|
บล.กิมเอ็ง : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 04/03/53
แนวโน้มตลาดวันนี้ นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.7% สู่ระดับ 735.04 จุด ในปัจจุบัน เราคาดว่าตลาดมีโอกาสที่ถูกขายทำกำไรในระยะสั้น โดยเมื่อคืนนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ลดลงเล็กน้อยเพียง 9.22 จุด ซึ่งประเด็นหลักของตลาดหุ้นไทยที่ต้องจับตาคือ ถ้านักลงทุนต่าง ชาติชะลอการซื้อลง ภาพตลาดมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวผันผวนมากขึ้น ในขณะที่ความไม่ชัดเจน ในประเด็นสืบเนื่องจากคำตัดสินที่มีต่อหุ้นกลุ่มสื่อสารฯยังคงกดดันภาพรวมของกลุ่มอยู่ นอกจาก นั้นการนัดชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 12-13 มีนาคมนี้ เพื่อหวังที่จะสั่นคลอนสเถียรภาพของ รัฐบาลและจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ มีแนวโน้มที่จะสร้างความกังวลต่อนักลงทุนภายในประเทศ ไม่มากก็น้อย ในเชิงเทคนิคดัชนีมีแนวต้านที่ 737-740 และ แนวรับที่ 725 เรายังคงแนะนำให้ นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในกลุ่มสื่อสารและให้ Switch เข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มอิเล็คทรอนิคส์ที่ มีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วแทน ซึ่งหุ้น Stock Pick กลุ่มอิเล็คทรอนิคส์ในช่วงนี้คือ KCE เม็ดเงินของนักลงทุนต่างประเทศเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันดัชนีหุ้นไทยในรอบนี้: ตลาด หุ้นไทยเคลื่อนไหวแกว่งตัววานนี้โดยปรับตัวขึ้นเพียง 1.85 จุด ทั้งที่นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ สูงถึง 2,491 ล้านบาท ทำให้พวกเขามียอดซื้อสุทธิสะสมสูงถึง 14,236 ล้านบาทในรอบ 7 วันทำ การล่าสุด ดังนี้เราเชื่อว่านักลงทุนสถาบันในประเทศ และพอร์ทโบรกเกอร์จะไม่นิ่งเฉยเป็นเวลา นานนัก หากนักลงทุนต่างประเทศยังเดินหน้าซื้อสุทธิต่อ เราพบว่ามูลค่าการซื้อขายวานนี้อยู่ใน ระดับสูงกว่า 23,627 ล้านบาท บ่งชี้ว่านักลงทุนที่ขายหุ้นออกมาวานนี้สามารถทำราคาได้ใน เกณฑ์ดี และตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มจะปรับตัวขึ้น หรือลงอย่างชัดเจนในระยะต่อไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ทิศทางกระแสเงินของนักลงทุนต่างประเทศ นักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มกังวลกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯมากขึ้น: เรา สามารถตีความได้สองทางคือปัจจัยดังกล่าวอาจช่วยผลักดันให้เม็ดเงินจากต่างประเทศไหลกลับ เข้ามาในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทยมากขึ้น แต่หากมองในด้านลบปัจจัยดังกล่าวอาจกด ดันให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกไม่แข็งแกร่งอย่างที่คาดกันก่อนหน้านี้ การที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงวานนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากความกังวลของนักลงทุนต่อตัวเลขการจ้างงานนอกภาค เกษตรกรรม และยอดสั่งซื้อสินค้าของภาคอุตสาหกรรมที่จะประกาศในคืนวันนี้ และคืนวันพรุ่งนี้ ซึ่งตัวเลขการจ้างงานถือเป็นตัวเลขที่มีอิทธิพลต่อตลาดมากกว่าตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ มาก ทั้งนี้ การจ้างงานของสหรัฐฯ จะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นก็ต่อเมื่อยอดค้าปลีกซึ่งบ่งชี้ถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคฟื้น ตัวดีขึ้น เราพบว่าดัชนี Dow Jones ปรับตัวลง 9.22 จุด หรือ 0.09% ,ดัชนี S&P 500 ปรับตัว ขึ้น 0.04% และดัชนี Nasdaq เคลื่อนไหวทรงตัว การที่รัฐบาลกรีซยอดลดยอดขาดดุลการคลังลงส่งผลให้ค่าเงิน US dollar เทียบยูโร อ่อนตัวลง: เมื่อคืนที่ผ่านมาค่าเงิน US dollar เทียบยูโรอ่อนตัวลง 0.6% ขณะที่ค่าเงิน US dollar เทียบปอนด์ และเยนอ่อนตัวลง 0.8% และ 0.4% ตามลำดับ หลังรัฐบาลกรีซยอมลดยอด ขาดดุลการคลังลง ส่งผลให้เสถียรภาพทางการคลังของรัฐบาลปรับตัวดีขึ้น รวมถึงไม่เป็นการบั่น ทอนความเชื่อมั่นต่อสมาชิกกลุ่ม EU ประเทศอื่นๆ ที่มีการทำงบประมาณขาดดุลการคลังจำนวน มากเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย เราพบว่าค่าเงิน US dollar อ่อนตัวลงช่วยหนุนราคาสินค้า โภคภัณฑ์ให้ปรับตัวขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวขึ้น 1.19 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 80.87 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำล่วงหน้าปรับตัวขึ้น 6.6 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 1,144 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่านักลงทุนในตลาดยังคงมีความกังวลกับการฟื้น ตัวของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันที่ยังเปราะบางอยู่มาก หลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มสื่อสารก่อนในช่วงนี้: หุ้นกลุ่มสื่อสารของไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของคุณทักษิณ ชินวัตร ถูกเทขายลงมาอย่างหนักในช่วง 2 วันทำการ ที่ผ่านมา ทั้งนี้เราไม่ขอวิจารณ์คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ และความเห็นของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ทั้งนี้เรารู้สึกกลัวว่าผลการตัดสินมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของ อุตสาหกรรมสื่อสารของไทยให้ถอยหลังไป 8-10 ปี ขณะเดียวกันการดำเนินคดีกับอดีตข้าราชการ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวอาจส่งผลกระทบไปยังข้าราชการที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการพัฒนา อุตสาหกรรมสื่อสารของไทยชุดปัจจุบันด้วย เพราะจะทำให้พวกเขาไม่กล้าตัดสินใจผลักดัน โครงการใหม่ๆ แม้จะเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภค ดังนี้เรามีความเห็นว่านักลงทุนควร หลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มสื่อสารก่อนในช่วงนี้ โดยหันไปลงทุนในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เปิดรับผล กระทบจากปัญหาการเมืองในประเทศไม่มากนัก
หุ้นแนะนำ กลุ่มพลังงาน : PTT, PTTEP, BANPU, PTTAR, IRPC กลุ่มธนาคารพาณิชย์ : BBL, KBANK, TCAP, KTB กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ : SPALI, AP, LPN, QH กลุ่มวัสดุก่อสร้าง : SCC, TASCO, DCC, SSI กลุ่มสื่อสาร : ADVANC, DTAC กลุ่มอิเล็คโทรนิคส์ : HANA กลุ่มเดินเรือ : TTA กลุ่มอื่นๆ : CPF, TPC, TVO, AIT, MAJOR
|
Comments