552 ที่ขาดทุนรวมกว่า 150 ล้านบาท หลัง MPIC หลังเริ่มมีกำไร และถือ CAWOW เหลือ 19% ทำให้ไม่ต้องรับรู้ขาดทุนเข้ามาในงบการเงิน 4) รับรู้รายได้จากการเปิดสาขางามวงศ์วาน-แคลายเต็มปี นอกจากนั้นอาจมีปัจจัยหนุนผลการดำเนินงานจากการขายสินทรัพย์เข้ากองอสังหาริมทรัพย์มูลค่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งอาจทำให้มีกำไรพิเศษเข้ามา

           MAJOR ได้ประโยชน์จากความสำเร็จของหนังไทย: การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ คือการเติบโตของภาพยนตร์ไทยที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นปัจจุบันมีภาพยนตร์ไทยเข้าฉายปีละ 40-50 เรื่อง/ปี จากภาพยนตร์ที่เข้าฉายทั้งปีประมาณ 300 เรื่อง หรือคิดเป็น 15% ของจำนวนภาพยนตร์ที่เข้าฉายทั้งหมด แต่ทำรายได้ถึง 40-45% ของรายได้รวม (จากเพียง 30% ในปี 2551) ทั้งนี้ตลาดภาพยนต์ในพื้นที่ภูธร ยังคงให้การตอบรับภาพยนตร์ไทยสูงกว่าหนังจากฮอลลีวูดมาก ทั้งนี้การขยายโรงภาพยนตร์ปีละประมาณ 30 โรง ในระยะหลังอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดเป็นหลักซึ่งจะยิ่งหนุนให้บทบาทและรายได้ของภาพยตร์ไทยโดดเด่นขึ้น นอกจากนี้ภาพยนตร์ไทยโดยเฉลี่ยมีต้นทุนส่วนแบ่งรายได้ต่ำกว่าหนังจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นผลดีกับ MAJOR

            2553 ฟื้นตัว เพื่อก้าวกระโดดในปี 2554: การรับรู้รายได้เต็มปีหลังเปิดสาขางามวงศ์วาน-แคลาย การฟื้นตัวของรายได้โฆษณา และการใช้จ่ายของผู้บริโภคจะหนุนการเติบโตในปี 2553 ในขณะที่การเปิดสาขาขนาดใหญ่ที่เมกะบางนาและผลดีจากการลงทุนในอินเดียคาดจะทำให้ผลงานตั้งแต่ปี 2554 โตอย่างก้าวกระโดด เราปรับเพิ่มประมาณการราคาเหมาะสมเป็น 11.40 บาท (Sum-of-the-parts) และคงคำแนะนำซื้อ   

Written by :
platoo
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment