|
บล.ธนชาต: รายงานภาวะตลาดหุ้น 26/01/53
|
|
|
Tuesday, 26 January 2010 09:13 |
|
บล.ธนชาต : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 26/01/53 “รีบาวด์ชั่วคราว ไม่เกิน 718 จุด” ตามบรรยากาศการลงทุนในต่างประเทศ โดยแรงซื้อกลับรอบนี้อาจจะหมุนมาเก็งกำไรในแบงก์ใหญ่ที่พื้นฐานดีแต่ราคายังไม่ไปไหนไกลอย่าง KTB (ต้าน 10.40) และอสังหาฯใหญ่อย่าง AP (ต้าน 5.20) ที่ราคาหุ้นร่วงมา 9 วันติดรวม 14% (vs. SETPROP ลบแค่ 5%) เพราะเข้าใจผิดว่ามาตรฐานบัญชีใหม่ (รับรู้รายได้เมื่อโอน) จะกระทบกำไรให้ทรุดฮวบ
ประเด็นสำคัญวันนี้ SCC: 4Q09 Results Preview ถอดรหัส Short Sales พิษมาบตาพุดทำให้ราคาหุ้นครอบครัว PTT เสี่ยงที่จะลงต่อ จากตาราง Short Sales หน้า 15 พบว่าวานนี้มีแรงขายชอร์ตหุ้นครอบครัว PTT ออกมาอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ 5 วันทำการที่ผ่านมา (ดูตารางข้างล่างประกอบ) นั่นหมายความว่ามีโอกาสที่ราคาหุ้นเหล่านั้นจะปรับตัวลงได้อีก 5-10% ก่อนจะมีแรงซื้อกลับ (short covering) Short Sales Turnover (THB m) % Short Sales Volume vs. Main Board 25-Jan-10 5-Day Avg 25-Jan-10 5-Day Avg PTT 110 38 5.43 2.59 PTTCH 26 11 3.57 1.80 PTTAR 35 6 3.74 0.54 SCC ประกาศงบพรุ่งนี้ คาดกำไรทั้งปี 2009 โตกว่า 50% แต่อาจไม่เร้าใจพอเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่รออยู่ข้างหน้า โดยเราคาด SCC จะมีกำไรสุทธิ 7 พันลบ. ใน 4Q09 (ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน แต่พลิกจากขาดทุน 3.5 พันลบ.ใน 4Q08 เพราะในไตรมาสดังกล่าวราคาน้ำมันและปิโตรเคมีปรับตัวลงแรงทำให้เกิด inventory loss ดูตารางบนสุดขวามือ) ส่วนทั้งปี 2009 คาดมีกำไรสุทธิ 2.6 หมื่นลบ. (เพิ่มขึ้น 55% เพราะฐานต่ำ และธุรกิจปิโตรเคมีฟื้น) สำหรับปันผลครึ่งหลังงวด 2H09 คาดจ่ายอีก 8.63 บาท Yield 4% (รวมทั้งปี 12.13 บาท) แต่ปี 2010 นี้คาดกำไรจะอ่อนลง 6% เพราะความล่าช้าในโครงการมาบตาพุดและมาร์จิ้นในธุรกิจปิโตรเคมีที่แคบลง แม้ในเชิงปัจจัยพื้นฐานเราจะชอบ SCC แต่ในเชิงกลยุทธ์ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้แนะนำ “ขายทำกำไร” ต้าน 228 บาท รับ 204 บาท (vs. ปิด 216 บาท) ดอกเบี้ยยังต้องเตี้ยติดดินต่อไป โดยธนาคารกลางของญี่ปุ่น (BOJ) จะมีการประชุมกันในวันนี้ (26) ส่วนธนาคารกลางของสหรัฐ (FOMC) จะประชุมในวันรุ่งขึ้น (27) ซึ่งคาดว่าทั้งคู่จะคงดอกเบี้ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.10% และ 0-0.25% ตามลำดับ
สรุปภาพตลาดวานนี้ หน้าแตกที่วานนี้คิดว่า SET จะลงแรง แต่ปิดตลาดลบแค่ 4 จุด @ 710.39 จุด แม้ว่าระหว่างวันจะลงไป Low @ 702.87 จุดก็ตาม เพราะมีแรงซื้อกลับในหุ้นแบงก์ใหญ่ (SCB & KBANK ที่ก่อนหน้านี้ถูกขายชอร์ตออกมาอย่างต่อเนื่อง) รวมถึงหุ้นตระกูลซีพี (CPF & CPALL ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ TNS เพิ่งปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2010 เป็น 14 บาท และ 30 บาท ตามลำดับและถือว่าปลอดการเมืองเพราะเป็นหุ้นปัจจัยสี่) ตรงข้ามหุ้นที่โดนกระหน่ำขาย คือครอบครัวปตท. (โดยเฉพาะ PTTCH -2%) และ SCC (-4%) หลังศาลฯยกคำร้อง 30 โครงการที่มาบตาพุดที่ยื่นอุทธรณ์ไป ทั้งนี้แม้วานนี้ฝรั่งจะกลับลำมาซื้อสุทธิแต่ก็แค่ 200 ลบ. (vs. สัปดาห์ที่แล้วขายสุทธิเฉลี่ยวันละ 1 พันลบ.) ส่วนกองทุนในประเทศยังขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 อีก 1.8 พันลบ. DJ เมื่อวานก็แค่รีบาวด์ 24 จุด หลังจาก 3 วันก่อนลงไป 552 จุด เพราะหวังว่า “เบอร์นันเก้” จะได้นั่งเป็นธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) สมัยที่ 2 (ทราบผลสัปดาห์หน้า)
|
Comments