Error
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะหุ้น 04/03/53
Print
Thursday, 04 March 2010 09:21

บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 04/03/53

กลยุทธ์การลงทุน
การขึ้นเครื่องหมาย XD ของ 5 หุ้นใหญ่ได้แก่ PTT, PTTCH, TOP, BCP และ
EGCO ในวันนี้อาจกดดันดัชนีให้อ่อนตัวช่วงสั้น แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากหุ้น
ในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น TTA, RCL, PTTEP, BANPU โดยมีกรอบการเคลื่อนไหว
ระหว่าง 730–740 จุด

วันนี้หุ้นใหญ่ PTT, PTTCH, TOP, BCP, EGCO ขึ้น XD จะกดดันดัชนี 0.74% แต่เป็น
โอกาสสะสม
คาดดัชนีมีโอกาสอ่อนตัว จากการขึ้นเครื่องหมาย XD  ของหุ้นใหญ่ ในกลุ่มพลังงานและ
ปิโตรเคมี รวม 5 บริษัท ซึ่งจะกดดันต่อ SET ให้ปรับตัวลงค่อนข้างมากราว 5.44 จุด หรือลดลง
ราว  0.74%  นำโดย    PTT(จ่ายปันผล 4.5 บาท ต่อหุ้น กดดัน SET ลงราว 1.90 จุด),  TOP
(จ่ายปันผล 1.5 บาท ต่อหุ้น กดดัน SET ลงราว 0.77 จุด) ), PTTCH(จ่ายปันผล 1.4 บาท ต่อ
หุ้น กดดัน SET ลงราว 0.65 จุด), EGCO(จ่ายปันผล 2.75 บาท ต่อหุ้น กดดัน SET ลงราว
0.57 จุด)  และ BCP(จ่ายปันผล 0.8 บาท ต่อหุ้น กดดัน SET ลงราว 0.5 จุด) แต่เชื่อการอ่อน
ตัวของดัชนีในวันนี้ จะเป็นโอกาสให้นักลงทุนทยอยสะสมหุ้น โดยเฉพาะหุ้นใหญ่นำตลาด เช่น
PTT ที่นอกจากจะได้ปัจจัยหนุนจาก Fund Flow แล้ว ข้อมูลในอดีตยังชี้ว่า ราคาหุ้นมักมีการฟื้น
ตัวที่ค่อนข้างเร็วหลังจากผ่านพ้นวันขึ้นเครื่องหมาย XD ราว 3-5 วัน กล่าวคือ นักลงทุนอาจได้
เงินปันผลฟรี หากถือหุ้นดังกล่าวต่อเนื่องหลัง XD ราว 1 สัปดาห์

ดอลลาร์อ่อนค่ากับทุกสกุลหลักของโลก หนุนสินค้าโภคภัณฑ์เป็นขาขึ้น
นอกจากเงินดอลลาร์สหรัฐ จะอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินทุกสกุลในเอเซียแล้ว  โดยในรอบ
1 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าเงินเอเซียแข็งค่าราว 1% เหนือ ดอลลาร์  ทั้งนี้เงินวอนแข็งค่ามากที่
สุด  1.78% รองลงมาคือ ออสเตรเลียดอลลาร์  รูปีย์ของอินเดีย และเงินบาท  แข็งค่า 1.62%,  
1.44% และ 1.29 ตามลำดับ โดยยังพบว่า เงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่ากับเงินยูโร ราว 1.5% ทั้ง
นี้เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อกรีซมากขึ้นหลังจากที่กรีซเสนอที่จะตัดลดขาดดุลงบ
ประมาณจากเดิม 12.7% ของ GDP เหลือ 8.7% ภายในปี 2553 โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการ
ประชุมรัฐมนตรีคลังของกลุ่ม EU ซึ่งต้องติดตามถึงข้อสรุปต่อการให้ความช่วยเหลือแก่กรีซ  
โดยสรุปทำให้ Dollar Index อ่อนค่าต่ำกว่า 80 จุด ในรอบ  2 สัปดาห์ และหนุนให้สินค้าโภคยัง
เป็นแนวโน้มขาขึ้น หลังเทศกาลตรุษจีน ตามที่ ASP ได้เคยนำเสนอรายงาน “Commodity
Plays”  เมื่อ  9 ก.พ. 2553  ซึ่งหักล้างการรายงาน Stock ผลิตภัณฑ์น้ำมันของสหรัฐประจำ
สัปดาห์ที่สูงเกินความคาดหมาย

Fund Flow มีโอกาสไหลเข้าต่อเนื่องอย่างน้อย 1-2 เดือน ตามเงินบาทที่แข็งค่า หนุนดัชนีไปต่อ
นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องเกือบ 2 สัปดาห์ โดยวานนี้
ซื้อสุทธิอีก 2.49 พันล้านบาท ทำให้มียอดซื้อสะสมสุทธิในช่วงดังกล่าว 14.56 พันล้านบาท ด้วย
ลักษณะการมีสถานะซื้อสุทธิที่สูงกว่าวันละ 1 พันล้านบาทอย่างต่อเนื่องของนักลงทุนกลุ่มนี้   และ
ตามสถิติในอดีตชี้ว่า ทำให้เชื่อว่า Fund Flow รอบนี้น่าจะเป็นของจริง โดยมีเหตุผลสนับสนุน
คือความคาดหวังถึงค่าเงินของภูมิภาคเอเซีย ที่มีแนวโน้มแข็งค่าตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่
เร็วกว่าประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งสหรัฐฯ และกลุ่ม EU และประเทศในภูมิภาคเอเซีย ส่วนใหญ่จะได้
ดุลการค้ากับประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งนี้ผลตอบแทนที่นักลงทุนต่างชาติคาดหวัง มิใช่ผลตอบแทน
จากการลงทุน (capital gain) เท่านั้น แต่ยังคาดหวังผลตอบแทนจากอัตราแลกเปลี่ยนอีกด้วย ซึ่ง
สถิติในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา Fund Flow ที่เข้ามาแล้วได้ผลตอบแทนทั้ง 2 ลักษณะนี้พบว่ามี 5
ครั้ง  โดยแต่ละครั้งจะมียอดซื้อสะสมสุทธิตั้งแต่ 21-156 พันล้านบาท โดยกินระยะเวลาราว 4-
12 เดือน เป็นผลให้ค่าเงินแข็งบาทค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ฯ ระหว่าง 4–22.5% โดยในครั้ง
นี้ หากตั้งสมมติฐานว่านักลงทุนต่างชาติคาดหวังผลตอบแทนจากการแข็งค่าของเงินบาท เท่ากับ
ระดับต่ำสุดที่เคยเกิดขึ้นในอดีตคือ 4% เป็นอย่างน้อย นั่นหมายความว่า ค่าเงินบาทมีโอกาสจะ
แข็งค่าสู่ 32 บาทต่อดอลลาร์ฯ และ  Fund Flow จะต้องไหลเข้าสู่ตลาดทุนอีกอย่างน้อยที่สุดราว
14 พันล้านบาท ประกอบกับในช่วงเดือน มี.ค. – มิ.ย. ของทุกปี ย้อนหลังในอดีต 17 ปี นักลงทุน
ต่างชาติมักมีสถานะซื้อสุทธิมากกว่าขาย โอกาสราว 60% ดังนั้นด้วยปัจจัยดังกล่าวข้างต้น หาก
การชุมนุมทางการเมืองไม่มีความรุนแรงมากกว่าที่เป็นอยู่ ฝ่ายวิจัยเชื่อว่า Fund flow จะยังคง
ไหลเข้า และเป็นปัจจัยหนุนต่อตลาดหุ้นไทยต่อไปอย่างน้อย 1-2 เดือน

เรือจะกลับมาแล่นฉิว : TTA ที่ฟื้นตัวตาม BDI และ RCL คาดกำไรจะฟื้นตัวตั้งแต่งวด 1H53  
นอกจากหุ้นเดินเรือเทกอง  ที่ขยับขึ้นตามผลของฤดูกาล โดยล่าสุดดัชนี BDI อยู่ที่  
2,911 จุด ปรับตัวขึ้นสูงถึง 4.26% และเช่นเดียวกับ BDI Future ทุก Series ปรับตัวขึ้นต่อ
เนื่องเฉลี่ย 3.8% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนทั้งจากราคาถ่านหินในตลาดล่วงหน้า ที่ปรับตัวขึ้นมา
ต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยล่าสุดยังอยู่ระดับสูงที่ 95.95 เหรียญฯ/ตัน  และราคาสิน
แร่เหล็ก ที่เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 6.25 เหรียญฯ/ตัน มาอยู่ที่ 138.25 เหรียญฯ/ตัน  ตอก
ย้ำความเชื่อมั่นต่อกลุ่มเดินเรือเทกองที่จะฟื้นตัวตามดัชนี BDI โดยเฉพาะ TTA ในฐานะที่ได้
ประโยชน์สูงสุดจาดดัชนี BDI ขาขึ้น และข้อมูลจากที่นักวิเคราะห์ ASP ได้รับฟังจากร่วมประชุม
กับผู้บริหาร RCL วานนี้พบว่าสอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์ ASP คือ 1) ธุรกิจเดินเรือตู้
คอนเทนเนอร์ผ่านจุดต่ำสุด ในงวด 4Q52 และกำลังค่อย ๆ ฟื้นตัวในงวด 1H53 ตามการฟื้นตัว
ของเศรษฐกิจในเอเซียน สะท้อนจากที่ ดัชนี Howe Robinson Index ซึ่งเป็นตัวแทนของดัชนี
ค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์ ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่  7   2)  RCL จะเริ่มกลับ
มามีกำไรในงวด 3Q53  และ 3)  RCL เป็นหุ้นเดินเรือที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเขตการค้าเสรี
อาเซียน ซึ่งให้ลดภาษีการค้ากันเหลือ 0% มีผลตั้งแต่ ต้นปี 2553 เนื่องจากธุรกรรมของ RCL
กระจุกอยู่ในอาเซียนถึง 80% ของปริมาณธุรกรรมรวม ขณะที่หุ้น RCL ยังมี upside จาก Fair
Value ปี 2553 ราว 40% จึงแนะนำซื้อ TTA, RCL เป็น Top Picks               

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment