Error
สถาบันวิจัยนครหลวงไทย รายงานภาวะหุ้น24/02/53
Print
Wednesday, 24 February 2010 09:34

สถาบันวิจัยนครหลวงไทย : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 24/02/53

แนวโน้มตลาดวันนี้
SCRI คาด ตลาดฯมีแนวโน้มอ่อนตัวจากแรงขายทำกำไรระยะสั้นแต่ปัจจัยกดดันทางการเมืองลดลง เงินปันผลเป็นปัจจัยหนุน ทั้งนี้การที่ตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ และ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีเดือน ก.พ.ลดลงต่ำกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯและยุโรป อย่างไรก็ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจเอเชียที่แข็งแกร่งและการที่ตลาดฯเปลี่ยนการคาดการณ์ว่าจีนจะไม่รีบขึ้นอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุน สำหรับปัจจัยการเมืองในประเทศมีแรงกดดันลดลงในสัปดาห์นี้ หลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 6 มี.ค.  

 กลยุทธ์การลงทุน  นักลงทุนระยะสั้น แนะนำ ซื้อเก็งกำไร หุ้น Sweet spot ได้แก่ AOT (41-44) TRUE (2.9-3.2) ITD (2.7-3.1) ส่วนนักลงทุนระยะกลาง-ยาว แนะนำ ซื้อสะสม “หุ้นกลุ่มเงินปันผลสูง” SPALI (0.38 บาท) TRT (0.52 บาท) MODERN (1.80 บาท) TMT (จ่ายจริง 0.45 บาท ขึ้น XD วันที่ 3 มี.ค.) และ TPAC (จ่ายจริง 0.56 บาท ขึ้น XD วันที่ 3 พ.ค.) ตัวเลขในวงเล็บเป็นเงินปันผลที่คาดจะจ่าย และหุ้น Defensive ได้แก่ HMPRO / GLOW / TUF 

ประเด็นสำคัญ
 ครม.มีมติไม่ต่ออายุมาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์
 กลุ่มคนเสื้อแดงนัดชุมนุม 6 มี.ค. & 61607; ติดตามความคืบหน้ารัฐบาลสหรัฐในการห้ามธนาคารซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อตนเอง (Proprietary trading) เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยง

 ปัจจัยต่างประเทศ
    ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ฟื้นตัวจากทางการดูไบเพิ่มเงินช่วยเหลืออีก 5 พันล้านเหรียญให้กับ  Dubai World ในขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกงปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากผลการประมูลที่ดินครั้งแรกของปี 53 มีราคาสูงกว่าที่คาดการณ์   
   ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลง 100.97 จุด ที่ระดับ 10,282.41 จุด เนื่องจาก ตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.พ.ลดลงต่ำสุดในรอบ 10 เดือน ลดลงสู่ระดับ 46 จุด จาก 56.50 ในเดือน ม.ค. ส่วนดัชนีราคาบ้านเดือน ธ.ค.ลดลง 0.20% ใกล้เคียงคาดการณ์ ตัวเลขความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนี (IFO) เดือน ก.พ.ลดลงครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปี ลดลงเหลือ 95.2 จาก 95.8 เดือน ม.ค.
   ตัวเลขส่งออกเดือน ม.ค. ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 40.9% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 85.2พันล้านเยน สำหรับตลาดฯส่งออกที่เพิ่มขึ้นมากได้แก่ เอเชียเพิ่มขึ้น 68.1% yoy จีนเพิ่มขึ้น 79.9% yoy สหรัฐฯ +24.2%     
   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้นเทียบเงินยูโรหลังจากตัวเลข IFO ของเยอรมนีต่ำกว่าคาดการณ์ แต่อ่อนค่าเทียบกับเยน หลังจากตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นสหรัฐฯลดลงเกินคาดส่งผลให้ Dollar Index ปิดที่ระดับ 80.85 จุด  

ปัจจัยในประเทศ
  ครม.มีมติไม่ต่ออายุมาตรการภาษีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ต่ออายุการลดค่าไฟ-ค่ารถ-รถไฟ ยกเว้นค่าน้ำประปา อีก 3 เดือน สิ้นสุด มิ.ย.นี้ โดยใช้งบประมาณ 4.5 พันล้านบาท SCRI ประเมินว่าจะมีผลให้อัตราเงินเฟ้อปี 2553 ลดลงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่เฉลี่ย 3.5% เหลือ 3.2-3.4% ในกรณีที่ต่ออายุมาตรการตลอดปี 2553
  เจบิคเผยนักลงทุนญี่ปุ่นประเมินประเทศไทยยังมีความน่าสนใจในการลงทุนเป็นอันดับ 4 ดีขึ้นจากลำดับ 5 ในปี 2551 อย่างไรก็ตาม ปัญหาการเมืองที่ไร้เสถียรภาพยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
  กลุ่มคนเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 6 มี.ค.53 ส่งผลให้ประเมินว่าการตัดสินของศาลฯวันที่ 26ก.พ.จะไม่เกิดความวุ่นวาย & 61607; นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,775 ล้านบาท (สถาบันซื้อสุทธิ 1,008 ล้านบาท) มีสถานะ Short ในตลาดฟิวเจอร์สุทธิ 38 สัญญา

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
 ราคาน้ำมันล่วงหน้าตลาดนิวยอร์คส่งมอบเดือน มี.ค. ปิด ลดลง 1.45 เหรียญ ปิดที่ 78.86 ต่อบาร์เรล จากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และ ความกังวลต่อเศรษฐกิจ โดยหลังปิดตลาดฯ API รายงานสต็อกน้ำมันดิบลดลง 3.1 ล้านบาร์เรล สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบาร์เรล     
 ราคาทองคำตลาดนิวยอร์คส่งมอบเดือน เม.ย.ปิดลดลง 9.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปิดที่ระดับ 1,103.20 เหรียญต่อออนซ์   
 ค่าระวางเรือปิดที่ 2,724 จุด เพิ่มขึ้น 3 จุด

อุตสาหกรรมเด่น
 SCRI มีความเห็นเชิง Neutral ต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์: โดยมติไม่ต่ออายุมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์หมดอายุวันที่ 29มี.ค.53 ของ ครม. เป็นไปตามที่ SCRI คาดการณ์และประเมินว่าใน Q1/53 จะเกิดการเร่งโอน ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีผลประกอบการก้าวกระโดดและกระแสเงินสดแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ผลกระทบอื่นที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ ใน Q2/53 อุปสงค์จะเริ่มชะลอตัวลงเล็กน้อยจากการชะลอการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค และผู้ประกอบการจะใช้มาตรการขึ้นราคาที่อยู่อาศัย ลดการส่งเสริมการขาย เพื่อเป็นการรักษาระดับ Net Margin ทั้งนี้ เลือก QH / PS / SPALI เป็น Stock Picks เนื่องจากมียอด Presale และ  Backlog ที่แข็งแกร่ง รวมถึงมีการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง

หุ้นเด่น
 GLOW แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 40 บาท/หุ้น: คาดกำไรสุทธิใน Q4/52 จะออกมาดีเพิ่มขึ้น 10%qoq และ 235%yoy และกำไรสุทธิทั้งปี 2552 ที่ 4,163 ล้านบาท เติบโต 17.6%yoy ทั้งนี้ แนวโน้มกำไรของ GLOW กลับมาสู่ช่วงขาขึ้น ซึ่งแรงผลักดันจากกำลังการผลิตใหม่คาดจะหนุนให้กำไรปี 2555 เติบโตกว่า 70% จากระดับปัจจุบัน และ CAGR ปี 2553-2555 สูงถึง 20% สำหรับความกังวลกรณีมาบตาพุดเริ่มลดลง โดยโครงการขยายกำลังการผลิตหลักทั้ง 3 โครงการยังคงดำเนินการได้ตามแผน และคาด PER ของหุ้นจะลดระดับจาก 10.9 เท่าในปี 2553 เหลือเพียง 6.8 เท่าในปี 2555 ขณะที่ เงินปันผล 2H/52 คาดอีก 1.12 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield 3.39% รวมทั้งปีอยู่ที่ 1.82 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield 5.5%  สำหรับปี 2553 คาดจะอยู่ที่ 5.8%
 TRT แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 8.60 บาท/หุ้น: แม้จะมีการเลื่อนส่งมอบงานบางส่วน แต่คาดกำไรสุทธิใน Q4/52 ยังอยู่ที่ระดับ 94 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นผลการดำเนินงานที่สูงสุดในรอบปี 2552 และทำให้ผลประกอบการปี 2552 มีกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 212 ล้านบาท สำหรับการปรับราคาลงเพื่อให้สะท้อนกับราคาวัตถุดิบที่ลดลงและเป็นการรักษาฐานลูกค้า คาดจะไม่กระทบต่อการเติบโตของบริษัทในอนาคต เนื่องจากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นทั้งจากในและต่างประเทศสามารถชดเชยกับราคาที่ลงได้ ประกอบกับนโยบาย Cost Plus ทำให้บริษัทรักษาระดับอัตรากำไรได้ในระดับสูง ซึ่งช่วยหนุนให้ผลการดำเนินงานเติบโตอย่างมั่นคงและสามารถจ่ายเงิน
ปันผลได้ในระดับสูงไม่ต่ำกว่า 8% ต่อปี

Written by :
platoo
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment