|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 15/02/53
Market Recap and Trend: การประกาศขึ้น Reserve Requirement ของจีนจะกลับมา กดดันตลาดอีกครั้ง การประกาศจ่ายปันผลพิเศษ 5 บาท/หุ้น หรือจ่ายปันผลทั้งหมด 8.3 บาท/หุ้น ของ ADVANC เมื่อวันศุกร์ส่งผลให้มีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องในหุ้น ADVANC, และ SHIN ส่ง ผลให้SET ปรับสูงขึ้น 0.38% ปิดตลาดที่ 698.03 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายเบาบางต่อเนื่อง 12,397 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิ 464 ล้านบาท สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ คาดว่าจะถูกกดดันจากการปรับขึ้น Reserve Requirement ของจีนอีก 50bps เมื่อวันศุกร์ที่ ผ่านมา เพื่อลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีผลวันที่ 25 ก.พ.นี้ (เป็น 16% สำหรับธนาคาร ขนาดใหญ่ และ 14% สำหรับธนาคารขนาดเล็ก) ถือว่าเป็นการใช้นโยบายการเงินที่เข้มข้นมาก ขึ้นต่อเนื่อง (Tightening Monetary Policy) และจะเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกอีกครั้ง ขณะที่คาดว่าปัจจัยการเมืองจะเข้มข้นขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนคำตัดสินศาลฯกรณียึด ทรัพย์อดีตนายกฯทักษิณ วันที่ 26 ก.พ.นี้
Investment Strategy: พอร์ตลงทุนหลักยังแนะนำถือหุ้น 40% ของพอร์ตต่อเนื่อง...แนะนำ เลือกลงทุน หุ้นปันผล และผลการดำเนินงาน 4Q09 ออกมาดี การประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษของ ADVANC จำนวน 5 บาท/หุ้น รวมกับเงินปันผล ปกติอีก 3.3 บาท/หุ้น ส่งผลให้ ADVANC จ่ายเงินปันผลมากถึง 8.3 บาท/หุ้น สำหรับผลการ ดำเนินงาน 2H09 และเราคาดว่า SHIN จะประเทศจ่ายเงินปันผลมากเป็นพิเศษเช่นเดียวกับ ADVANC ในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้การจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงของ ADVANC จะทำให้นักลงทุนเริ่ม หันมาสนใจกลุ่มหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงอย่าง SPALI, DCC, TICON, และ KK มากขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งเราให้เป็นกลุ่มหุ้นเด่นในช่วงตลาดพักฐาน นอกจากนี้เราคาดว่ากลุ่มหุ้นที่ คาดว่าจะมีผลการดำเนินงาน 4Q09 ออกมาดี อย่าง AOT, THAI, PS, MINT และ SAT (คาดกำไรขยายตัวสูงในปี 2010 จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ และลูกค้ารายใหม่อย่าง คูโบต้า) จะเป็นกลุ่มหุ้นที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่า SET เช่นกัน
Top Picks PTT PTTEP BANPU TOP PTTAR BBL KBANK SCB KTB TISCO DCC SCC LH QH AP PS SPALI KSL TUF CPALL AOT STANLY SAT TTA MINT
Futures Strategy : ถือสถานะ LONG ต่อเนื่อง โดยเลื่อน Trailing Stop มาที่ 478 จุด
AUTO : เพิ่ม ADVANC เข้าสู่กลุ่มหุ้น Top Picks
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก • ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลง ดัชนีเฉลี่ยดาวโจนส์ปิดลดลง 0.44% เช่นเดียวกับ S&P500 ปิดลดลง 0.27% ขณะที่ธนาคารกลางจีนเปิดเผยในเว็บไซท์ว่า ธนาคารทุกแห่งจะต้องเพิ่มการ กันสำรองอีก 0.5 % โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ. ทำให้นักลงทุนวิตกว่าจีนซึ่งกำลังเป็น ผู้นำการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกนั้น อาจจะชะลอตัวเร็วเกินไป นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยกดดันจาก ข้อมูลที่อ่อนแอเกินคาดเกี่ยวกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐและปริมาณสินค้าคงคลัง ในภาคธุรกิจ และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของยูโรโซน • ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดลดลง ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน มี.ค. ปิดลดลง 1.15 ดอลลาร์ หรือ 1.53% มาที่ 74.13 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงกดดัน จากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA)รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 2.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ประกอบกับความกังวลเรื่องอุปสงค์น้ำมันในตลาดโลก หลังจาก จีนปรับขึ้นเพดานการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งอาจส่งผลลบต่ออัตราการเติบโตของ เศรษฐกิจจีน • ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโร ยูโรปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกันเทียบ ดอลลาร์ เนื่องจากการที่ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการของสหภาพยุโรปในการช่วยเหลือกรีซ นั้น ทำ ให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับวิกฤตการณ์หนี้สินในยูโรโซน ขณะเดียวกันความต้องการ ในตลาดหุ้นและสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูง เช่น ดอลลาร์ออสเตรเลีย ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง หลังจีนประกาศปรับเพิ่มเพดานการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์เป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ ซึ่งกระตุ้น ความวิตกที่ว่าการคุมเข้มทางการเงินอย่างรุนแรงของจีนอาจจะส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โลกชะลอตัวลง • ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดลดลง 4 จุดมาที่ 2571 จุด รายงานภาคการผลิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐสร้างความเชื่อมั่นในการสต๊อกวัตถุดิบของผู้ผลิตทั่วโลกช่วยผลักดันค่าระวางเรือ ให้มีทิศทางขาขึ้นในช่วงนี้
|
Comments