Error
บล.ฟินันเซีย ไซรัส:รายงานภาวะตลาดหุ้น03/03/53
Print
Wednesday, 03 March 2010 09:25

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 03/03/53

ลุ้นขึ้นต่อเพราะ Fund Flow ยังเข้า..แต่ต้องระวังแรงขายท้ายสัปดาห์!!
            ข่าวการควบรวมและซื้อกิจการต่างๆ ในสหรัฐถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดการเงินกำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และเศรษฐกิจกำลังปรับตัวดีขึ้น ช่วยหนุนให้ดาวโจนส์บวกต่อ แม้จะมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้างทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกเพียง 2.60 จุด แต่ก็สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนพอควร ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปดีดขึ้นแรงกว่า 1% จากความเชื่อมั่นมากขึ้นว่ารัฐบาลกรีซใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลอียู โดยในวันศุกร์ที่ 5 มี.ค.นี้นายกฯ เยอรมนีจะประชุมกับนายกฯ ของกรีซด้วย ขณะที่ตลาดหุ้นไทยผ่อนคลายมากขึ้นกับประเด็นทางการเมือง หลังศาลฯ ตัดสินคดียึดทรัพย์ไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว โดยยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น และเม็ดเงิน
จากนักลงทุนต่างประเทศก็ยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็ว รวมถึงค่าเงินดอลลาร์ที่เริ่มอ่อนแรงลงถือเป็นปัจจัยบวกให้กับสินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะตลาดหุ้นด้วย ดังนั้น FSS จึงยังแนะนำให้เทรดดิ้งต่อเนื่องได้โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม Commodity เช่น PTTAR, PTTCH, PTTEP, BANPU รวมถึงกลุ่มแบงก์ที่ยัง Underperform ได้แก่ KTB, BAY เป็นต้น อย่างไรก็ตามเรายังแนะนำเพียงการเข้าเทรดดิ้งในรอบสั้นๆ มากกว่าการซื้อถือ เพราะสถานการณ์ทางด้านการเมืองยังไม่ชัดเจน และค่าเงินยังมีโอกาสผันผวน โดยแนะนำให้แบ่งส่วนทยอยขายทำกำไรเมื่อตลาดขยับตัวสูงขึ้นด้วย

ประเด็นสำคัญวันนี้
              Flow ไหลเข้าภูมิภาคเอเชีย บาทแข็งค่าที่สุดในภูมิภาควานนี้: วานนี้ตลาดหุ้นในเอเชียสดใสปรับตัวบวกเฉลี่ย 0.6% โดยอินเดียบวกแรงสุด 2.1% ตามด้วยไทยที่บวก 1.6% จากรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยอินเดียเพิ่งรายงาน GDP 4Q09 ที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง 6% Y-Y และยอดส่งออกเดือน ม.ค. ขยายตัว 11.5% Y-Y ขณะที่ออสเตรเลียประกาศ GDP 4Q09 +2.7% Y-Y และ +0.9% Q-Q เป็นการขยายตัวที่เร็วที่สุดในรอบเกือบ 2ปี อัตราการว่างงานลดลงอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือนที่5.3% นอกจากนี้ ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ยังขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 4 อีก 0.25% เป็น 4% ส่งผลให้ค่าเงินออสซี่ยิ่งแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ส่วนตลาดหุ้นไทยเอง หลังจากการเมืองในบ้านเราชัดเจน ประกอบกับ GDP 4Q09 ก็ดีกว่าคาด +5.9% Y-Y ผลประกอบการของ บมจ. ส่วนใหญ่ดีกว่าคาด SET Index ที่เคย Underperform ตลาดเพื่อนบ้านก่อนหน้านี้ กลับมาบวกแซงหน้า โดยมีต่างชาติเป็นฝ่ายซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 ด้วยมูลค่าที่สูงขึ้นเป็น 4.4 พันล้านบาท และส่งผลให้ค่าเงินบาทที่สัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่ากว่าเพื่อนบ้าน กลับมาแข็งค่าที่สุดในภูมิภาควานนี้คือ 0.9% เทียบกับค่าเงินในเอเชียที่แข็งค่าเฉลี่ยประมาณ 0.5% จากระดับปิดเมื่อวันศุกร์ แนวโน้ม Flow ยังคงไหลเข้าเอเชียต่อเนื่องในระยะนี้
             ตลาดวอลล์สตรีท นักลงทุนรอตัวเลขการจ้างงานและอัตราการว่างงานที่จะประกาศวันศุกร์ก่อนจะตัดสินใจซื้อขายหุ้น โดย Poll Reuters คาดว่าคนอเมริกันจะตกงาน 5,000 คนในเดือน ก.พ. เทียบกับเดือน ม.ค. ที่ตกงาน 20,000 คน อัตราการว่างงานคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 9.8% จาก 9.7% ในเดือน ม.ค. อย่างไรก็ตาม คืนนี้มีรายงานการจ้างงานของบริษัทเอกชน ADP Employer Services ที่พอจะสะท้อนตัวเลขวันศุกร์ได้บ้าง
             กลุ่มสื่อสาร: เราประเมินผลกระทบจากกรณีคำตัดสินของศาลฎีกาฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 26 ที่ผ่านมา เราพบว่าราคาเป้าหมายของ ADVANC กรณี Worst case (หากต้องจ่ายทั้งค่าปรับภาษีสรรพสามิตและค่าสัมปทานย้อนหลังและค่าสัมปทานเพิ่มในช่วงสัมปทานที่เหลือถึงปี 2015) จะลดลงเหลือ 79 บาท (จากเป้าหมายเดิมที่ 103 บาท) แต่กรณีที่เราคิดว่ามีความเป็นไปได้มากสุด (Base case) อยู่ที่ 94 บาท เนื่องจากเชื่อว่าการต้องจ่ายย้อนหลังจะส่งผลกระทบเชิงกว้างอย่างมากต่อกลุ่มผลประโยชน์และนักลงทุนที่เกี่ยวข้องต่างๆ และ Dividend yield สำหรับปันผลงวด 2H09 ที่จ่ายหุ้นละ 8.30 บาท ค่อนข้างสูงเกือบ 9.9% การลงทุนซื้อ
ADVANC ครั้งใหม่อาจรอที่ระดับราคา 82-80 บาท ส่วนผลกระทบกับ DTAC (หากมี) จะประมาณ 6 บาท/หุ้น และ TRUEถูกกระทบ 0.79 บาท/หุ้น     
               กลุ่มอิเล็คทรอนิคส์: ราคาทองแดงส่งมอบเดือน พ.ค. วานนี้ปรับลงแล้ว 1.8% จาก US$7,265/ตัน เหลือ US$7,130/ตัน หลังจากที่เมื่อวานปรับตัวขึ้นมา 6% เพราะเหมืองทองแดงในชิลีเริ่มกลับมาดำเนินกิจการได้ตามปกติหลังจากระบบไฟฟ้ากลับมาเป็นปกติ กลุ่มอิเล็คทรอนิคส์เป็นกลุ่มที่เราส่งชอบ การใช้กำลังการผลิตในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาก็ขยับขึ้นมาสูงกว่ากลุ่มอื่น เมื่อสถานการณ์ทองแดงเป็นปกติ เรากลับมาแนะนำหุ้นกลุ่มนี้เหมือนเดิม โดยหุ้นทีอบได้แก่ KCE (ราคาเป้าหมาย 9.30 บาท) และ DELTA (ราคาเป้าหมาย 24 บาท)

             Technical View : “ตลาดยังขยับผ่านแนวต้านได้ดี...คล้ายรอบที่แล้วที่ขึ้นไปแถว 753 จุดก่อนร่วงกลับลงมาใหม่ ดังนั้นรอบนี้ก็ถือว่ามีสิทธิลุ้นขยับขึ้นหา 750 จุดได้ก่อนร่วงลงเช่นกัน..ตามเทรดดิ้งได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง!!”
             แนวรับ    :   730-725** , 720*** , 690    
             แนวต้าน  :   735* , 742** , 750***


Technical Picks:
TCAP (Bt20.50 / Target: Bt22.30 / Stop loss: Bt19.50)
CPN (Bt19.20 / Target: Bt20.30-21 / Stop loss: Bt18.50)
TVO (Bt17.60 / Target: Bt18.70-19 / Stop loss: Bt17.30)

Written by :
platoo
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment