|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะหุ้น 04/02/53
|
|
|
Thursday, 04 February 2010 10:07 |
|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 04/02/53
Market Recap and Trend: การยื่นคำร้องต่อศาลฯของอัยการฯ กรณีระงับการลงทุนโครงการ มาบตาพุด 29 โครงการ เป็นปัจจัยบวกต่อ SET ระยะกลาง-ยาว SET ปรับสูงขึ้นตั้งแต่เปิดตลาด และปิดตลาดปรับสูงขึ้น 1.96% ที่ 707.65 จุด นำ โดยแรงซื้อกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่อย่างกลุ่มพลังงาน ธนาคาร และวัสดุก่อสร้าง อย่างไรก็ตามมูลค่า การซื้อเพิ่มขึ้น 18% จากวันก่อนเป็น 16,064 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติกลับเข้าซื้อหุ้นสุทธิ 1,157 ล้านบาท สำหรับแนวโน้ม SET ระยะสั้น เรายังคาดหวังการ Rebound ไปที่ระดับ 710-720 จุดเหมือนเดิม หลังจากที่ SET ปรับลดลงแรงเกือบ 10% ตั้งแต่กลางเดือนม.ค. ที่ผ่านมา สำหรับการยื่นคำร้องของอัยการสูงสุดต่อศาลฯ เพื่อขอให้ศาลยกเว้นคำสั่งระงับโครงการ ลงทุนในเขตมาบตาพุด สำหรับโครงการที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างให้สามารถดำเนินการ ก่อสร้างต่อไป จำนวน 29 โครงการ แม้ถือว่าเป็นปัจจัยบวกทาง Sentiment แต่ในเชิงพื้นฐาน แล้วไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากทั้ง 64 โครงการที่ถูกระงับยังจำเป็นต้อง ดำเนินการด้าน EIA, HIA, และขอความคิดเห็นจากชุมชนและองค์กรอิสระและซึ่งจำเป็นต้องใช้ ระยะเวลาอย่างน้อย 6-12 เดือน
Investment Strategy: รอขายทำกำไรกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่ระดับ 710-720 จุด...ถือหุ้นใน สัดส่วน 60% ของพอร์ตต่อเนื่อง แม้ SET จะดูอ่อนแอกว่าที่เราคาดไว้ในช่วงต้นสัปดาห์ แต่การ Rebound เมื่อวานนี้ ถือว่าเป็นสัญญาณบวกที่ดี ต่อแนวโน้มการ Rebound ระยะสั้นๆ ไปที่ระดับ 710-720 จุด อย่างไรก็ตามเรามองว่าโอกาสในการเข้า เก็งกำไร กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่จะเริ่มน้อยลงที่ระดับ ปัจจุบัน โดยเราแนะนำนักลงทุนรอขายทำกำไรกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่แนะนำให้เข้าเก็งกำไรก่อน หน้า เมื่อ SET ปรับสูงขึ้นไปที่ 710-720 จุด และในกรณีที่ SET ปรับลดลงต่ำกว่า 698 จุด นัก ลงทุนควรจำกัดการเข้า เก็งกำไร เช่นกัน เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณการจบรอบ Rebound ระยะสั้นๆ ได้เช่นกัน...สำหรับน้ำหนักลงทุนในหุ้น เราคงไว้ที่ 60% ของพอร์ต และยังเน้นการเข้า สะสมในกลุ่มหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงอย่าง ADVANC, TICON, DCC, BCP, และ KK เหมือนเดิม
Top Picks PTT PTTEP BANPU TOP PTTAR BBL KBANK SCB KTB TISCO DCC SCC LH QH AP PS SPALI KSL TUF CPALL AOT STANLY SAT TTA MINT
Futures Strategy : S50H10 Rebound ถึงเป้าหมายแล้ว...แต่อาจถือ Long ลุ้นไปก่อน โดยมี Trailing Stop ที่ 486 จุด
AUTO: หุ้นหลายๆ ตัวเริ่มมี Sentiment ที่ดีขึ้น
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก • ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลง ดัชนีเฉลี่ยดาวโจนส์ปิดลดลง 0.26% เช่นเดียวกับ S&P500 ปิดลดลง 0.55% โดยได้รับแรงกดดันจากประธานาธิบดีบารัค โอบามาได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะ ปฏิรูประบบดูแลสุขภาพและปฏิรูปกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นต่อตลาดวอลล์สตรีท ซึ่งตอกย้ำความ เสี่ยงทางการเมืองที่ได้ถ่วงตลาดหุ้นสหรัฐลงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ การคาดการณ์ เกี่ยวกับการควบคุมมากขึ้นของรัฐบาลสหรัฐทำให้เกิดความวิตกว่าผลกำไรของภาคธุรกิจจะได้ รับผลกระทบ • ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดลดลง ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน มี.ค. ปิดลดลง 0.25 ดอลลาร์ หรือ 0.32% มาที่ 76.98 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงกดดัน จากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 2.3 ล้านบาร์เรล สู่ 329.0 ล้านบาร์เรลในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 ม.ค., ขณะที่สต็อกนํ้ามันกลั่น ลดลง 1.0 ล้านบาร์เรล สู่ 156.5 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล สู่ 228.1 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมัน heating oil เพิ่มขึ้น 800,000 บาร์เรล สู่ 42.0 ล้านบาร์เรล และอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น 0.8 % สู่ 77.7 % • ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ดออลาร์ปรับตัวขึ้น หลัง สถาบันจัดการ ด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยดัชนีภาคบริการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเดือนม.ค. โดยดัชนี ISM ภาคบริการบวกขึ้นสู่ 50.5 ในเดือนม.ค.จาก 49.8 ในเดือนธ.ค. ประกอบกับ ADP Employer Services เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานทั่วประเทศสหรัฐลดลง 22,000 ตำแหน่ง ในเดือนม.ค. น้อยกว่าที่ลดลง 61,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. • ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดลดลง 18 จุดมาที่ 2673 จุด รายงานภาคการผลิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐสร้างความเชื่อมั่นในการสต๊อกวัตถุดิบของผู้ผลิตทั่วโลกช่วยผลักดันค่าระวางเรือ ให้มีทิศทางขาขึ้นในช่วงนี้
|
Comments