|
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะหุ้น20/01/53
|
|
|
Wednesday, 20 January 2010 10:53 |
|
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 20/01/53
กลยุทธ์การลงทุน แม้เช้านี้ตลาดหุ้นทั่วโลกจะเปิดบวกเป็นส่วนใหญ่ แต่คาดว่าตลาดหุ้นไทยยังขาดปัจจัย หนุนใหม่ที่จะมาหักล้างการเมืองในประเทศที่เริ่มร้อนแรง กดดันนักลงทุนต่างชาติกลับมาขาย สุทธิต่อเนื่อง ทำให้คาด SET Index จะแกว่งตัวในกรอบ 730-745 จุด กลยุทธ์การลงทุนให้ เลือกหุ้นกลาง-เล็ก ที่คาดว่าจะมีผลกำไรที่ดีมากในปี 2553 หรือจ่ายเงินปันผลสูงต่อเนื่อง เช่น AH, SAT, BCP, SC AOT ตกหนัก หวั่นกลุ่ม นปช. ชุมนุม กดดันรัฐฯ สะสางคดียึดสนามบินปลายปี 2551 ตามที่ได้นำเสนอไปเมื่อวานว่า ปัจจัยการเมืองน่าจะเริ่มเข้ามากดดันตลาดมากขึ้นใน ช่วงปลายเดือน ม.ค. เป็นต้นไป โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลเปิดประชุมสภาสามัญในวันพฤหัสบดี ที่ 21 ม.ค. 2553 ทำให้ประเด็นการเมืองร้อน ๆ จะถูกนำหยิบยกขึ้นมาเพื่อพิจารณามากขึ้น เริ่มตั้งแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นเกี่ยวกับที่มาของ ส.ส. ตามมาด้วยการอภิปรายไม่ไว้ วางใจรัฐบาล พร้อม ๆ กับการเคลื่อนไหวนอกสภาฯ ของกลุ่ม นปช. โดยล่าสุดวานนี้ แกนนำกลุ่ม นปช. เปิดเผยว่าเตรียมจะเคลื่อนไหวเพื่อกดดันให้มีการติดตามคดีพันธมิตรยึดสนามบินฯ ใน ปลายปี 2551 โดยจะดึงแนวร่วม เช่น กลุ่มชาวนา ซึ่งได้รับผลกระทบจากการดำเนินคดีเข้าร่วม ชุมนุมด้วย เชื่อว่าปัจจัยการเมืองจะมีความร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งใกล้การตัดสินคดียึด ทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของอดีตนายกฯ ในปลายเดือน ก.พ. 2553 ซึ่งได้กดดัน SET Index ลดลงไปถึง 10 จุด วานนี้ และส่งผลให้หุ้น AOT ลดลงมากถึงเกือบ 7% ธ.พ. รายงานผลกำไรออกมาเป็นไปตามคาด หุ้น ธ.พ. มีโอกาสแกว่งตัวต่อไป หลังจากที่ TMB นำร่องรายงานผลประกอบการงวด 4Q52 ไปเป็นแห่งแรก วานนี้มี ธ.พ. ประกาศออกมาอีก 4 แห่ง คือ BBL, SCB, SCIB และ KBANK พบว่าส่วนใหญ่สอดคล้องกับที่ นักวิเคราะห์กลุ่ม ธ.พ. ของ ASP คาดการณ์เอาไว้ (อ่านรายละเอียดหุ้นรายบริษัทใน Equity Talks วันนี้) กล่าวคือ ธ.พ. 7 แห่งคาดว่าจะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 70% จากงวดเดียวกันของปี ก่อน ทั้งนี้เป็นผลจากสินเชื่อที่เติบโตสูงสุดของปีอันเป็นผลของฤดูกาลและการตั้งสำรองฯ ที่ลด น้อยลง หลังจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว และคาดว่าในปี 2553 คาดว่าหุ้นกลุ่ม ธ.พ. น่าจะมีกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ราว 14% ภายใต้สมมติฐานสินเชื่อที่จะเติบโต 7.2%YoY เนื่องจาก เศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก ซึ่งสอดคล้องกับ ธปท. ที่ให้ความเชื่อมั่นต่อการ ขยายสินเชื่อของสถาบันการเงินไทยว่าจะเติบโตสูงถึง 10% อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ที่ตลาด หุ้นยังถูดกดันจากปัจจัยการเมือง และแรงขายของนักลงทุนหากหุ้น ธ.พ. อ่อนตัวลง เชื่อว่าน่าจะ เป็นโอกาสในการสะสมเพื่อการลงทุนระยะยาว
คาดสำรองน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น หุ้นน้ำมันแกว่งตัว Switch จาก BANPU มายัง TOP, BCP ค่าเงินดอลลาร์ในสหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง โดยวานนี้ Dollar Index ปรับตัวขึ้นมา สู่ระดับ 75.53 จุด แข็งค่าขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกยังคง แกว่งตัวด้านข้างต่อเนื่องติดต่อกัน 3 วัน หลังจากที่ลดลงราว 6% ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดย ล่าสุดราคาน้ำมันดิบตลาดล่วงหน้า Nymex ทรงตัวอยู่ที่ 78.57 เหรียญฯ ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบ ฟื้นตัวเล็กน้อย ดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ 76.56 เหรียญฯ หลังอ่อนตัวทดสอบแนวรับที่ 75 เหรียญฯ ในวัน ก่อนหน้า ขณะที่โพลล์รอยเตอร์คาดว่า ตัวเลขสต็อกน้ำมันสหรัฐที่จะประกาศในคืนนี้ น่าจะปรับตัว เพิ่มขึ้นทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสต็อกน้ำมันดิบคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล ขณะที่สต็อก น้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันกลั่น) อาจเพิ่มขึ้นราว 0.4 ล้านบาร์เรล โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของน้ำมัน เบนซิน 1.9 ล้านบาร์เรล น่าจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงมีทิศทางผันผวนและ แกว่งตัวด้านข้างต่อเนื่องในวันนี้ ซึ่งน่าจะกดดันหุ้นกลุ่มพลังงานโดยเฉพาะหุ้นปิโตรเลี่ยม ซึ่งที่ ผ่านมาลดลงน้อยกว่าราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลี่ยม โดยเฉพาะหุ้น BANPU ที่ราคาหุ้นเต็มมูลค่า พื้นฐานปี 2553 แล้ว เช่นเดียวกับหุ้น PTTEP และ PTT ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันดิบอ่อนตัว น่าจะส่งผลดีต่อการกลั่น (GRM) คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากงวด 1Q53 และต้นงวด 2Q53 จากผลของฤดูกาล จึงแนะนำซื้อสะสม BCP(FV@B20) และ TOP(
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
) โดยราคาตลาดยังมี upside สูงถึง 35% และ 24% ตามลำดับ นอกจากนี้ BCP ยังเป็นหุ้นที่ให้ ผลตอบแทนในรูปเงินปันผลสูงสุดถึง 13% ในปี 2552 และจะยังสูงถึง 8% ในปี 2553
กลุ่มส่งออกยังฟื้นตัวต่อเนื่อง เน้นหุ้นชิ้นส่วนรถยนต์ AH, SAT กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขส่งออกเดือน ธ.ค. 2552 เพิ่มขึ้น 26.1% สูงสุดของปี 2552 และเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่อง 2 เดือน ขณะที่นำเข้าเพิ่มขึ้นในอัตราสูงถึง 28% แต่ยังหนุน ให้ประเทศไทยเกินดุลการค้าต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 แต่เชื่อว่าเงินบาทยังมีเสถียรภาพ การฟื้น ตัวของภาคส่งออกที่สูงดังกล่าว เป็นการสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว และน่าจะผลักดัน ให้หุ้นในกลุ่มส่งออก (ยานยนต์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์) ยังคงมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อ เนื่อง และวันนี้กลุ่มยานยนต์รายงานตัวเลขยอดขายในประเทศเดือน ธ.ค. 2552 เพิ่มขึ้น 26.4% จากเดือนก่อนหน้า โดยเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ขณะที่ยอดขายรถยนต์สูง สุดในรอบ 36 เดือน ประกอบกับ AFTA มีผลบังคับให้อุปสรรคการค้าด้านภาษีในเขตอาเซียน หมดไปตั้งแต่ต้นปี 2553 น่าจะดีต่ออุตสาหกรรมส่งออกชิ้นส่วนฯ ของไทย จึงแนะนำซื้อทั้ง SAT และ AH
|
Comments