|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานตลาดหุ้น 22/01/53
|
|
|
Friday, 22 January 2010 09:39 |
|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 22/01/53
ตลาดหุ้นต่างประเทศยังกดดัน...ถอยไปรอรับใหม่แถว 700 จุด!! ตลาดหุ้นทั่วโลกยังร่วงลงต่อเนื่อง จากความกังวลในมาตรการคุมเข้มของจีน ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าด้วย ซึ่งย่อมกดดันตลาดหุ้นและราคาสินค้า โภคภัณฑ์ หุ้นกลุ่มพลังงาน กลุ่มพลังงานทดแทน กลุ่มโลหะ จึงน่าจะปรับตัวลงต่อ อย่างไรก็ตาม FSS เราคาดว่าจะเป็นเพียงในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ดังนั้นตลาดปรับ ตัวลงรุนแรงจึงถือเป็นจังหวะทยอยซื้อสะสมได้ เพราะหุ้นในกลุ่มเหล่านี้ไม่ได้รับผล กระทบจากประเด็นการเมืองมากนัก ซึ่งเราให้น้ำหนักกับประเด็นปัญหาทางการเมือง ภายในประเทศมากกว่า โดยจังหวะที่จะทยอยเข้าซื้อนั้น เราแนะนำให้รอแถว 700 จุดก่อน ค่อยพิจารณาเข้ารับบางส่วน จากนั้นรอดูว่า SET จะหลุดต่ำกว่าลงไปหรือไม่ ค่อยพิจารณาเข้ารับส่วนที่เหลือ อย่างไรก็ตามจากผลการประเมินผลกระทบจากการ เมืองต่อตลาดหุ้นไทยในอดีต ทำให้เราคาดว่ากรณีการเมืองเลวร้ายที่สุดแล้ว SET ก็ น่าจะยังสามารถเคลื่อนไหวไม่ต่ำกว่า 630 จุด (ดูรายละเอียดใน Special Report ฉบับวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา)
ประเด็นสำคัญวันนี้ มาตรการคุมเข้มเศรษฐกิจของจีนเป็นลบในระยะสั้น แต่เป็นผลดีในระยะ ยาว การประกาศ GDP ที่ร้อนแรงของจีนเมื่อเช้าวานนี้ (4Q09 +10.7% Y-Y เทียบ กับที่ตลาดคาด +10.5% Y-Y เป็นเพราะฐานการส่งออกที่ตกต่ำใน 4Q08 และทั้งปี 2009 +8.7% เทียบกับตลาดคาด +8.5%) พร้อมรายงานอัตราเงินเฟ้อในเดือน ธ.ค. ที่ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว +1.9% Y-Y หรือ +1.2% M-M เทียบกับที่ตลาดคาด +1.4% Y-Y และเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่เพิ่มเพียง 0.6% Y-Y โดยเป็นการปรับขึ้นของราคา อาหารและพลังงาน รวมทั้งค่าแรงงาน เราคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะทรงๆ ในเดือน ม.ค. และจะพุ่งสูงอีกครั้งในเดือน ก.พ. ช่วงตรุษจีน ข่าวดังกล่าวถือเป็นข่าวร้ายกับ สินทรัพย์เสี่ยง (ตลาดหุ้นและโภคภัณฑ์) เพราะตลาดคาดการณ์ว่าจีนจะมีมาตรการ คุมเข้มความร้อนแรงของเศรษฐกิจ ซึ่งเราก็เชื่อว่าจะมีออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการ ปรับขึ้น RRR (Reserve Requirement Ratio) สำหรับธนาคารพาณิชย์ การปรับขึ้น ดอกเบี้ยนโยบาย รวมทั้งปล่อยให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าซึ่งน่าจะภายใน 2 – 3 เดือนนับ จากนี้ ให้น้ำหนักกับการเมืองในประเทศมากกว่าปัจจัยอื่น การที่จีนปรับค่าเงิน หยวนขึ้นในปี 2005 ทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ามาในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น ตลาดหุ้นไทย พลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วยโดย SET Index ปรับขึ้น 1.6% วันแรกที่เปิดทำการ 25 ก.ค. 2005 นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิถึง 1.1 พันล้านบาท ก่อนจะขายในวันถัดมา แต่ในเดือน ก.ค. ต่อเนื่องถึงเดือน ก.ย. ยอดต่างชาติเป็น Net Buy เฉลี่ยเดือนละ 1.5 หมื่นล้านบาท ส่วน SET Index ยังคงซิกแซกขึ้นอย่างต่อเนื่องไปจนถึงกลางปี 2006 รวม 20% อย่างไรก็ตาม เราให้น้ำหนักกับการเมืองมากกว่า นักลงทุนยังต้องระมัด ระวังการลงทุน อาศัยจังหวะที่ดอลลาร์แข็งค่าทยอยสะสมหุ้นกลุ่มพลังงานและพลังงานทด แทนค่าเงินดอลลาร์จะยังแข็งค่าต่อไปในระยะนี้ ซึ่งย่อมกดดันตลาดหุ้นและราคา สินค้าโภคภัณฑ์ หุ้นกลุ่มพลังงาน กลุ่มพลังงานทดแทน กลุ่มโลหะ จึงน่าจะปรับลง แต่เราเห็นว่าน่าจะอาศัยโอกาสที่ดอลลาร์แข็งค่า ทยอยซื้อสะสมเพราะหุ้นกลุ่มนี้ไม่ ได้รับผลกระทบจากประเด็นการเมืองมากนัก BANPU: ราคาหุ้นเมื่อวานปรับลงมา 28 บาทหรือ 4.5% มาปิดที่ 590 บาท ราคาดังกล่าวยังมีส่วนต่างจากราคาเป้าหมายของเราเพียง 4% เราจึงยังคงแนะนำให้ รอซื้อเมื่ออ่อนตัว นอกจากนี้ ราคาถ่านหิน BJI สัปดาห์ที่ผ่านมาก็เริ่มอ่อนตัวเพราะ อากาศอบอุ่นขึ้น ในทางเทคนิค 590 บาทเป็นแนวรับพอดี ซึ่งน่าจะมีรีบาวน์ดในวันนี้ แต่เชื่อว่าสุดท้ายยังลงต่อได้อีกเพราะอย่าลืมว่าในช่วงที่ผ่านมาที่ราคาทำ New high ทุกคนมีกำไร ถ้าหาก Sentiment ไม่ดีแม้เพียงเล็กน้อยแล้วแย่งกันขาย ราคาจะลง แรง ในทาง Fundamental เราอยากให้รอซื้อที่บริเวณ 550 บาท เพื่อให้มีส่วนต่าง อย่างน้อย 10% จากเป้าหมายของเราที่ 612 บาท วันนี้ ธปท. จะทบทวน GDP ปีนี้ใหม่ หลังจากประเด็นมาบตาพุดมี พัฒนาการที่ดีขึ้นเป็นลำดับ คาดว่าจะเป็นข่าวดีกับตลาด แต่ข่าวดีดังกล่าวน่าจะ ถูกกลบด้วยความร้อนแรงทางการเมือง
Technical View : “ตลาดไหลลงเร็วกว่าคาด ทำให้มีสิทธิที่จะไม่มีรอบแกว่ง ในกรอบ 720-740 จุดแล้ว โดยคาดว่าจะเป็นการแกว่งตัวลงต่อเนื่องในรอบขาลง ทันที ดังนั้นเทรดดิ้งให้ถอยไปรอลุ้นใหม่แถว 700 จุดหรือต่ำกว่าแทน...” แนวรับ : 715-710* , 704-700** , 696-690*** แนวต้าน : 725** , 730-734***
Technical Picks: BGH (Bt 25.25 เป้าเทคนิค 26-27 cut loss ถ้าหลุด 24.90) MDX (Bt 1.32 เป้าเทคนิค 1.40-1.42 cut loss ถ้าหลุด 1.29) CTW (Bt 5.90 เป้าเทคนิค 6.60-7 cut loss ถ้าหลุด 5.70)
|
Comments