|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะหุ้น 14/01/53
|
|
|
Thursday, 14 January 2010 09:36 |
|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 14/01/53
SET อ่อนตัวลงยังมีแรงซื้อ..คาดเป้าหมายเดิม 760 หรือสูงกว่า เมื่อคืนนี้ตลาดหุ้นสหรัฐ กลับมาปิดบวกขึ้นกว่า 50 จุดจากแรงซื้อในหุ้นกลุ่ม การเงินและเทคโนโลยีที่ปรับตัวลงมาพอสมควรเมื่อวันก่อน เพื่อรอลุ้นผลประกอบ การของ อินเทล ที่จะประกาศในคืนวันนี้ และเจพี มอร์แกน ที่จะประกาศในคืนวันศุกร์ เนื่องจากคาดกันว่าผลการดำเนินงานจะออกมาดีกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าได้ รวมถึงมี แรงซื้อในหุ้นกลุ่มการแพทย์และสินค้าอุปโภคบริโภคหลังจากโบรกเกอร์ได้ปรับขึ้น อันดับความน่าลงทุนของหุ้น เมอร์ค แอนด์ โค และคราฟท์ฟูดส์ เปิดเผยแนวโน้มที่ สดใส ขณะที่ตลาดหุ้นของประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่ก็พลิกกลับมาเป็นบวกหลังการปรับ ตัวลงเมื่อวานนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งในส่วนของตลาดหุ้นไทยเราจะพบว่ายังค่อนข้างแข็ง แรงกว่าตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน หลังจากเมื่อวานนี้ปรับตัวลดลงตามในระหว่างวันแต่สุด ท้ายก็ยังสามารถกลับขึ้นมาปิดเป็นบวกได้ แม้ว่ายังมีปัญหาทางด้านการเมืองคอยกด ดันแต่ก็ถือว่าสถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นน่าเป็นห่วง ทำให้ FSS ยังคาดว่า SET จะ สามารถขยับขึ้นต่อเนื่องเพื่อลุ้นจังหวะดีดขึ้นหาเป้าหมาย 760 จุดได้ตามคาด โดยยัง เน้นที่หุ้นกลุ่มแบงก์ (KBANK, SCB และ BAY) ที่จะทยอยประกาศผลการดำเนินงาน ในช่วงกลางสัปดาห์หน้า รวมทั้งหุ้นในกลุ่ม PTT จากความคืบหน้าของปัญหา โครงการในมาบตาพุด และประเด็นควบรวม (PTT, IRPC, TOP, PTTCH) นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มอื่นๆ ที่น่าสนใจได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (AP, LPN, QH) , กลุ่มโรง พยาบาล(KH, BGH) รวมถึงกลุ่มเดินเรือ(TTA, PSL) หลังค่าระวางเรือเริ่มกลับมาฟื้น ตัวในระยะสั้นจากการปรับตัวลงต่อเนื่องในรอบก่อนด้วย
ประเด็นสำคัญวันนี้ แนวโน้ม GDP 4Q09 ของเยอรมนีอาจหดตัวมากกว่าคาด หลังจากมาตรการ เบรกเศรษฐกิจของจีนได้กดดันตลาดหุ้นทั่วโลกไปแล้ววานนี้ วันนี้ตลาดยังมีข่าวร้าย จากรายงานของ Federal Statistics Office ของเยอรมนีที่คาดว่า GDP 4Q09 อาจแย่ กว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยตัวเลข revised ล่าสุดชี้ว่าทั้งปี 2009 อาจหดตัว 5% แย่ที่ สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่ในปี 2010 IMF คาดว่า GDP ของเยอรมนีจะ ขยายตัว 0.3% และเพิ่มขึ้นเป็น 1.5% ในปี 2011 ทั้งนี้ เยอรมนีเป็นประเทศที่มีขนาด เศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 1 ของยุโรปและเป็นความหวังของยุโรปในการฟื้นตัว ค่าเงินดอลลาร์ค่อนข้างทรง ราคาน้ำมันร่วง US$1.14 มาปิดที่ US$79.65 เพราะรายงานสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มเกินคาด โดย EIA รายงานสต็อกเพิ่มขึ้น 3.7 ล้าน บาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา สูงกว่าตลาดที่คาดการณ์ถึง 3 เท่า สำหรับค่าเงินดอลลาร์ ค่อนข้างทรงตัว โดย Dollar index ลดลงเพียง 0.1% มาปิดที่ 76.786 จุด ระหว่างวัน ยังแตะระดับต่ำสุดตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค. เพราะค่าเงินสกุลของประเทศที่เกี่ยวข้องกับ สินค้าโภคภัณฑ์เช่นค่าเงินของออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ หลังจากที่อ่อนค่าจาก ข่าวจีนเบรกเศรษฐกิจมากเกินไปเมื่อวันก่อน ก็กลับมาแข็งค่าเป็นปกติ ค่าเงิน ดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก จึงอ่อนค่าลงดังกล่าว กนง. คงดอกเบี้ย 1.25% ตามคาด โดยให้เหตุผลว่าแม้ว่าเศรษฐกิจโลกและ ไทยปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากการประชุมครั้งก่อน แต่ยังมีเสี่ยงปัจจัยต่อการฟื้นตัวใน ระยะต่อไป สำหรับอัตราเงินเฟ้อในเดือน ธ.ค. เร่งตัวขึ้นซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมา จากราคาน้ำมัน แต่แรงกดดันต่อเงินเฟ้อจากด้านอุปสงค์ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ มาบตาพุดคืบหน้าต่อเนื่อง: “อานันท์” ขอเวลา 3 เดือนวางยุทธศาสตร์แก้ มลพิษ ก่อนจะยุติบทบาทคณะกรรมการ 4 ฝ่าย นอกจากความคืบหน้าของคดีมาบตา พุดเป็นเป็นปัจจัยหนุนหุ้นที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกลุ่ม PTT แล้ว ประเด็นการควบรวม กิจการในกลุ่มนี้ก็น่าจะเป็นประเด็นบวกตามมา โดยเราคาดว่าน่าจะเป็น IRPC และ PTTAR ที่ควบรวมกัน SCIB: จากการประชุมกับผู้บริหาร SCIB วานนี้ ผู้บริหารยืนยันดีลขายหุ้นยัง ดำเนินไปตามปกติ กระบวนทั้งหมดเสร็จใน 2Q10 สำหรับกำไร 4Q09 คาดว่าจะเพิ่ม ขึ้น 35% Y-Y จากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญที่ลดลง หากเทียบกับไตรมาสก่อน คาด ว่าจะลดลง 21% Q-Q เพราะไม่มีเงินปันผลรับจากวายุภักษ์ ซื้อเก็งกำไรโดยคาดว่า ราคา M&A น่าจะไม่ต่ำกว่า 30 – 32 บาท
Technical View : “ดัชนีลงทดสอบแนวรับในกรอบ 742-740 จุดแล้วยังมีแรง ซื้อให้เห็น ถือว่ายืนเหนือแนวรับได้ จึงยังตามเทรดดิ้งเพื่อรอขายที่ 750 จุด(+/- 2) ต่อ .. ผ่านได้อีกลุ้นเข้าใกล้ 758 แต่ถ้าไม่ผ่านต้องระวังไหลย้อนลง!” แนวรับ : 742-740*** , 730-725* , 720** แนวต้าน : 750-752** , 755-758***
Technical Picks: GLOW (Bt 33.25 เป้าเทคนิค 35-37 cut loss ถ้าหลุด 32) GLOBAL (Bt 2.64 เป้าเทคนิค 2.80 cut loss ถ้าหลุด 2.60) METRO (Bt 1.95 เป้าเทคนิค 2.20 cut loss ถ้าหลุด 1.90)
|
Comments